"บอกว่าให้เลี้ยวซ้ายตรงซอยที่มีร้านขายน้ำเต้าหู้ ไม่ใช่เลี้ยวขวาเข้าดงร้านขายกรงนกแบบนี้ค่ะคุณคิริน! สมองซีกไหนของคุณเนี่ยที่ประมวลผลว่านี่คือทางมาบ้าน!"
เสียงโวยวายของนับดาวดังทะลุผ่านบลูทูธหมวกกันน็อกเข้ามา จนคนขับมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ต้องผ่อนคันเร่งแล้วถอนหายใจออกมาเบาๆ ผ่านไมค์โครโฟน คิรินปรายตามองกระจกมองข้าง เห็นร่างเล็กๆ ของแม่สตรีมเมอร์สาวที่นั่งซ้อนท้ายอยู่กำลังทำหน้ายู่ยี่จนจมูกรั้นๆ แทบจะชนกับแผ่นหลังของเขาอยู่รำไร
"ก็บอกแล้วว่าทางนี้มันลัดกว่า รถไม่ติดด้วย คุณนั่นแหละที่สมาธิสั้น เห็นร้านขายชานมไข่มุกหน่อยไม่ได้ ร้องกรี๊ดจนผมเกือบเสยฟุตบาท"
"ก็มันอยากกินนี่นา! แล้วอีกอย่าง... ใครใช้ให้คุณขับรถซิ่งเหมือนจะไปแข่งโมโตจีพีเล่า หัวใจฉันจะหลุดออกมาเต้นระบำแทบเท้าคุณอยู่แล้วนะ!" นับดาวแหวใส่พลางยกมือขึ้นทุบไหล่หนาของอีกฝ่ายเบาๆ เป็นการระบายความหมั่นไส้ หลังจากที่เธอจำใจต้องยอมนั่งซ้อนท้ายเจ้าพ่อโปรเพลเยอร์หนุ่มขี้เก๊กคนนี้มายังบ้านพักของเขาตามนัดซ้อมเกมประจำสัปดาห์ เพราะรถเก๋งคู่ใจดันงอแงแบตเสื่อมกะทันหัน
นี่คือ "นัดกระชับมิตรหรือสงครามย่อมๆ" ของจริงค่ะคุณรี้ดขา! จากที่ตกลงกันดิบดีว่าจะมาซ้อมแทคติกเกมกันแบบจริงจัง แต่ตลอดทางใช้เวลาครึ่งชั่วโมงหมดไปกับการเถียงกันเรื่องร้านขายของกินข้างทางและการหาพิกัดบ้านของคิวที่ซ่อนตัวอยู่ราวกับรังลับของสายลับเจมส์บอนด์
รถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบต์คันโก้แล่นเลี้ยวเข้ามาจอดสนิทในโรงรถสไตล์โมเดิร์นลอฟท์ที่สะอาดสะอ้านและเงียบสงบ นับดาวรีบถอดหมวกกันน็อกออกทันที สะบัดผมยาวสลวยที่ชื้นเหงื่อเล็กน้อยพร้อมกับใช้มือพัดลมใส่ใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีแดงระเรื่อด้วยความหงุดหงิดปนความตื่นเต้นนิดๆ ที่ได้ก้าวเข้ามาในอาณาเขตส่วนตัวของผู้ชายปากร้ายคนนี้เป็นครั้งแรก
"ถึงแล้วครับ ควีนออฟคีย์บอร์ด เชิญเสด็จลงจากพาหนะได้แล้ว มัวแต่ยืนจัดทรงผม เดี๋ยวฝนจะตกเสียก่อน" คิวเอ่ยแซوด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มติดกวนประสาท พร้อมกับถอดหมวกออกเผยให้เห็นเรือนผมสีเข้มที่ยุ่งเหยิงเล็กน้อยจากแรงลม แต่มันกลับทำให้ใบหน้าคมคายนั้นดูมีเสน่ห์ร้ายกาจจนคนมองต้องเผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก
"รู้แล้วน่า! ไม่ต้องมาสั่งเลย... อุ๊บ!"
นับดาวตั้งใจจะก้าวขาลงจากเบาะสูงๆ แต่เพราะความรีบร้อนและขายาวไม่เป็นใจ ปลายรองเท้าผ้าใบดันไปเกี่ยวเข้ากับที่พักเท้าอย่างจัง ร่างเพรียวเซถลาเสียหลักราวกับนางเอกละครไทยเกรดบีที่กำลังจะล้มลงไปฟาดพื้นคอนกรีตหน้าทิ่มให้ขายหน้าเล่น
แต่มีหรือที่โปรเพลเยอร์รีเฟล็กซ์ไวระดับพระกาฬจะยอมปล่อยให้เกิดภาพอนาถเช่นนั้น!
พรึบ!
