นิติเวชเลือดเย็นกับฆาตกรที่ไร้รอยนิ้วมือ•ตอนที่ 11

เสียงเรียกจากอดีต

ผลงานโดย พยานปากเอก
แฟ้มคดีสีน้ำตาลเข้มที่มุมกระดาษเริ่มเหลืองกรอบตามกาลเวลา ถูกวางลงบนโต๊ะสแตนเลสสตีลเย็นเฉียบของห้องชันสูตร เสียงกระดาษกระทบพื้นผิวโลหะดังทึบ ท่ามกลางกลิ่นฉุนของฟอร์มาลีนที่อบอวลจนแสบจมูก ธันวาไม่ได้เงยหน้าขึ้นจากกล้องจุลทรรศน์ เลนส์ขยายกำลังสูงกำลังจับจ้องอยู่ที่ชิ้นเนื้อเยื่อบางเฉียบ สไลด์กระจกแผ่นนั้นสะท้อนแสงไฟนีออนสีขาวโพลนจนเห็นเส้นเลือดฝอยระโยงระยางราวกับแผนที่เขาวงกต นิ้วเรียวยาวของแพทย์นิติเวชยังคงหมุนปรับปุ่มโฟกัสอย่างแม่นยำ ราวกับโลกภายนอกห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ นี้ไม่มีความหมายใดๆ ทั้งสิ้น "ผมคิดว่าคุณน่าจะสนใจคดีนี้เป็นพิเศษ... หมอธันวา" เสียงทุ้มต่ำของ ร.ต.อ. ศิลา ดังแทรกขึ้นทำลายความเงียบ นายตำรวจหนุ่มยืนกอดอกพิงกรอบประตู สีหน้าเรียบเฉยแต่แววตากลับไหววับราวกับกำลังประเมินปฏิกิริยาของอีกฝ่าย ศิลาไม่ได้ขยับเข้ามาใกล้ แต่แรงกดดันจากตัวตนของเขากลับแผ่ซ่านเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวของธันวาอย่างชัดเจน ธันวาค่อยๆ ถอนสายตาออกจากเลนส์กล้อง เขายืดตัวตรงช้าๆ ถอดถุงมือยางสีขาวออกทีละข้างด้วยความใจเย็น ราวกับจังหวะจะโคนทุกอย่างถูกคำนวณไว้แล้วโดยเครื่องจักร ไร้ซึ่งความลังเลหรือตื่นตระหนก แม้ว่าชื่อบนแฟ้มคดีเก่าฉบับนั้นจะสลักด้วยลายมือที่เขาคุ้นเคยยิ่งกว่าลายมือของตนเอง *นพ. ธน ธีรธำรง* ชื่อของพ่อผู้ล่วงลับ... ศัลยแพทย์มือหนึ่งผู้ถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตกรต่อเนื่องในคดีผ่าตัดอำพรางเมื่อสิบห้าปีก่อน ก่อนที่เขาจะจบชีวิตลงในห้องขังด้วยยาเกินขนาดที่ทางการอ้างว่าเป็นการ "ฆ่าตัวตายหนีความผิด" "คุณเอาแฟ้มคดีเน่าเฟะนี่เข้ามาในห้องชันสูตรของผมทำไม, ผู้กองศิลา" ธันวาเอ่ยขึ้น น้ำเสียงเรียบสนทนาราบเรียบจนเย็นเยียบ ไร้คลื่นอารมณ์ใดๆ เจือปน แต่มันกลับคมกริบพอที่จะกรีดแทงบรรยากาศรอบตัวให้ขาดวิ่น ศิลาเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงาน ก้าวเท้าบนพื้นกระเบื้องยางไร้เสียงสะท้อน เขาใช้ปลายนิ้วเคาะเบาๆ บนสันแฟ้มคดีที่ปิดสนิท "เพราะผมเพิ่งไปค้นเจอหลักฐานบางอย่างในห้องเก็บของคดีเก่าที่ถูกลืม... และบังเอิญว่า รอยกรีดบนกระดูกซี่โครงของเหยื่อในคดีปัจจุบันที่คุณเพิ่งชันสูตรไปเมื่อเช้า มันใช้เทคนิคเดียวกับรายงานการผ่าตัดเมื่อสิบห้าปีก่อน เป๊ะๆ ชนิดที่เรียกว่า ถอดแบบออกมาจากสำเนาใบเดียวกัน" ห้องชันสูตรพล H กระทันหันราวกับอุณหติลดฮวบลงหลายองศา ธันวาสบตากลมโตคู่คมของนายตำรวจหนุ่ม นัยน์ตาของแพทย์นิติเวชไร้ประกายความตื่นตระหนก มีเพียงความว่างเปล่าอันน่าขนพองสเกลล้อมรอบตัวเขาไว้ราวกับเกราะกำบัง "คุณกำลังบอกว่า ฆาตกรที่พวกเราตามล่าอยู่ตอนนี้ คือคนเดียวกับคนที่ตำรวจเคยสรุปสำนวนว่าตายไปแล้วเมื่อสิบห้าปีก่อนอย่างนั้นหรือ" "ผมไม่ได้บอกว่าเขาตายจริงหรือปลอม" ศิลาหรี่ตาลงเล็กน้อย สังเกตทุกการขยับของกล้ามเนื้อบนใบหน้าของธันวา "ผมกำลังบอกว่า มีใครบางคนกำลังพยายามส่งสาร... ถึงคุณ" ธันวาแค่นหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงหัวเราะที่แห้งแล้งและเย็นชาจนน่ากลัว เขาก้าวเท้าเดินอ้อมโต๊ะสแตนเลสเข้ามาประชิดตัวตำรวจหนุ่ม ร่างกายของทั้งคู่ยืนห่างกันเพียงแค่ก้าวเดียว กลิ่นอายความเป็นความตายจากร่างไร้ลมหายใจบนเตียงผ่าตัดผสมผสานกับกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่ติดตัวศิลามาสร้างแรงเสียดทานทางเคมีที่อันตรายยิ่ง "สารจากอดีตไม่มีความหมายอะไรในทางนิติวิทยาศาสตร์หรอกครับ, ผู้กอง" ธันวาเอ่ยกระซิบชิดริมฝีปาก น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ดุดันด้วยตรรกะอันแข็งกร้าว "วิทยาศาสตร์ไม่เชื่อเรื่องผีสาง ไม่เชื่อความบังเอิญ และไม่สนใจความรู้สึกดราม่าของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ที่มักจะใช้สัญชาตญาณพร่ำเพ้อหาความจริง ถ้ามีคนกำลังเล่นตลกอะไรบางอย่าง ผมจะใช้มีดผ่าตัดเลาะเอาความจริงออกมาให้ดูด้วยตาตัวเอง ว่าเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังของฆาตกรมันเน่าเฟะแค่ไหน" "บางครั้ง... ความจริงที่คุณพยายามพิสูจน์ด้วยวิทยาศาสตร์ อาจจะไม่ได้สะอาดสะอ้านอย่างที่คุณคิดหรอกนะ, หมอ" ศิลาสวนกลับทันควัน นัยน์ตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของธันวาอย่างไร้ความเกรงกลัว "เปิดแฟ้มนี้ดูสิ แล้วคุณจะรู้ว่าพ่อของคุณไม่ได้ถูกใส่ร้ายเพราะความบังเอิญ... แต่เขาจงใจถูกเลือกให้เป็นแพะ เพราะเขารู้ความลับบางอย่างที่ลึกซึ้งกว่าที่คุณคาดคิด" มือหนาของศิลาเลื่อนแฟ้มคดีสีน้ำตาลมาตรงหน้าธันวา พร้อมกับเปิดหน้าแรกออกเผยให้เห็นภาพถ่ายขาวดำของการชันสูตรศพเมื่อสิบห้าปีก่อน รอยแผลผ่าตัดรูปตัววาย (Y-incision) บนหน้าอกศพในภาพนั้น ช่างทับซ้อนกับรอยแผลของเหยื่อรายล่าสุดบนโต๊ะชันสูตรด้านหลังราวกับกระจกเงา ธันวาชะงักไปชั่วขณะ ปลายนิ้วที่เคยนิ่งสนิทกลับเกร็งแน่นจนข้อต่อนิ้วขึ้นสีขาวซีด ภาพในอดีตที่เขาพยายามฝังกลบมันไว้ด้วยกองตำราแพทย์และตรรกะอันเย็นชาตลอดสิบปีที่ผ่านมา กำลังถูกมือของตำรวจหนุ่มคนนี้ขุดคุ้ยขึ้นมาเผชิญหน้าอีกครั้ง ก่อนที่ธันวาจะได้เอ่ยคำพูดใดออกมาเพื่อโต้แย้ง เสียงฝีเท้าฝีหนาหนักและรีบร้อนก็ดังขึ้นที่ทางเดินด้านนอก ประตูห้องชันสูตรถูกกระชากเปิดออกอย่างไร้มารยาท เจ้าหน้าที่ตำรวจสนามนายหนึ่งวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาด้วยความตกใจ หอบหายใจโยนรายงานฉบับใหม่ลงบนโต๊ะ "ผู้กองครับ! เกิดเรื่องแล้วครับ!" ตำรวจนายนั้นละล่ำละลักพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "เราเพิ่งได้รับแจ้งจากนิติเวชโรงพยาบาลภูมิภาค... ว่าศพของ นพ.ธน ธีรธำรง ที่ฝังอยู่ในสุสานเมื่อสิบห้าปีก่อน... มีคนแอบขุดโลงขึ้นมาเมื่อคืนนี้!" ศิลาหันขวับกลับไปมองหน้าลูกน้องทันที ก่อนจะกวาดสายตากลับมามองธันวาอย่างช้าๆ ในขณะที่ธันวานิ่งค้างไป ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน ลมหายใจสะดุดกักไว้ที่ลำคอ เมื่อดวงตาสีดำสนิทของแพทย์นิติเวชก้มลงมองภาพถ่ายในแฟ้มคดีอีกครั้ง และสังเกตเห็นรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาเพิ่งมองข้ามไป—รอยเย็บแผลบนศพในภาพเมื่อสิบห้าปีก่อน ใช้ไหมเย็บชนิดเดียวกันเป๊ะกับศพที่อยู่บนเตียงในห้องนี้เมื่อสองชั่วโมงก่อน... และที่มุมขวาของภาพถ่ายใบนั้น มีรอยเขียนด้วยปากกาหมึกซึมสีแดงสด เป็นลายมือหวัดๆ ที่ธันวาจำได้ขึ้นใจ แม้จะผ่านมานานนับสิบปีแล้วก็ตาม *ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะ... ลูกชาย* ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางผ่านคมมีดแห่งตรรกะนี้ไปด้วยกันนะครับ — พยานปากเอก
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเลือดเย็นกับฆาตกรที่ไร้รอยนิ้วมือ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%