กลิ่นคาวสนิมเหล็กและน้ำยาฟอร์มาลีนเจือจางในห้องผ่าศพใต้ดินของสถาบันนิติเวชยามวิกาล ไม่เคยเป็นมิตรกับใคร แต่มันกลับคุ้นเคยเสียยิ่งกว่าลมหายใจของมนุษย์
ธันวาตวัดปลายมีดผ่าตัดลงบนเนื้อเยื่อใต้ราวนมของร่างไร้วิญญาณตรงหน้าอย่างแม่นยำ ทุกสัมผัสผ่านคมเหล็กคือภาษาพูดของความตายที่ถูกบันทึกไว้ในระดับเซลล์ เขาไม่ได้มองว่าศพตรงหน้าคือเหยื่ออาชญากรรม แต่เป็นห้องสมุดที่บรรจุความจริงอันบิดเบี้ยว ซึ่งฆาตกรพยายามปกปิดด้วยความประณีต
เสียงฝีเท้าหนักหน่วงที่ก้าวเข้ามาโดยไม่เคาะประตูล่วงหน้า ไม่ได้ทำให้จังหวะการลงมีดของแพทย์นิติเวชหนุ่มสะดุดลงแม้แต่น้อย ร.ต.อ.ศิลายืนกอดอกพิงกรอบประตู แสงไฟนีออนสีขาวโพลนสะท้อนกับดวงตาที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและร่องรอยของความพ่ายแพ้ชั่วคราว นายตำรวจมือปราบผู้ใช้สัญชาตญาณนำทางมาตลอดชีวิต กำลังเผชิญหน้ากับทางตันที่แม้แต่ประสบการณ์ยี่สิบปีก็ช่วยอะไรไม่ได้
"คุณผ่าศพศาลเตี้ยมาสามศพแล้ว หมอธันวา..." ศิลาเอ่ยขึ้น ทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงที่แหบพร่า ไร้ซึ่งแววของการหาเรื่องหรือการปะทะฝีปากอย่างที่เคยเป็น "และรอยกรีดบนกระดูกซี่โครงของเหยื่อทุกราย... มีองศาเดียวกันกับคดีที่พ่อผมเคยทำเมื่อสิบห้าปีก่อนไม่มีผิดเพี้ยน"
ธันวาหยุดมือ เขาวางมีดสเตนเลสลงบนถาดถดถอดเสียงโลหะกระทบกันกังวานก้องห้องสี่เหลี่ยมแคบๆ ชายหนุ่มถอดถุงมือยางที่เปื้อนคราบเลือดจางๆ ออกทีละนิ้วอย่างใจเย็น ก่อนจะหันมาเผชิญหน้ากับนายตำรวจรุ่นพี่
ดวงตาสองคู่ปะทะกันในความเงียบ—คู่หนึ่งคือความเย็นชาของตรรกะและหลักฐานเชิงประจักษ์ อีกคู่คือความร้อนรุ่มของอุดมการณ์ที่กำลังแผดเผาตัวตน
"คุณกำลังบอกว่า... ฆาตกรเงาคนนั้น ไม่ได้ตายไปพร้อมกับกองเพลิงในคืนนั้นอย่างที่สำนวนคดีสรุปใช่ไหมครับ ผู้กองศิลา" ธันวาเอ่ยถาม น้ำเสียงเรียบสนิทแต่กลับสร้างแรงกดดันมหาศาลให้อากาศรอบตัวหนาทึบขึ้น
ศิลาแค่นหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมปากอย่างขมขื่น เขาเดินเข้ามาใกล้โต๊ะชันสูตร จนกลิ่นอายของบุหรี่จางๆ ที่ติดตัวผสมผสานเข้ากับกลิ่นเคมีในห้อง
"ผมไม่อยากเชื่อสิ่งที่ตัวเองคิดเลยด้วยซ้ำ... ตลอดเวลาผมคิดว่าคุณเป็นแค่หมอเย็นชาคนหนึ่งที่สนใจแต่ตัวเลขบนผลแล็บและค่าทางเคมี แต่สิ่งที่ผมพบในแฟ้มลับของกรมตำรวจเมื่อบ่ายวันนี้ มันเปลี่ยนมุมมองผมไปหมด" ศิลาโยนซองเอกสารสีน้ำตาลเก่าคร่ำคร่าลงบนโต๊ะข้างศพ "นี่คือรายงานชันสูตรนอกรอบของพ่อผม เมื่อสิบห้าปีก่อน ลายมือยึกยือในหน้าสุดท้าย... มันคือลายมือเดียวกับที่คุณใช้เขียนบันทึกการทดลองบนโต๊ะทำงานของคุณ"
ธันวาก้มมองซองเอกสารนั้น แววตาไหววับไปชั่วพริบตาก่อนจะกลับคืนสู่ความนิ่งงันดั่งผิวน้ำในบึงลึก เขาไม่ได้ปฏิเสธ และนั่นคือคำตอบที่ชัดเจนยิ่งกว่าคำพูดใดๆ
"พ่อของคุณไม่ได้ฆ่าตัวตายและไม่ได้เป็นคนรับสินบน..." ธันวาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่กังวานลึก "ท่านแค่เข้าใกล้ 'มัน' มากเกินไป จนโครงสร้างอำนาจที่เน่าเฟะในกรมตำรวจต้องหาทางกำจัดทิ้งด้วยวิธีที่สะอาดที่สุด... และสิบห้าปีต่อมา พวกมันกำลังทำแบบเดียวกันกับผม ด้วยวิธีเดิมๆ"
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่ความเงียบที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวง หากแต่มันคือความเงียบของการบรรจบกันระหว่างเส้นขนานสองเส้น
ศิลากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มือหนาของนายตำรวจสนามกำเข้าหากันแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความโกรธแค้นที่เคยสะสมมาครึ่งค่อนชีวิตถูกแทนที่ด้วยความตระหนักรู้บางอย่างที่น่ากลัวยิ่งกว่า
"ผมเกลียดวิธีคิดของคุณ ธันวา..." ศิลาเงยหน้าขึ้นสบตา แพทย์นิติเวชตรงหน้าตรงๆ แววตาของนายตำรวจเต็มไปด้วยความเด็ดเดี่ยวที่ถูกหลอมขึ้นใหม่จากความเจ็บปวด "คุณมันพวกไร้หัวใจที่ใช้ความตายเป็นเครื่องมือ... แต่ถ้าการลากคอมันมาลงโทษตามกฎหมายที่เน่าเฟะนี้มันเป็นไปไม่ได้..."