วงแขนแกร่งพุ่งเข้ามาคว้าเอวบางของเธอไว้ได้อย่างทันท่วงที แรงเหวี่ยงพาให้ร่างทั้งร่างปลิวเข้าไปปะทะกับแผงอกกว้างของคนตัวสูงกว่าอย่างจัง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นสบู่สะอาดๆ ลอยเข้าแตะจมูกจนนับดาวสมองตื้อตันไปชั่วขณะ ดวงตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเงาใบหน้าของคิวโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกของเราเกือบจะชนกัน
"ซุ่มซ่ามเป็นกิจวัตรเลยหรือไงครับ นับดาว" เสียงกระซิบพร่าต่ำดังขึ้นชิดริมใบหูของเธอ ลมหายใจอุ่นๆ ที่รินรดอยู่แถวซอกคอทำเอาขนลุกซู่ไปทั้งตัว หัวใจเจ้ากรรมในอกเต้นโครมครามดังยิ่งกว่าเสียงกลองเพลในวันพระ
"อ... ออกไปนะ! ใครใช้ให้มาจับฉันเล่า!" สตรีมเมอร์สาวหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหู เธอรีบยกมือขึ้นดันอกแกร่งแล้วดีดตัวถอยหลังออกมาทันทีด้วยความเขินอายขั้นสุด พยายามซ่อนความสั่นไหวในแววตาด้วยการทำเสียงดุกลบเกลื่อน "มือไม้นี่ไวเกินเหตุนะคุณคิริน ฉันเกือบจะทรงตัวได้เองอยู่แล้วเชียว!"
"เหรอครับ? ทรงตัวได้เองด้วยการเอาหน้าจูบพื้นคอนกรีตเนี่ยนะ? ช่างเป็นเทคนิคการแก้ปัญหาที่ล้ำเลิศจริงๆ" คิรินหัวเราะในลำคอเบาๆ แววตาสีเข้มพราวระยับด้วยความขบขัน รอยยิ้มมุมปากที่จุดประกายขึ้นนั้นช่างดูร้ายกาจและมีเสน่ห์จนเกินต้านทาน
นับดาวอยากจะกรี๊ดใส่หน้าเขาดังๆ สักสามรอบเพื่อระบายความหมั่นไส้ แต่ทำได้เพียงยืนเม้มปากแน่น ถลึงตาใส่ร่างสูงที่เดินนำลิ่วเข้าบ้านไปก่อนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น "คอยดูเถอะ ตาบ้าเอ้ย... เดี๋ยวเจอฉันตบด้วยสเต็ปเม้าส์และคีย์บอร์ดในห้องซ้อมแน่!"
ภายในห้องซ้อมเกมส่วนตัวของคิวถูกตกแต่งด้วยไฟนีออนสีฟ้าและม่วงสไตล์เกมมิ่งเกียร์สุดล้ำ หน้าจอคอมพิวเตอร์สเปกแรงสามจอเรียงรายอยู่บนโต๊ะทำงานตัวยาว บรรยากาศเงียบสงบและเย็นสบายช่วยดึงสติของนับดาวให้กลับคืนมาสู่โหมดแข่งขันอีกครั้ง เธอนั่งลงบนเก้าอี้เกมมิ่งตัวนุ่ม สวมหูฟัง แล้วเริ่มเปิดโปรแกรมสตรีมและเกมที่ต้องซ้อมร่วมกันทันที
"วันนี้เราจะซ้อมแผนบุกโซน B ของแมพใหม่นะคิริน ฉันเล่นตัวแทงค์ ส่วนคุณคอยซัพพอร์ตและสナイเปอร์ อย่าหาญกล้าวิ่งทะยานไปเดี่ยวๆ เหมือนแมตช์ที่แล้วอีกเด็ดขาด เข้าใจไหม?" นับดาวออกคำสั่งเสียงเข้ม ทำตัวเป็นโปรเพลเยอร์สาวผู้เคร่งครัดในกฎระเบียบ
"ครับๆ คุณครูสั่งอะไร ลูกศิษย์คนนี้จะจำใส่สมองไว้ทุกตัวอักษรเลยครับ" คิวตอบรับด้วยน้ำเสียงกวนๆ พลางขยับเก้าอี้เข้ามานั่งชิดติดกับเธอจนไหล่ชนกัน ความใกล้ชิดที่ไม่ได้ตั้งใจทำให้กลิ่นอายความอบอุ่นแผ่ซ่านเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวอีกครั้ง
เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมงเต็ม บรรยากาศการซ้อมเป็นไปอย่างเข้มข้นและดุเดือด ทั้งสองคนผลัดกันรุกผลัดกันรับ เสียงหัวเราะและการโต้เถียงดังขึ้นเป็นระยะเมื่อมีใครสักคนพลาดท่าเสียทีให้แก่บอตอัจฉริยะในเกม เคมีที่เข้ากันอย่างประหลาดทำให้ความตึงเครียดในตอนแรกมลายหายไป เหลือเพียงความสนุกสนานและความคุ้นเคยที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบๆ ในใจของคนทั้งคู่
จนกระทั่ง... ถึงช่วงพักเบรกสั้นๆ
