อาคมอำพรางกับคนช่างสงสัย•ตอนที่ 4

เงาตามตัว

ผลงานโดย อรุณมนตราขาว
กลิ่นธูปโบราณที่อลวนอยู่ปลายจมูกไม่ได้น่าสะพรึงกลัวเท่าความจริงที่ว่า ร่างสูญผอมในชุดฌาปนกิจที่ยืนอยู่เบื้องหน้านั้น มีเงาทอดทาบลงบนพื้นซีเมนต์อย่างชัดเจน ศิลากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ สมองส่วนเหตุผลและตรรกะของอาจารย์มหาวิทยาลัยประมวลผลอย่างบ้าคลั่ง—คนตายไม่มีเงา แต่ศพของ "ประพันธ์" ถูกฝังไปเมื่อสามวันก่อนตามบันทึกของมูลนิธิ เว้นเสียแต่ว่า… นี่ไม่ใช่ผีสาง หากเป็นภาพลวงตาที่ถูกปรุงแต่งขึ้นด้วยอาคมพรางตาขั้นสูง "อย่าขยับ" เสียงกระซิบต่ำติดจะแหบพร่าของรินรดา ดังขึ้นพร้อมกับสัมผัสเย็นเฉียบของปลายนิ้วที่แตะลงบนข้อศอกของเขา เธอไม่ได้ตกใจกลัวจนเสียศูนย์อย่างที่คนทั่วไปควรจะเป็น สัญชาตญาณนักสืบและสัมผัสพิเศษที่ตื่นตัวทำให้ม่านตาของเธอดำมืดลงด้วยความระแวกระวัง มืออีกข้างของเธอกำด้ามเหล็กแหลมพกพาไว้แน่นจนข้อต่องอขาว ร่างที่ยืนอยู่ตรงธรณีประตูค่อยๆ เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่ควรจะไร้ประกายกลับเบิกโพง ปรากฏรอยยิ้มบิดเบี้ยวจนมุมปากแทบฉีกถึงใบหู ก่อนที่ร่างนั้นจะสลายกลายเป็นควันสีเทาจางๆ พร้อมกับเสียงหัวเราะแหบแห้งที่ลอยละล่องไปในความมืดของโถงทางเดินอพาร์ตเมนต์ "ภาพสะท้อนจากจิตใต้สำนึก... หรือเขตอาคม?" ศิลาพึมพำกับตัวเองขณะกวาดสายตามองร่องรอยของพลังงานที่ยังคงหลงเหลือในอากาศ ปลายนิ้วของเขาแตะเบาๆ ที่กระเป๋าเสื้อสูทซึ่งบรรจุแผ่นยันต์คุ้มAคมสายขาวไว้ "ไม่ใช่ทั้งสองอย่างครับอาจารย์" รินรดาแทรกขึ้น น้ำเสียงของเธอเย็นเยียบและจริงจัง เธอสערสายตาไปยังมุมมืดสุดทางเดินที่เงาทอดยาว "นั่นคือเหยื่อล่อ... และตอนนี้ มีคนกำลังจดจ้องเราอยู่" ความเงียบงันเข้าปกคลุมพื้นที่ชั่วขณะ มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศเก่าๆ ที่ส่งเสียงครางหึ่งๆ แข่งกับจังหวะการเต้นของหัวใจ ทั้งศิลาและรินรดายืนชิดกันโดยสัญชาตญาณ ระยะห่างระหว่างนักวิชาการผู้ยึดมั่นในเหตุผลกับนักสืบสาวผู้ใช้ลางสังหรณ์ถูกลดทอนลงเหลือเพียงความอบอุ่นเจือจางจากร่างกายที่สัมผัสกันในยามวิกาล "คุณสัมผัสได้ถึงทิศทางไหม" ศิลาเอ่ยถาม สายตาคมกริบกวาดมองไปรอบตัวเพื่อประเมินความเสี่ยง "ทางบันหนีไฟ... กลิ่นอายของน้ำมันจันทน์ผสมว่านโพง" รินรดาตอบทันควัน ดวงตาคู่สวยหรี่ลงอย่างใช้ความคิด "มันไม่ใช่ไสยเวททั่วไป คนที่เล่นอาคมนี้ต้องมีจิตที่แก่กล้ามากพอที่จะดึงภาพความทรงจำของเราออกมาฉายซ้ำ... มันจงใจเล่นกับปมในใจของคุณอาจารย์" ศิลาชะงักไปชั่ววินาที คำพูดของเธอบาดลึกเข้าไปในซอกหลืบของความทรงจำที่เขาพยายามปิดตาย ภาพของคนรักเก่าที่เขาไม่สามารถยعยชีวิตไว้ได้ผุดวาบขึ้นมาในหัว แต่วินาทีนี้ไม่ใช่เวลามาฟูมฟักแผลเป็นในอดีต เขาดึงสติตนเองกลับมาอย่างรวดเร็ว