กลิ่นฝุ่นปูนฉาบใหม่เคลือบรสชาติฝาดเฝื่อนอยู่ในลำคอ ทว่ามันยังเจือจางกว่าความตึงเครียดที่แผ่ซ่านอยู่กลางไซต์งานโครงสร้างคอนกรีตเปลือย
"คุณช่วยอธิบายเหตุผลเป็นภาษาคนที่ฟังแล้วเข้าใจง่ายหน่อยได้ไหมครับ สถาปนิกกรณ์ ว่าทำไมโครงสร้างเสาหลักโซน C ที่พวกเราเพิ่งเทคอนกรีตไปเมื่อสามวันก่อน ถึงกลายเป็นซากปรักหักพังอยู่แทบเท้าฉันตอนนี้"
เสียงสูงใสแต่ทรงพลังของรตาแทรกผ่านเสียงเครื่องเจาะกระแทกจากชั้นบนลงมาอย่างเฉียบคม เธอยืนกอดอกอยู่บนพื้นคอนกรีตขัดมัน รองเท้าเซฟตี้หัวเหล็กเคาะกับพื้นเป็นจังหวะเนิบนาบแต่เต็มไปด้วยแรงกดดัน ดวงตากลมโตคมกริบจ้องเขม็งไปยังร่างสูงโปรดักชันนายแบบที่ยืนอยู่หลังโต๊ะดรอว์อิ้งชั่วคราว กรณิศ หรือที่ใคร ๆ ในวงการขนานนามว่าไอซ์สถาปนิกผู้ไร้หัวใจ ปรายตามองเธอนิดเดี่ยว ราวกับสิ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็นเพียงฝุ่นละอองที่น่ารำคาญใจ
"ถ้าคุณใช้สมองส่วนหน้าที่เอาไว้คิดเรื่องงาน มากกว่าเอาแต่เดินตรวจไซต์แล้วจิกกัดผม คุณคงไม่ต้องเปลืองน้ำลายถามคำถามโง่ ๆ แบบนั้นหรอกครับ ผู้จัดการรตา" กรณ์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ใบหน้าหล่อเหลายังคงนิ่งสนิท ดวงตาคมปลาบภายใต้กรอบแว่นสายตาสะท้อนภาพเธอนิ่งงัน นิ้วเรียวยาวเคาะปากกาแลมมี่ลงบนแปลนกระดาษพิมพ์เขียว "โครงสร้างเดิมมันรับน้ำหนักไม่ถึงเกณฑ์ที่ผมดีไซน์ไว้แต่แรก ถ้าผมไม่สั่งรื้อทิ้งตอนนี้ รอให้ตึกมันสร้างเสร็จแล้วถล่มลงมาทับคนงานตาย หูคุณคงไม่ได้ยินเสียงด่าจากกรมโยธาฯ เพราะคงมัวแต่ไปนอนชดใช้กรรมในคุกแทนแล้วครับ"
รตาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่นั้นวาวโรจน์ขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ เธอก้าวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานของเขาจนระยะห่างลดลงเหลือเพียงคืบเดียว กลิ่นน้ำหอมกลิ่นซิตรัสอ่อน ๆ เจือจางปนกับกลิ่นฝุ่นละอองในอากาศ ปะทะเข้ากับจมูกคมสันของสถาปนิกหนุ่มอย่างจัง
"ปากคอเราะร้ายแบบนี้ สงสัยตอนเด็ก ๆ แม่คงให้กินตะปูแทนข้าวสินะครับคุณกรณ์" เธอสวนกลับด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน รอยยิ้มมุมปากของเธอยั่วเย้าจนคนฟังต้องขบกรามแน่น "คุณจะรื้อ จะทุบ จะล้างบางยังไง ฉันไม่ว่า... แต่งบประมาณก้อนสุดท้ายบวกกับเดดไลน์ส่งมอบงานอีกสามเดือนข้างหน้าล่ะ คุณจะรับผิดชอบยังไง หรือจะให้ฉันบอกบอร์ดบริหารว่า 'อ๋อ สถาปนิกเขาติสท์แตก อยากทุบตึกเล่นแก้เครียด' ดีล่ะคะ?"
กรณ์ชะงักไปนิดหนึ่งเมื่อได้ยินสรรพนามที่เธอย้อนกลับมาใช้ล้อเลียนเขา แต่ใบหน้าคมคายยังคงคุมโทนความนิ่งสนิทไว้ได้เป็นอย่างดี เขาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นสบตาเธอดื้อ ๆ ระยะประชิดนี้ทำให้เขาเห็นรอยขนตาแพรหนาและหยาดเหงื่อบาง ๆ ที่ซึมอยู่ตรงข้ามขมับของเธอ แม้จะอยู่ในโหมดหัวเสีย แต่ผู้หญิงคนนี้กลับมีแรงดึงดูดประหลาดที่ทำให้หัวใจในอกข้างซ้ายของเขาทำงานหนักเกินความจำเป็น
"ถ้ากลัวงานไม่ทัน คุณก็ควรเอาเวลามานั่งตรวจรายละเอียดสัญญากับผม มากกว่าจะมายืนเถียงฉอด ๆ เหมือนเด็กไม่ได้กินไอติมนะครับ" เขาแกล้งลดระดับเสียงลงกระซิบแผ่วเบา ทว่าเต็มไปด้วยความใกล้ชิดที่ทำเอาคนฟังชะงักลมหายใจ "อีกอย่าง... ผมไม่ได้ติสท์แตก แต่ผมรักษามาตรฐาน... ซึ่งดูเหมือนคุณจะพยายามลดมันลงทุกครั้งที่อ้าปากพูด"
"นี่คุณ...!"
