กลิ่นน้ำยาฆ่าเชื้อฟอร์มาลินในยามวิกาลไม่เคยเป็นมิตรกับปอด แต่มันคือออกซิเจนชนิดเดียวที่แพทย์นิติเวชอย่างผมเลือกจะสูดดมเพื่อความสงบทางจิตใจ
ความเงียบงันภายในห้องชันสูตรชั้นใต้ดินของสถาบันนิติเวชวิทยาถูกฉีกกระชากด้วยเสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเข้ามาอย่างไร้มารยาท ร.ต.อ.ศิลายืนอยู่ตรงกรอบประตู เสื้อแจ็คเก็ตหนังยับยู่ยี่บ่งบอกว่าเขาเพิ่งผ่านการไล่ล่าอะไรบางอย่างบนท้องถนนยามดึกมาหมาดๆ ดวงตาสีเข้มคู่นั้นกวาดมองร่างไร้วิญญาณบนเตียงสเตนเลส ก่อนจะมาหยุดนิ่งที่ผม
"นายควรจะกลับบ้านไปนอนได้แล้ว ธันวา" ศิลาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบต่ำ พลางหยิบซองบุหรี่ขึ้นมาเคาะแตะกับฝ่ามือ แม้จะรู้ดีว่ากฎข้อบังคับห้ามสูบบุหรี่ในอาคารนี้ แต่วินาทีนี้ไม่มีใครสนใจกฎเกณฑ์อีกต่อไปแล้ว
"บ้านของผมคือที่ที่มีความจริงซ่อนอยู่สารวัตร" ผมตอบเสียงเรียบ สายตายังคงจดจ่ออยู่กับการใช้คีมคีบชิ้นเนื้อเยื่อบางเฉียบใต้กล้องจุลทรรศน์ "และดูเหมือนว่าความจริงในคืนนี้ จะเดินทางมาหาเราเร็วกว่าที่คิด"
ผมผายมือไปยังโต๊ะสแตนเลสอีกด้าน บนนั้นมีแฟ้มเอกสารคดีเก่าเมื่อหี่ปีก่อน—คดีที่พ่อผมถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตกรต่อเนื่อง—และเหนือแฟ้มนั้น มี "บางสิ่ง" วางทับอยู่ มันคือกล่องของขวัญกำมะหยี่สีดำสนิท ไร้รอยนิ้วมือ ไร้ร่องรอยการแกะกล่อง มีเพียงการ์ดสีขาวสะอาดตาเสียบไว้ด้านบนด้วยเข็มหมุดเงิน
ศิลาเดินเข้าไปใกล้ด้วยสัญชาตญาณดิบของตำรวจ มือหนาเอื้อมไปหมายจะหยิบการ์ดนั้นขึ้นมา
"อย่าเพิ่งแตะต้องมัน" ผมเตือน เสียงของผมเฉียบคมราวกับใบมีดผ่าตัด "จำไม่ได้หรือไง... ฆาตกรรายนี้ไม่เคยทิ้งลายนิ้วมือไว้บนที่เกิดเหตุเลยแม้แต่รอยเดียว"
ศิลาชะงักมือ รอยย่นบนหน้าผากยับย่นขึ้นด้วยความหงุดหงิด เขาถอนหายใจยาวเหยียดก่อนจะดึงผ้าเช็ดหน้าออกมารองรับการหยิบการ์ดแผ่นนั้นขึ้นมาอ่านออกเสียงด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียดขึ้น
*"ความจริงที่ซ่อนอยู่ใต้มีดผ่าตัดของคุณหมอ... จะคมกริบพอที่จะช่วยชีวิตใครได้สักคนไหมนะ? หรือสุดท้ายแล้ว คุณก็เป็นแค่ลูกชายของฆาตกรที่พยายามล้างมลทินให้ตระกูลตัวเอง"*
สิ้นเสียงอ่าน ห้องชันสูตรทั้งห้องก็ราวกับถูกแช่แข็งด้วยความหนาเยือกเย็น อุณหภูมิรอบตัวลดฮวบลงอย่างน่าประหลาด ศิลาเงยหน้าขึ้นสบตาผม นัยน์ตาของนายตำรวจมือปราบฉายแววระแวงระวังผสมความเห็นอกเห็นใจอย่างประหลาด
"มันจงใจส่งข้อความนี้เข้ามาในเขตกักกันความปลอดภัยสูงสุดของสถาบันนิติเวช..." ศิลาพูดลอดไรฟัน "หมายความว่ามันมีคนวงในคอยเปิดประตูให้ หรือไม่... มันก็อยู่ใกล้ตัวเรามากกว่าที่เราคิด"
"หรือบางที..." ผมพูดต่อโดยไม่ละสายตาจากกล่องกำมะหยี่ "มันอาจจะกำลังยืนมองเราจากมุมมืดสักแห่งในตึกนี้"
ผมเดินเข้าไปใกล้กล่องของขวัญใบนั้น กลิ่นอายจางๆ ของน้ำหอมราคาแพงระเหยปะปนกับกลิ่นฟอร์มาลิน มันเป็นกลิ่นที่ผมเคยได้กลิ่นเมื่อตอนเด็ก... กลิ่นเดียวกับวันที่พ่อของผมถูกจับกุม หัวใจของผมกระตุกวูบไปชั่วขณะ แต่ภายใต้ใบหน้าที่นิ่งสนิท ผมควบคุมจังหวะการเต้นของชีพจรได้อย่างยอดเยี่ยม นิติเวชที่ดีต้องไม่ใช้อารมณ์เหนือเหตุผล แต่วินาทีนี้ เลือดในกายผมกลับร้อนระอุขึ้นสวนทางกับความเย็นชาภายนอก
"เปิดมันสิ" ศิลาพยักเพยิด "นายคือคนไขคดีนี้ ธันวา"
ผมหยิบถุงมือยางสวมทับลงบนมือทั้งสองข้างอย่างใจเย็น ก่อนจะค่อยๆ เปิดฝากล่องกำมะหยี่สีดำออกช้าๆ
ภายในกล่องนั้นไม่มีระเบิด ไม่มีชิ้นส่วนมนุษย์อย่างที่ภาพยนตร์ฆาตกรรมมักจะทำกัน สิ่งที่นอนสงบนิ่งอยู่บนผ้ากำมะหยี่สีแดงสด คือ "เข็มฉีดยาแพทย์สนาม" รุ่นเก่าที่เลิกผลิตไปแล้วเมื่อสิบปีก่อน และภายในกระบอกฉีดยานั้น มีคราบสารละลายสีอำพันหลงเหลืออยู่เพียงหยดเดียว พร้อมกับกระดาษโน้ตแผ่นเล็กที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า...
