กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณและควันธูปจางๆ ผสมผสานกันจนกลายเป็นกลิ่นเฉพาะตัวของห้องทำงานในยามวิกาล แสงไฟสีส้มสลัวจากโคมไฟตั้งโต๊ะสาดกระทบสันกระดูกไหปลาร้าของศิลา ขณะที่เขากำลังใช้ปลายดินสอไม้กดลงบนแผนผังอาคมของค่ายกลมนต์ดำที่ถูกแกะรอยมาจากสถานที่เกิดเหตุ
"เหตุผลทางวิทยาศาสตร์และตรรกะที่คุณยึดมั่นนักหนา มันกำลังพาเหยื่ออีกสามคนไปสู่ความตายอย่างช้าๆ นะครับ อาจารย์ศิลา"
น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมราคมมีดโกนของรินรดา ดังขึ้นมาจากมุมมืดของห้อง เธอไม่ได้นั่งอยู่บนโซฟาตามมารยาท แต่ยืนพิงกรอบหน้าต่างที่เปิดรับลมยามค่ำคืน เส้นผมสีดำสนิทลู่ไปตามแรงลม เผยให้เห็นดวงตาคู่คมที่กำลังจ้องมองเขาด้วยความรู้สึกที่อ่านยาก—มีทั้งความผิดหวัง ความเย้ยหยัน และประกายไฟบางอย่างที่ดึงดูดใจอย่างประหลาดในความมืดมนนั้น
ศิลาเงยหน้าขึ้น ช้าๆ เขาวางดินสอลงบนโต๊ะไม้สัก แววตาหลังกรอบแว่นสายตาสفุกวาวด้วยความเหนื่อยล้าที่สะสมมานานหลายคืน แต่มุมปากกลับยกยิ้มบางเบາอย่างเยือกเย็น
"คุณกำลังบอกให้ผมทิ้งหลักการ แล้วหันไปใช้วิธีเดรัจฉานแบบเดียวกับไอ้ฆาตกร เพื่อแลกกับการพิสูจน์ว่าไสยเวทมันเหนือกว่ากฎหมายอย่างนั้นเหรอครับ รินรดา"
ศิลาลุกขึ้นยืน ร่างสูงโปร่งก้าวเท้าเข้าไปใกล้เธอทีละน้อย ช่องว่างระหว่างคนทั้งสองลดลงจนสัมผัสได้ถึงอุณหภูมิร่างกายที่แตกต่าง เขาสูงกว่าเธอเกือบหนึ่งช่วงตัว และการคุกคามโดยไม่ต้องใช้ความรุนแรงนี้คือสิ่งที่ทำให้รินรดาต้องกลั้นหายใจทุกครั้ง
"ไม่ใช่เดรัจฉานค่ะ... อ่า ขออภัยครับ... ไม่ใช่เดรัจฉาน" รินรดาแก้ไขคำพูดตัวเองทันทีเมื่อเผลอใช้สรรพนามที่ไม่เข้าท่า เธอยิ้มมุมปาก ท้าทายเขาด้วยการก้าวเข้าไปประชิดยิ่งขึ้นจนปลายจมูกแทบจะชนกัน "แต่มันคือการยอมรับความจริงว่า มีบางสิ่งบนโลกใบนี้ที่กฎหมายและเหตุผลของคุณไม่มีวันเอื้อมถึง... เหมือนกับความรู้สึกที่คุณยังติดค้างอยู่ในอดีตไงคะ... เอ๊ย... ในอดีตนะครับ"
ศิลาชะงักไปชั่วขณะ ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย คำพูดของเธอจี้เข้ามาในจุดที่ลึกที่สุดของแผลเป็นในใจ—ภาพของอดีตคนรักที่นอนสิ้นลมหายใจท่ามกลางพิธีกรรมไสยเวทสายดำที่เขาพยายามใช้ "เหตุผล" เข้าไปแก้ไข แต่มันกลับสายเกินไป
ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ระหว่างคนทั้งคู่ มีเพียงเสียงนาฬิกาโบราณบนผนังที่เดินติ๊กต่อกราวกับนับถอยหลังชีวิตของเหยื่อ
ศิลาเอื้อมมือออกไป ปลายเรียวนิ้วของเขาแตะเบาๆ ที่กรอบหน้าต่าง ใกล้กับใบหูของเธอจนรินรดาต้องเผลอเกร็งตัวโดยไม่รู้ตัว แม้ปากจะบอกว่าเกลียดความดื้อรั้นของเขา แต่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ากลิ่นกายเจือจางของบุรุษตรงหน้าผสมกับกลิ่นอายของอาคมจางๆ นั้นมีแรงดึงดูดมหาศาล
"คุณไม่เข้าใจหรอก รินรดา" ศรีกกระซิบเสียงต่ำทุบหัวใจคนฟัง ร่างกายของเขานิ่งสนิท แต่สายตาคมกริบกวาดมองริมฝีปากเธอก่อนจะเลื่อนกลับมาสบตา "ถ้าผมก้าวข้ามเส้นนั้นไป... ผมจะไม่ใช่แค่คนสูญเสียหลักการ แต่ผมจะกลายเป็นปีศาจเสียเอง... และผมไม่อยากให้คุณต้องมาเห็นสภาพนั้น"
รินรดาหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นเสียงที่เต็มไปด้วยความขื่นขมและความเย้ายวนในคราวเดียวกัน "คุณกลัวจะเป็นปีศาจ... หรือกลัวว่าจะพบว่าตัวเอง *'ถอนตัวไม่ขึ้น'* กันแน่ล่ะคะ?"