รตาอ้าปากจะสวนกลับด้วยคำพูดเจ็บแสบชนิดที่เตรียมไว้ในใจนับสิบประโยค แต่เสียงฝีเท้าหนักหน่วงของธนัตถ์ที่วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาก็ดังแทรกขึ้นเสียก่อน พร้อมกับแฟ้มเอกสารสีน้ำตาลในมือที่สั่นเทาเล็กน้อย
"เฮ้ย กรณ์! รตา! เกิดเรื่องใหญ่แล้ววะ!" วิศวกรหนุ่มหน้าตาตื่นตระหนกจนแทบสะดุดขาตัวเองล้ม "ไอ้ข้อความพ่นสีบนกำแพงเมื่อคืน... มันไม่ใช่แค่การก่อกวนธรรมดาแล้วว่ะ พวกเราเจอระเบิดเวลา... เอ้ย ไม่ใช่! เจอจดหมายขู่ส่งตรงถึงโต๊ะประธานบริษัทเมื่อกี้!"
รตาผละออกจากร่างของกรณ์ทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ ขณะที่กรณ์ขมวดคิ้วมุ่น ความเยือกเย็นเมื่อครู่มลายหายไปในพริบตา เขารับแฟ้มเอกสารจากมือเพื่อนสนิทมาเปิดดูอย่างรวดเร็ว
กระดาษเอสี่แผ่นหนามีข้อความพิมพ์ด้วยตัวอักษรคอมพิวเตอร์แปะไว้ห้วนสั้น: *'โปรเจกต์นี้ต้องหยุด ถ้าไม่อยากให้ตึกนี้ราบเป็นหน้ากลองเหมือนอดีต... ฝีมือของมีนารา'*
ชื่อสุดท้ายที่ปรากฏบนกระดาษทำเอาอุณหภูมิในห้องทำงานชั่วคราวลดฮวบลงทันตาเห็น กรณ์ชะงักค้าง ดวงตาคมกริบฉายแวววาวโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกกดทับไว้ลึกสุดขั้ว ขณะที่รตาหันขวับมามองหน้าสถาปนิกหนุ่มทันทีด้วยสายตาสงสัยใคร่รู้ระคนตึงเครียด
"มีนารา...? อดีตรุ่นพี่สถาปนิกมือรางวัลที่คุณเคยร่วมงานด้วยก่อนจะบินไปต่างประเทศน่ะเหรอครับกรณ์?" รตาหรี่ตามองเขาอย่างจับผิด "นี่มันหมายความว่ายังไง ทำไมชื่อรุ่นพี่คุณถึงมาโผล่ในจดหมายขู่ตึกถล่มได้ล่ะ?"
กรณ์ไม่ตอบ เขาขยำกระดาษแผ่นนั้นในมือจนยับยู่ยี่ด้วยแรงอารมณ์ สันจมูกโด่งคมสันกระตุกเกร็ง ทว่าก่อนที่เขาจะได้เอ่ยปากอธิบายอะไร เสียงปรบมือดังแปะ ๆ ก็ดังขึ้นจากทางประตูทางเข้าไซต์งานที่มืดสลัว
"ว้าว บรรยากาศดูอบอุ่นกันจังเลยนะครับ... หวังว่าผมคงไม่ได้มาขัดจังหวะเวลาสวีทหวานระหว่างสถาปนิกคนเก่งกับผู้จัดการคนสวยหรอกนะ"
ร่างสูงโปร่งในสูทสีเข้มราคาแพงก้าวพ้นเงาสลัวเข้ามา รอยยิ้มเยือกเย็นพาดอยู่บนใบหน้าคมคายที่รตาไม่เคยเห็นมาก่อน แต่สำหรับกรณ์แล้ว... ใบหน้านั้นคือภาพฝันร้ายที่เขาพยายามลืมเลือนมาตลอดสามปีเต็ม
"แก... กลับมาทำไมที่นี่ มีนารา" กรณ์กัดฟันกรอด เสียงทุ้มต่ำลอดไรฟันด้วยความเกรี้ยวกราดชนิดที่รตาไม่เคยสัมผัสมาก่อนในตัวผู้ชายคนนี้
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางไปกับตัวละครทุกตัวด้วยกันเสมอนะครับ
สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการโครงการสายดีด•ตอนที่ 2
ยึดพื้นที่หน้างาน
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการโครงการสายดีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!