ความสุขุมเยือกเย็นถูกสวมทับลงบนใบหน้าอีกครั้ง "ถ้ามันตั้งใจจะเล่นเกมจิตวิทยา แสดงว่าเรากำลังก้าวเข้าใกล้ความจริงบางอย่างที่พวกมันซ่อนไว้" ศิลาตัดสินใจก้าวออกไปที่โถงทางเดิน "ตามมาครับ รินรดา ระวังอย่าให้มันต้อนเราเข้ามุม" ทั้งสองเคลื่อนไหวอย่างเงียบเชียบและรวดเร็วราวกับเงา รินรดานำหน้าด้วยสัมผัสพิเศษที่คอยตรวจจับคลื่นพลังงานรอบตัว ส่วนศิลาระแวดระวังด้านหลัง คอยวิเคราะห์สภาพแวดล้อมและคำนวณความเป็นไปได้ตามหลักจิตวิทยาเชิงพฤติกรรม บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความกดดัน ประหนึ่งว่าผนังปูนเก่าๆ ของตึกแถวนี้กำลังบีบตัวแคบลงทุกขณะ บันไดหนีไฟที่ทอดตัวลงสู่ชั้นล่างมืดสนิท หลอดไฟนีออนกะพริบติดๆ ดับๆ สร้างเงาทอดยาวที่ดูราวกับอสุรกายกำลังร่ายรำ กลิ่นธูปโบราณจางหายไปแล้ว แต่ถูกแทนที่ด้วยกลิ่นอานุภาพของอาคมที่กดทับจนหน้าอกอึดอัด รินรดาหยุดชะงักกะทันหันจนศิลาเกือบชนเข้ากับแผ่นหลังของเธอ เธอยกมือขึ้นเป็นสัญญาณให้หยุดนิ่ง ดวงตาของเเพ่งมองไปยังความมืดที่ชานชาลาบันไดชั้นถัดไป มีเสียงฝีเท้า... แผ่วเบา ทว่ามั่นคง กำลังก้าวเดินสวนขึ้นมา "ใครนั่น" รินรดาร้องถาม เสียงของเธอสะท้อนก้องไปตามผนังปูนเปลือย ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเงาร่างหนึ่งที่ค่อยๆ ก้าวพ้นเขตความมืดออกมาภายใต้แสงไฟนีออนที่กะพริบครั้งสุดท้ายก่อนจะดับสนิท ชายแปลกหน้าในชุดสูทสีเข้ม ใบหน้าครึ่งหนึ่งถูกบดบังด้วยหมวกปีกกว้าง เขากำลังยืนขวางทางหนีทีไล่ทั้งหมดไว้ รอยยิ้มที่มุมปากของชายคนนั้นไม่ได้สื่อถึงความหวาดกลัว แต่เป็นรอยยิ้มของผู้ล่าที่ต้อนเหยื่อจนมุมได้ตามแผน ศิลาก้าวขึ้นมายืนบังรินรดาไว้ครึ่งตัวโดยสัญชาตญาณ แม้ในใจจะประเมินแล้วว่าอีกฝ่ายไม่ได้มาเจรจาด้วยมือเปล่า แต่แววตาของอาจารย์หนุ่มกลับเปล่งประกายความท้าทายอย่างเยือกเย็น "ดูเหมือนว่าพวกเรากำลังถูก 'เงา' ตามตัวมาโดยตลอดสินะครับ" ศิลาเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท ทว่าเฉียบคมพอที่จะตัดผ่านความเงียบงันในยามวิกาล ชายลึกลับไม่ตอบคำถาม เขายกมือขึ้นช้าๆ นิ้วเรียวยาววาดอักขระกลางอากาศด้วยความรวดเร็ว จนเกิดประกายไฟสีฟ้าอ่อนวาบขึ้นในความมืด ก่อนที่เขาจะเอ่ยประโยคที่ทำให้ลมหายใจของทั้งคู่ต้องสะดุด "อาจารย์ศิลา... อาจารย์คิดว่าวิญญาณของเหยื่อที่อาจารย์ช่วยไว้ไม่ได้ กลับมาทวงถามความยุติธรรม... หรือจริงๆ แล้ว มันกำลังมารอรับศพของอาจารย์กันแน่?" *** ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปในความมืดมนและลุ่มลึกของอาคมอำพรางนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (อรุณมนตราขาว)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง อาคมอำพรางกับคนช่างสงสัย นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%