ก่อนที่ศิลาจะได้โต้ตอบด้วยคำพูดใดๆ เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะทำงานก็แผדเสียงแหลมดังขึ้นทำลายบรรยากาศอันตึงเครียดและเปี่ยมด้วยแรงดึงดูดทางจิตวิทยานั้น
ศิลาละสายตาจากรินรดาอย่างจำใจ เขาก้าวกลับไปหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูหน้าจอ เบอร์ที่โทรเข้ามาคือสารวัตรธนา ผู้รับผิดชอบคดีฆาตกรรมต่อเนื่องในเขตพื้นที่รับผิดชอบ
"ว่าไงครับสารวัตร" ศิรากรอกเสียงลงไป
("อาจารย์ศิลา... แย่แล้วครับ") เสียงของสารวัตรธนาหอบกระเส่าและเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์ ("พวกเราเจอบ้านพักตากอากาศเป้าหมายแล้ว... ตามพิกัดที่คุณรินรดาส่งมาเลย... แต่... แต่ว่าสภาพข้างใน...")
ศิลาขมวดคิ้วแน่น "เกิดอะไรขึ้นที่นั่นครับ"
("เหยื่อคนที่สาม... ไม่ได้ถูกฆ่าตายแบบรายก่อนๆ ครับอาจารย์... แต่พวกมันกำลังทำพิธี 'ต่อชะตา' โดยใช้ร่างของเหยื่อที่ยังมีชีวิตอยู่! และที่สำคัญที่สุด... บนผนังห้องเลือดนั่น... มันเขียนชื่อของ 'คุณ' เอาไว้ด้วยเลือดสดๆ ครับอาจารย์!")
ศิลาชะงักค้าง โทรศัพท์เกือบหลุดจากมือ ดวงตาที่เคยเยือกเย็นมาตลอดเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน
รินรดาที่ยืนอยู่ใกล้ๆ สังเกตเห็นความผิดปกติ เธอรีบขยับเข้ามาใกล้แล้วคว้าข้อมือเขาไว้ แน่นหนาจนรับรู้ถึงชีพจรที่เต้นระรัว
"มีอะไรครับ... เอ่อ... มีอะไรเหรอคะ... มีอะไรคะ... มีอะไรครับศิลา!" รินรดาถามด้วยความร้อนรน
ศิลาค่อยๆ หันกลับมามองหน้าเธอ แววตาของเขาเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง—ความลังเล ความดื้อรั้น และหลักการอันสวยงามถูกเผาผลาญจนมอดไหม้ในพริบตา เหลือเพียงความเย็นเยียบของนักล่าที่ตระหนักแล้วว่า... *ศัตรูไม่ได้เล่นตามกติกานั้นอีกต่อไป*
ศิลาวางสายโทรศัพท์ลงช้าๆ เขาก้มลงหยิบมีดอาคมโบราณที่ซ่อนไว้ใต้ลิ้นชักขึ้นมาเหน็บไว้ที่เอวอย่างเด็ดขาด ก่อนจะหันมามองหน้าหญิงสาวตรงด้วยแววตาที่ทำให้หัวใจของรินรดากระตุกวูบ
"คุณพูดถูก... รินรดา" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบแต่น่ากลัวอย่างยิ่ง "เหตุผล... มันใช้ไม่ได้ผลกับเดรัจฉาน"
---
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความลับอันมืดมนนี้ด้วยกันนะครับ — อรุณมนตราขาว
อาคมอำพรางกับคนช่างสงสัย•ตอนที่ 13
รอยร้าวในความเชื่อ
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมอำพรางกับคนช่างสงสัย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!