"แก... กลับมาทำไมที่นี่ มีนารา"
ประโยคคำถามที่ถูกกัดฟันกรอดด้วยความเกรี้ยวกราดชนิดที่รตาไม่เคยสัมผัสมาก่อนในตัวผู้ชายคนนี้ ยังคงลอยเคว้งคว้างอยู่ในอากาศ ทิ้งร่องรอยความตึงเครียดไว้เบื้องหลัง ขณะที่เจ้าของชื่ออย่าง มีนารา กลับทำเพียงแค่ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเฉียบ ดวงตาคู่คมกวาดตามองร่างสูงของกรณ์ที่ยืนขวางประตูห้องประชุมใหญ่เอาไว้ด้วยท่าทางราวกับผู้ชนะที่ถือไพ่เหนือกว่าทุกประตู
รตาที่ยืนอยู่ไม่ไกลนัก ลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือน สมองอันปราดเปรียวของผู้จัดการโครงการสาวหมุนจี๋เพื่อประมวลสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว เธอไม่รู้หรอกว่าอดีตระหว่างสถาปนิกหนุ่มมือรางวัลกับสถาปนิกสาวจากตึกคู่แข่งรายนี้คืออะไร แต่สัญชาตญาณบอกเธอทันทีว่า พายุลูกใหญ่กำลังจะซัดถล่มโปรเจกต์มหาประการนี้เข้าให้แล้ว และเธอก็ไม่ใช่ประเภทที่จะยืนรอให้ตัวเองเปียกปอนอยู่เฉยๆ เสียด้วย
"ถ้าการประชุมวาระพิเศษนี้จะกลายเป็นเวทีสะสางเรื่องส่วนตัว ฉันเกรงว่าห้องประชุมของฉันจะคับแคบไปหน่อยนะครับ คุณมีนารา" รตาก้าวเท้าเข้าไปแทรกกลางบรรยากาศมาคุ น้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบคมถูกส่งออกไปเพื่อดึงโฟกัสกลับมาที่ปัจจุบัน รอยยิ้มทางการค้าถูกสวมทับใบหน้าสวยเฉี่ยวอย่างแนบเนียน
มีนาราปรายตามองผู้จัดการโครงการสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาวิเคราะห์ ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบาๆ "อ้อ... ผู้จัดการโครงการคนเก่งนี่เอง ได้ยินกิตติศัพท์มาเยอะเหมือนกันนะ ไม่นึกว่าจะกล้าเอาตัวเองมาขวางทางเสือสิงห์แถวนี้"
"เสือหรือเปล่าไม่แน่ใจครับ แต่ถ้าเป็นหมาบ้าที่ชอบเห่าไม่ดูตาม้าตาเรือ... แถวนี้เรามีวิธีจัดการให้มันสงบปากสงบคำได้ไม่ยาก" กรณ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาเสียจนอุณหภูมิในห้องประชุมลดฮวบลงไปหลายองศา สายตาดุดันที่เขากวาดมองมีนารานั้นเต็มไปด้วยรังสีอำมหิตที่พร้อมจะฉีกร่างอีกฝ่ายเป็นชิ้นๆ
รตาแอบเหลือบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของสถาปนิกหนุ่มที่มีเส้นเลือดปูดโปーンตรงขมับ ปากร้ายเป็นพิษเช่นเคย... แต่เธอกลับปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ท่าทีปกป้องพื้นที่ทำงาน (และอาจจะรวมถึงปกป้องเธอทางอ้อม) ของผู้ชายคนนี้ มันมีเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้หัวใจคนมองกระตุกวูบอย่างน่าประหลาด
"ใจเย็นก่อนสิคะ คุณกรณิศ ฉันไม่ได้มาหาเรื่อง... ฉันแค่มาในฐานะ 'ที่ปรึกษาคนใหม่' ที่บอร์ดบริหารจ้างมาอุดรอยรั่วให้โปรเจกต์นี้ต่างหาก" มีนาราว่าพลางชูแฟ้มเอกสารในมือขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มเยาะเย้ยฉาบอยู่บนเรียวปากสวย
เพล้ง!
เสียงในหัวของรตาดังขึ้นราวกับมีใครเอาค้อนมาทุบกระจกแตกละเอียด บอร์ดบริหารจ้างคนของคู่แข่งเข้ามาแทรกกลางในโปรเจกต์ที่เธอรับผิดชอบเนี่ยนะ? นี่มันเกมการเมืองในองค์กรชัดๆ!
