กลิ่นอับของกระดาษโบราณผสมกับน้ำมันจันทน์จางๆ ลอยอวลอยู่ในห้องทำงานที่ถูกปิดทึบด้วยผ้าม่านสีเข้ม ศิลานั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะไม้สักทอง แสงไฟจากโคมัตโตะสีนวลส่องกระทบสันสันดานคมคายและกรอบแว่นโลหะที่สะท้อนประกายความเยือกเย็น เขากำลังจดจ่ออยู่กับการผสมตัวยาลงในขันสำליטศ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาผู้หญิงคนเดียวที่กล้าถือวิสาสะก้าวเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของเขาโดยไม่เคาะประตูก่อน
"คุณกำลังเล่นกับไฟ, รินรดา" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้น เรียบเรื่อยแต่น่าเกรงขาม "และบางที... ไฟกองนั้นอาจจะไม่ได้เผาแค่กระดาษเก่าๆ ในห้องนี้ แต่อาจเผาตัวคุณเองจนไม่เหลือแม้แต่ขี้เถ้า"
รินรดาไม่สะทกสะท้าน เธอยืนพิงขอบชั้นหนังสือมือหนึ่ง มือเรียวบางภายใต้ถุงมือหนังสีดำกำลังถือสมุดบันทึกปกหนังสีเข้มคล้ำเล่มหนึ่ง—เล่มที่ศิลาเก็บซ่อนไว้ลึกที่สุดใต้ลิ้นชักล็อกกุญแจ แววตาของนักสืบสาวฉายแววท้าทายและดุดัน เธอหัวเราะในลำคอเบาๆ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเย้ยหยันต่อคำเตือนของอาจารย์หนุ่มผู้ยึดมั่นในหลักเหตุผล
"ไฟเหรอคะ... เอ๊ย... ครับ" รินรดาเผลอหลุดปากเปลี่ยนสรรพนามตามความคุ้นชิน ก่อนจะแก้คำพูดด้วยรอยยิ้มมุมปากที่แฝงความเย้ายวนอันตราย "ขออภัยครับ อาจารย์ศิลา แต่สำหรับฉันแล้ว ไฟกองนี้มันให้ความสว่างมากพอที่จะทำให้เห็นว่า... คนที่พูดจาหลักการน่าเชื่อถืออย่างคุณ กำลังปิดบังอะไรอยู่เบื้องหลังคดีฆาตกรรมต่อเนื่องนั่น"
ศิลาชะงักมือที่กำลังคนตัวยาในขัน ปลายนิ้วเรียวยาวหยุดนิ่ง ดวงตาคมกริบหรี่ลงเล็กน้อย ประเมินท่าทีของหญิงสาวตรงหน้า ความเงียบเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ทำงานเบาหวิว ทว่าบรรยากาศกลับอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก เขารู้ดีว่าสมุดบันทึกเล่มนั้นบันทึกอะไรไว้บ้าง มันไม่ใช่แค่บันทึกทางไสยเวท แต่มันคือ ‘จดหมายเหตุอาคม’ ที่รวบรวมรายชื่อ เหยื่อ และพิธีกรรมที่เขาเคยพยายามลบเลือนมันออกจากความทรงจำ
"คุณคิดว่าคุณฉลาดพอที่จะตีความสิ่งที่อยู่ในนั้นออกงั้นหรือ" ศิลาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ร่างกายสูงโปร่งภายใต้เสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนเผยให้เห็นกล้ามเนื้อและรอยแผลเป็นจางๆ ที่ข้อมือ—ร่องรอยจากอดีตที่เขาไม่เคยเอ่ยถึง เขาก้าวเท้าเข้ามาใกล้รินรดาช้าๆ ทว่ามั่นคง จนกระทั่งระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นกายสะอาดเจือกลิ่นอายสมุนไพรของเขาโชยปะทะจมูกเธอ ชวนให้หัวใจที่ควรจะเต้นเป็นจังหวะปกติกลับแกว่งไกวอย่างน่าประหลาด "ความอยากรู้อยากเห็นบางครั้งก็เป็นความตายรูปแบบหนึ่งนะ, รินรดา"
รินรดาไม่ถอยหลังหนี เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาในระยะประชิด ความใกล้ชิดนี้เต็มไปด้วยแรงดึงดูดทางจิตวิญญาณและอุดมการณ์ที่ห้ำหั่นกันอย่างรุนแรง เธอเป็นตัวแทนของความดิบเถื่อน เด็ดเดี่ยว และไม่สนวิธีการ ส่วนเขาคือตัวแทนของความสุขุม รอบคอบ และกรอบเกณฑ์ที่เข้ม
"ความตายไม่ใช่สิ่งที่ฉันกลัวหรอกครับ... อาจารย์ศิลา" รินรดาจงใจเน้นเสียงทุ้มต่ำเลียนแบบเขา รอยยิ้มของเธอยั่วเย้าท้าทาย "สิ่งที่ฉันกลัว... คือการปล่อยให้คนผิดลอยนวลโดยใช้ 'อาคม' และ 'จิตวิทยา' ของคุณมาบิดเบือนความจริงต่างหาก"