*"สารตัวเดียวกัน... กับที่พ่อแกใช้ในคืนนั้น"*
บรรยากาศในห้องเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหยดน้ำจากก๊อกน้ำสแตนเลส ศิลาเบิกตากว้างเมื่อเห็นหลักฐานชิ้นนั้น เขารู้ทันทีว่ามันหมายถึงอะไร—คดีเก่าที่ถูกปิดตายกำลังถูกขุดขึ้นมาเพื่อเล่นงานจิตวิทยาของแพทย์นิติเวชผู้ยึดมั่นในความถูกต้องอย่างผมโดยเฉพาะ
"ธันวา..." ศิลาเรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงที่เบาลงอย่างเห็นได้ชัด "นี่มันเกมจิตวิทยา มันจงใจปั่นหัวนายเพื่อให้นายทำลายหลักฐานหรือทำอะไรโง่ๆ"
"มันไม่ได้ปั่นหัวผมสารวัตร..." ผมเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของผมแหบพร่าและเยียบเย็นจนแม้แต่ศิลายยังต้องสะดุ้ง "แต่มมันกำลังบอกผมว่า... คนที่ฆ่าเหยื่อในอดีตตัวจริง ยังลอยนวลอยู่"
ผมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเพื่อเตรียมประสานงานให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้ามาเก็บดีเอ็นเอที่เหลืออยู่บนเข็มฉีดยา แม้จะรู้ดีว่าคนอย่างมันคงไม่โง่พอที่จะทิ้งร่องรอยให้ตามตัวได้ง่ายๆ แต่วินาทีที่หน้าจอโทรศัพท์สว่างวาบขึ้น เสียงแจ้งเตือนข้อความใหม่ก็ดังแทรกขึ้นมาขัดจังหวะ
*ติ๊ง!*
ผมก้มลงมองหน้าจอ เป็นข้อความจากเบอร์แปลกที่ไม่มีชื่อผู้ส่ง แต่มีพิกัดจีพีเอสแนบมาพร้อมกับข้อความสั้นๆ เพียงบรรทัดเดียว
*“อยากรู้ความจริงเกี่ยวกับพ่อของนายไหม? ...ตอนนี้ ที่ชั้นใต้ดิน B3 ลานจอดรถร้าง จงมาคนเดียว... ก่อนที่หลักฐานชิ้นสุดท้ายจะถูกเผาทำลายพร้อมกับร่างของเหยื่อรายใหม่”*
ผมจ้องมองพิกัดนั้นนิ่งงัน ขณะที่ศิลาซึ่งชะโงกหน้ามาอ่านด้วยรีบคว้าปืนพกออกจากซองทันที
"ไม่ได้เด็ดขาด! นายจะบ้าหรือไงธันวา นั่นมันหลุมพรางชัดๆ!" ศิลาตวาดลั่นด้วยความเดือดดาล พลางขวางทางเดินของผม "ฉันจะเรียกกำลังเสริมปิดตึกนี้เดี๋ยวนี้!"
ผมเงยหน้าขึ้นสบตากับนายตำรวจคู่หู รอยยิ้มเย็นเยียบปรากฏขึ้นที่มุมปากของผมเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี มันไม่ใช่รอยยิ้มแห่งความกลัว แต่คือรอยยิ้มของนักล่าที่รอคอยเหยื่อมานานแสนนาน
ผมหยิบ scalpel (มีดผ่าตัดสแตนเลสขนาดเล็ก) ขึ้นมาซ่อนไว้ในกระเป๋าเสื้อกาวน์สีขาว ก่อนจะเดินผ่านหน้าศิลาไปอย่างไร้ความลังเล
"ถ้าผมไม่ไป... ความจริงก็จะตายไปกับความมืด" ผมพูดทิ้งท้ายโดยไม่หันกลับมามอง "และจำไว้สารวัตร... ถ้าผมไม่กลับขึ้นมาภายในสิบห้า นาที... แปลว่าความจริงในคืนนี้ เลือกที่จะฝังผมไว้ข้างล่างนั้นแทน"
*แอด...*
เสียงประตูกระจกห้องชันสูตรปิดลงตามหลังผม พร้อมกับความมืดมิดของทางเดินชั้นใต้ดินที่อ้าแขนรอรับการมาเยือนของผมอย่างเงียบเชียบ
...
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
นิติเวชเลือดเย็นกับฆาตกรที่ไร้รอยนิ้วมือ•ตอนที่ 7
เงาที่พาดผ่าน
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเลือดเย็นกับฆาตกรที่ไร้รอยนิ้วมือ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!