สามสิบนาทีต่อมา บรรยากาศในห้องทำงานส่วนตัวของกรณ์อึดอัดเสียยิ่งกว่าห้องอบซาวน่า รตาก้าวฉับๆ เข้ามาพร้อมกับแก้วกาแฟทรงสูงในมือ กลิ่นหอมกรุ่นของคาเฟอีนคั่วเข้มควรจะช่วยให้สมองปลอดโปร่ง แต่สำหรับแก้วนี้... มันถูกปรุงแต่งขึ้นมาด้วยสูตรพิเศษจากความหมั่นไส้ล้วนๆ
เธอแกล้งใส่ไซรัปคาราเมลลงไปปริมาณที่มากกว่าปกติถึงสามเท่า ตัดด้วยเกลือป่นปลายช้อนเพื่อให้รสชาติมันประหลาดล้ำเกินจะบรรยาย และปิดท้ายด้วยผงพริกคาเยนป่นบางๆ ที่โรยหน้าจนแทบมองไม่เห็น เพื่อหวังจะให้สถาปนิกหนุ่มจอมหยิ่งได้ลิ้มลองรสชาติความเจ็บปวดจากฝีมือเธอบ้าง
ก๊อกๆ
รตาเคาะประตูกระจกเบาๆ สองทีแล้วผลักเข้ามาโดยไม่รอให้อนุญาต กรณ์นั่งกอดอกอยู่หลังโต๊ะทำงานสีเข้ม ใบหน้าหล่อเหลายังคงเคร่งขรึมและบึ้งตึงจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ดวงตาคู่คมตวัดขึ้นมองผู้บุกรุกด้วยแววตาหงุดหงิดระคนระวังตัว
"กาแฟครับ... เห็นนั่งทำหน้าเครียดเป็นตูดหม้อทอดไร้น้ำมันมาตั้งแต่ในห้องประชุมแล้ว เผื่อจะช่วยให้สมองส่วนหน้าของคุณมันกลับมาทำงานได้เป็นปกติ" รتاวางแก้วกาแฟลงบนโต๊ะตรงหน้าเขา เสียงกระแทกเบาๆ แสดงถึงความจงใจกวนประสาทอย่างไม่ปิดบัง
กรณ์มองแก้วกาแฟในมือเธอ สลับกับใบหน้าสวยเฉี่ยวที่เชิดขึ้นอย่างท้าทาย เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย สัญชาตญาณเตือนภัยในหัวร้องระงับทันทีว่าผู้หญิงคนนี้ไม่มีทางหวังดีอะไรกับเขาแน่ๆ โดยเฉพาะรอยยิ้มเจ้าเลที่มุมปากคู่นั้น
"อะไรอยู่ในนี้... ยาพิษ? หรือว่าน้ำลายคุณ?" เสียงทุ้มเอ่ยถามเรียบๆ แต่นัยน์ตาดุเริ่มฉายแววระแวง
"อุ๊ย! มองโลกในแง่ร้ายจังเลยนะคะคุณกรณิศ ฉันหวังดีหรอกนะเห็นคุณหัวร้อนกับยัยคุณมีนาราอะไรนั่นจนเส้นเลือดจะแตกตายอยู่แล้ว ลองชิมดูสิคะ สูตรพิเศษเฉพาะตัวฉันเลยนะ รับรองว่า... ดื่มแล้วตาสว่างวาบไปถึงชาติหน้าแน่นอน" รตายืนกอดอก ยิ้มระรื่นอย่างคนถือไพ่เหนือกว่า
กรณ์เงียบไปอึดใจหนึ่ง เขาจ้องมองใบหน้าพึงพอใจของคนตรงข้าม นัยน์ตาสีเข้มไหววูบด้วยประกายบางอย่างที่อ่านไม่ออก ก่อนที่มือหนาจะเอื้อมไปหยิบแก้วกาแฟทรงสูงขึ้นมาจรดริมฝีปากอย่างไม่เกรงกลัว
รตากลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความลุ้นระทึก *ดื่มจริงเหรอวะเนี่ย? หรือหมอนี่จะลิ้นจระเข้จนแยกไม่ออก?*
กรึ๊บ...
กรณ์จิบเข้าไปคำโต สีหน้าของสถาปนิกหนุ่มนิ่งสนิท ไร้ซึ่งร่องรอยของการสำลักหรือแสดงอาการย่นคิ้ว รตาขมวดคิ้วมุ่นด้วยความขัดใจ *หรือว่าสูตรพิสดารของเธอจะอร่อยเกินคาด? เป็นไปไม่ได้น่า เกลือกับพริกขนาดนั้นลิ้นต้องพังไปแล้วสิ!*
ชั่วพริบตาเดียว กรณ์ก็วางแก้วลงบนโต๊ะตามเดิม สีหน้ายังคงราบเรียบราวกับผิวน้ำในบึงใหญ่ไร้ลมพัด ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอนิ่งๆ
"รสชาติ..." กรณ์เว้นจังหวะเล็กน้อย ดวงตาคมกริบพุ่งตรงมาที่เธอราวกับลูกศรที่ถูกนัดไว้ "แปลกดี... หวานเลี่ยนจนแสบคอ แล้วก็เค็มปะแล่มๆ ปลายลิ้น... อ้อ เกือบลืมไป มีความเผ็ดร้อนติดอยู่ที่โคนลิ้นนิดหน่อยด้วย"
รตา "..." (อึ้งไปสามวินาที สมองรวนเรชั่วขณะ)
"ถามจริงเถอะคุณรตา..." กรณ์ค่อยๆโน้มตัวไปข้างหน้า ข้อศอกทั้งสองข้างท้าวลงบนโต๊ะ ใบหน้าหล่อเหลาเคลื่อนเข้ามาใกล้จนระยะห่างลดลงอย่างน่าใจหาย ลลมหายใจอุ่นๆ เจือกลิ่นคาเฟอีนจางๆ ลอยมาปะทะจมูก "นี่คุณตั้งใจชงกาแฟให้ผมกิน... หรือว่าคุณกำลังพยายามส่งสารพัดเครื่องปรุงในครัวมาบอกใบ้ความในใจอะไรบางอย่างกับผมกันแน่?"