ศิลาหยุดเว้นจังหวะหนึ่งสูดลมหายใจเข้าลึกราวกับกำลังกระโดดลงไปในเหวลึก
"ผมยินดียกเลิกกฎหมาย... เพื่อให้คุณได้ใช้วิทยาศาสตร์ของคุณกรีดแผลเป็นให้พวกมันได้ลิ้มรสความเจ็บปวดบ้าง"
ธันวาจ้องมองนายตำรวจรุ่นพี่ นัยน์ตาคู่นั้นฉายประกายประหลาดขึ้นวับหนึ่ง มันไม่ใช่ความยินดี แต่เป็นการยอมรับพันธะสัญญาแห่งความมืดที่ไร้ซึ่งทางหวนกลับ
"ยินดีต้อนรับสู่ด้านมืดของความยุติธรรมครับ ผู้กอง" ธันวายื่นมือข้างที่สวมถุงมือสะอาดออกไป "แต่จำไว้... กฎข้อแรกของการร่วมมือกันครั้งนี้ คือห้ามมีความปรานีแม้แต่กับเงาของตัวเอง"
ศิลาไม่ลังเล เขาเอื้อมมือไปจับมือกับแพทย์นิติเวชหนุ่ม แรงบีบที่ประสานกันคือสัตยาบันเงียบๆ ระหว่างกฎหมายที่พังทลายกับวิทยาศาสตร์ที่ไร้ความปรานี
ทันใดนั้นเอง... เสียงสัญญาณเตือนภัยฉุกเฉินของระบบระบายอากาศในห้องชันสูตรก็ดังสนั่นขึ้นพร้อมกับแสงไฟสีแดงที่กะพริบตัดสลับความมืด หน้าจอคอมพิวเตอร์บนโต๊ะทำงานของธันวาซึ่งเคยล็อกไว้ด้วยรหัสผ่านความปลอดภัยสูงสุด ปรากฏข้อความตัวอักษรสีเขียววิ่งพล่านขึ้นมาเองโดยไม่มีใครแตะต้อง
*< ระบบตรวจพบการเข้าถึงฐานข้อมูลลับภายนอก... ต้นตอสัญญาณมาจาก... ห้องเก็บศพชั้นใต้ดิน B3 >*
ทั้งสองคนหันขวับไปมองประตูเหล็กทึบที่เชื่อมต่อไปยังโถงทางเดินมืดมิด เสียงฝีเท้าหนักๆ หลายคู่กำลังย่างก้าวเข้ามาใกล้ด้วยจังหวะที่สม่ำเสมออย่างไร้ความเร่งรีบ ราวกับพวกมันรู้ดีอยู่แล้วว่าเหยื่อทั้งสองกำลังยืนรอต้อนรับอยู่ตรงนี้
ศิลาชักปืนพกออกจากซองข้างเอวอย่างรวดเร็ว พร้อมกับที่ธันวาเอื้อมมือไปหยิบมีดผ่าตัดเล่มคมกริบขึ้นมาถือไว้มั่น
"ดูเหมือนว่า... เราไม่ต้องออกไปตามหาพวกมันแล้วล่ะครับ" ธันวากล่าวด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก ขณะที่เงาร่างทึบสามร่างเริ่มปรากฏขึ้นผ่านกระจกฝ้าของประตูห้องชันสูตร
ขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมติดตามและดำดิ่งไปกับความมืดมิดนี้ด้วยกันนะครับ
นิติเวชเลือดเย็นกับฆาตกรที่ไร้รอยนิ้วมือ•ตอนที่ 8
ปริศนาที่ยังไม่ถูกไข
ผลงานโดย พยานปากเอก
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พยานปากเอก)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง นิติเวชเลือดเย็นกับฆาตกรที่ไร้รอยนิ้วมือ นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!