นับดาวเอื้อมมือไปหยิบแก้วน้ำชาเขียวเย็นเฉียบที่วางอยู่ข้างโต๊ะขึ้นมาดื่มแก้กระหาย โดยที่สายตายังคงจดจ้องอยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่กำลังแสดงผลสถิติการเล่นของเธอในแมตช์ล่าสุด
"นี่คิว... ฝีมือฉันวันนี้พัฒนาขึ้นตั้งเยอะ ทำไมคุณถึงชอบบ่นว่าฉันเล่นแย่อยู่เรื่อยเลยเล่า" เธอบ่นพึมพำออกมาเบาๆ โดยไม่ทันสังเกตว่าคนข้างๆ กำลังจ้องมองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปจากเดิม
คิรินไม่ได้ตอบคำถามนั้นทันที เขานั่งเท้าคางมองเสี้ยวหน้าหวานที่กำลังทำแก่งอนแก้มป่องด้วยความเอ็นดู รอยยิ้มจางๆ ที่ประดับอยู่บนใบหน้าหล่อเหลานั้นอบอุ่นเสียจนคนถูกมองต้องหันมาเลิกคิ้วใส่ด้วยความสงสัย
"มองอะไรคะ หน้าฉันมีเศษผงชาเขียวติดอยู่หรือไง"
"เปล่าครับ..." คิรินเอ่ยเสียงแผ่วเบา ดวงตาคมกริบมองลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของเธอ "แค่กำลังคิดว่า... เวลาที่คุณไม่ได้โวยวายใส่ผมนี่ คุณก็น่ารักใช้ได้เลยนะ"
พรวด!
น้ำชาเขียวที่เพิ่งดื่มเข้าไปแทบจะพุ่งออกจากปาก นับดาวสำลักออกมาจนหน้าดำหน้าแดง ไอโขลกๆ ออกมาอย่างน่าเวทนา มือเรียวรีบคว้าทิชชูมาเช็ดปากพัลวัน ใบหน้าหวานร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัดยิ่งกว่ามะเขือเทศสุกงอม หัวใจเต้นแรงผิดจังหวะจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก
"ค... คุณพูดบ้าอะไรเนี่ย! เล่นมุกอะไรของแรมนี่ หัวใจฉันวายพอดี!" เธอกรีดร้องโวยวายเสียงหลงเพื่อกลบเกลื่อนความเขินอากรที่พุ่งทะยานจนควบคุมไม่อยู่
คิรินหัวเราะร่วนออกมาอย่างอารมณ์ดี ยื่นมือหนามาช่วยลูบหลังให้อย่างเบามือเพื่อบรรเทาอาการสำลัก ความสัมผัสที่อบอุ่นและอ่อนโยนนั้นทำให้นับดาวิ่งอึ้งไปชั่วขณะ เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา และในเสี้ยววินาทีนั้นเอง... บรรยากาศรอบตัวก็เหมือนจะหยุดนิ่งลง
เสียงแจ้งเตือนข้อความแชตจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะดังขึ้นขัดจังหวะความเงียบที่อบอวลไปด้วยความหวาน
*Line!*
นับดาวเหลือบสายตาไปมองหน้าจอโทรศัพท์มือถือของคิวที่สว่างวาบขึ้นมาอย่างกะทันหัน ข้อความแจ้งเตือนแสดงผลเด่นชัดจากบัญชีผู้ใช้ชื่อปริศนาที่ส่งตรงเข้ามากลางดึก
**"คิวคะ... เรื่องที่เราคุยกันเมื่อวาน เรื่องแต่งงานธุรกิจนั่น... คุณตัดสินใจได้หรือยังคะว่าเราจะหมั้นกันเดือนหน้าเลยดีไหม?"**
รอยยิ้มขี้เล่นและบรรยากาศฟีลกู๊ดเมื่อครู่หายวับไปกับตา ราวกับมีน้ำเย็นจัดสาดซัดลงกลางกระหม่อม นับดาวชะงักค้าง ดวงตากลมโตมองข้อความบนหน้าจอนั้นสลับกับใบหน้าของคิรินที่จู่ๆ สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นเรียบตึงและเย็นชาลงในทันที
[ขอตัวไปจิกหมอนข้างรอตอนหน้าแป๊บนะคะ พีชชี่เบอร์รี่เขินจนหน้าดำหน้าแดงหมดแล้วค่ะคุณรี้ดขา!]
เซียนเกมเมอร์สายเปย์กับยัยสตรีมเมอร์หัวร้อน•ตอนที่ 5
นัดกระชับมิตรหรือสงครามย่อมๆ
ผลงานโดย พีชชี่เบอร์รี่
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พีชชี่เบอร์รี่)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เซียนเกมเมอร์สายเปย์กับยัยสตรีมเมอร์หัวร้อน นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!