หัวใจดวงน้อยๆ ของผู้จัดการโครงการสาวกระตุกวูบอย่างแรง เลือดในกายสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าจนร้อนผ่าว ปากที่เคยเก่งกาจและทันคนกลับอ้าค้าง พยายามจะหาคำพูดมาสวนกลับแต่ลำคสตันตีบตันไปหมด
"มะ... หมายความว่ายังไงเล่า ฉันก็แค่มั่วๆ ไปตามเรื่อง" รตาเสมองไปทางอื่นเพื่อหลบสายตาคุกคามคู่นั้น พยายามบังคับน้ำเสียงให้มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ "ในเมื่อดื่มหมดแล้วก็ทำงานต่อซะ อย่ามาทำเป็นเฉไฉเปลี่ยนเรื่องหน่อยเลย"
"ปากแข็ง..." กรณ์แค่นหัวเราะในลำคอ น้ำเสียงทุ้มต่ำเจือความเอ็นดูระคนหมั่นไส้อย่างปิดไม่มิด ร่างสูงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ขายาวก้าวเข้ามาประชิดตัวรตาที่เผลอถอยหลังไปชนขอบโต๊ะทำงานของตัวเองอย่างไร้ทางหนี
บรรยากาศในห้องทำงานกว้างขวางพลันทليบแคบลงถนัดตา กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสานกับความดุดันเฉพาะตัวของกรณ์โอบล้อมเธอไว้ทุกทิศทาง รตาเบิกตากว้างเมื่อเห็นใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบจะชนกัน สติสัมปชัญญะที่เคยรวบรวมไว้กระเจิงหายไปในอากาศชั่วพริบตา
"รู้ไหม... ว่านอกจากรสชาติกาแฟจะประหลาดแล้ว..." กรณ์กระซิบแผ่วเบาชิดริมหู ร้อนผ่าวจนขนลุกชันไปทั้งร่าง "สายตาที่คุณมองผมเมื่อกี้ มันฟ้องชัดเจนยิ่งกว่ารสชาติในแก้วซะอีก... ว่าคุณกำลังหึง"
"ใครหึงคุณ! บ้าหรือเปล่า!" รตาร้องเสียงหลง มือเล็กดันแผงอกกว้างตามสัญชาตญาณ แต่กลับถูกมือหนาคว้าข้อมือเอาไว้ได้ทัน รวบมือทั้งสองข้างของเธอไปแนบไว้กับอกแกร่งของเขา
ตุบ... ตุบ... ตุบ...
เสียงหัวใจที่เต้นรัวราфกลองศึกของคนตรงข้ามดังสะท้อนผ่านฝ่ามือที่แนบชิด รตาชะงักงัน เงามืดจากร่างสูงทาบทับลงมาจนเธอรู้สึกราวกับถูกกักขังไว้ในอ้อมกอดกลายๆ
"ปากเก่งแบบนี้... ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะคุณผู้จัดการ" กรณ์โน้มใบหน้าลงมาใกล้ขึ้นอีกนิด ดวงตาสีเข้มพินิจพิเคราะห์ริมฝีปากเม้มแน่นของเธอด้วยสายตาร้อนแรง "วันไหนที่ผมหมดความอดทนขึ้นมา... ต่อให้คุณเอาพริกทั้งสวนมาโรยหน้า คุณก็ไม่มีทางรอดเงื้อมมือผมแน่"
ยังไม่ทันที่รตาจะได้อ้าปากด่าทอหรือหาข้ออ้างมาเถียงกลับ ประตูห้องทำงานกระจกบานใหญ่ก็ถูกผลักเปิดผางเข้ามาอย่างแรง พร้อมกับเสียงทุ้มคุ้นเคยที่ดังแทรกบรรยากาศสีชมพูอมเลือดนกให้แตกกระเจิง
"ไอ้กรณ์! ชิบหายแล้ว... ทางเขตส่งหนังสือแจ้งระงับการก่อสร้างโปรเจกต์เราด่วนที่สุด เพราะมีคนร้องเรียนเรื่องแบบโครงสร้างตึกฝั่งทิศเหนือมีปัญหา... และคนที่เซ็นชื่อเป็นผู้ตรวจสอบอิสระคนล่าสุดคือ... มีนารา!"
กรณ์ชะงัก รตาเบิกตากว้าง สองร่างที่ยืนแนบชิดกันผละออกจากกันทันทีราวกับถูกไฟดูด
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุนกันมาโดยตลอดนะครับ — ราชันย์หอกทมิฬ
สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการโครงการสายดีด•ตอนที่ 3
กาแฟแก้วนั้นที่ไม่มีน้ำตาล
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการโครงการสายดีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!