เธอยกสมุดบันทึกในมือขึ้นเปิดไปยังหน้าที่คั่นไว้ด้วยริบบิ้นสีแดงสด ตัวหนังสือลายมือหวัดแต่ทรงพลังปรากฏแก่สายตา บนหน้ากระดาษนั้นมีแผนผังของสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรมคดีล่าสุด ลายเส้นปากกาหมึกซึมสีดำระบุพิกัดอย่างแม่นยำ ราวกับว่าผู้เขียนบันทึกนี้รู้เห็นเหตุการณ์ล่วงหน้า หรือ... เป็นคนจัดฉากมันขึ้นมาเอง
ศิลาก้มมองหน้ากระดาษนั้น แววตาที่เคยเยือกเย็นมาตลอดกลับไหววูบไปชั่วเสี้ยววินาที—เสี้ยววินาทีเดียวที่หลุดรอดจากความระมัดระวังของเขา
"คุณพบมันได้ยังไง..." เสียงของศิลาเปลี่ยนไปเล็กน้อย มันไม่ใช่ความโกรธ แต่เป็นความตระหนักรู้ว่าความลับที่เขาปกป้องด้วยชีวิตกำลังจะถูกกระชากหน้ากาก
"ตู้เซฟหลังภาพวาดสีน้ำมันรูปแม่น้ำโขง... วิธีการล็อกรหัสแบบโบราณอาจจะซับซ้อนสำหรับคนอื่น แต่มันง่ายมากสำหรับคนที่อ่านพฤติกรรมของคุณออก" รินรดากล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าแววตากลับระคนไปด้วยความผิดหวังและตื่นเต้นในคราวเดียวกัน "ในนี้... คุณไม่ได้แค่บันทึกวิธีแก้คุณไสยนะศิลา แต่คุณลงบันทึก 'เวลาตาย' ของเหยื่อแต่ละรายล่วงหน้า... ก่อนที่ตำรวจจะพบศพเสียอีก"
ห้องทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบงันอันหนักอึ้ง ศิลายังคงยืนนิ่งอยู่ในระยะประชิด ใบหน้าของเขาอยู่ห่างจากเธอเพียงไม่กี่คืบ แววตาสีเข้มคู่นั้นจ้องมองลึกลงไปในดวงตาของเธอ ราวกับกำลังชั่งใจว่าจะเลือกปิดปากเธอด้วยวิธีใด—ด้วยเหตุผล หรือด้วยวิธีอื่นที่อันตรายยิ่งกว่า
รินรดากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก ความใกล้ชิดนี้ทำให้เธอเริ่มรู้สึกถึงอันตรายที่แท้จริง ไม่ใช่จากอาคมในสมุดเล่มนั้น แต่มาจากผู้ชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอคนนี้
ทว่า ก่อนที่ใครจะได้เอ่ยคำพูดใดออกมาทำลายความเงียบ เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นแว่วๆ จากทางเดินด้านนอกห้อง—เสียงฝีเท้าที่ย่ำตรงมายังประตูปิดสนิทของห้องทำงานนี้อย่างจงใจ และไม่มีทีท่าว่าจะเคาะขออนุญาต
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะสามครั้งดังขึ้นอย่างเชื่องช้า ทว่าทรงพลังจนทำให้บรรยากาศรอบตัวลดอุณหภูมิลดลงอย่างเฉียบพลัน รินรดาขมวดคิ้วแน่น หันไปมองประตูสลับกับใบหน้าของศิลาที่บัดนี้แปรเปลี่ยนเป็นความเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด
"ใครมา..." รินรดาเอמהเสียงกระซิบ
ศิลาไม่ตอบ เขากลับคว้าข้อมือเธอไว้ด้วยแรงที่หนักหน่วงจนเธอรู้สึกเจ็บเล็กน้อย ดวงตาของเขากวาดมองไปที่บานประตูก่อนจะหันมามองเธอด้วยสายตาที่จริงจังที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมา
"ซ่อนตัวหลังชั้นหนังสือ... อย่าส่งเสียงเด็ดขาด" ศิลาเอ่ยเสียงต่ำอย่างเร่งรีบ "คนที่อยู่นอกประตู... ไม่ใช่ตำรวจ และไม่ใช่คนของคุณ"
รินรดายังไม่ทันได้ถามคำถามใดต่อ ศิลาก็ผลักเธอกลับไปด้านหลังตู้หนังสือขนาดใหญ่ ก่อนที่เขาจะหันหลังเดินไปปลดล็อกกลอนประตูด้วยสีหน้าไร้ความเกรงกลัว ทว่าแฝงไว้ด้วยความระแวดระวังถึงขีดสุด บานประตูไม้สักค่อยๆ แง้มเปิดออกช้าๆ เผยให้เห็นเงาร่างสูงโปร่งภายใต้หมวกฮู้ดสีดำที่ยืนรออยู่ความมืดมิดของทางเดิน... พร้อมกับกลิ่นอายของอาคมสายดำที่รุนแรงจนแสบจมูก
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความลับอันมืดมนนี้ด้วยกันนะครับ — อรุณมนตราขาว
อาคมอำพรางกับคนช่างสงสัย•ตอนที่ 5
จดหมายเหตุอาคม
ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมอำพรางกับคนช่างสงสัย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!