“ถ้าคุณจะเอาเวลาไปนั่งแก้แบบส่วนที่ผมเพิ่งสรุปจบไปเมื่อชั่วโมงที่แล้ว ผมว่ารตาเอาเวลาไปนั่งตรวจตารางงานที่มันเลื่อนเพราะฝนตกจะดีกว่านะครับ”
กรณ์พูดโดยไม่เงยหน้าจากแท็บเล็ต แสงไฟจากโต๊ะทำงานส่องกระทบใบหน้าเรียบเฉยของสถาปนิกหนุ่มจนดูคมเข้มขึ้นเป็นพิเศษ เขาใช้นิ้วเลื่อนแบบแปลนอย่างคล่องแคล่ว ท่ามกลางเสียงฟ้าร้องคำรามที่ดังสนั่นหวั่นไหวอยู่ภายนอก
รตาที่กำลังยืนกอดอกพิงผนังสำนักงานชั่วคราว ขยับยิ้มมุมปาก เธอไม่ได้สะทกสะท้านกับคำประชดประชันนั่นแม้แต่น้อย สายตาคมกริบจดจ้องไปยังชายหนุ่มที่ดูเหมือนจะหวงแบบแปลนยิ่งกว่าชีวิต
“ฉันตรวจแล้วค่ะคุณกรณ์... อ้อ ขอโทษที ผมหมายถึง คุณกรณ์” รตาจงใจเว้นจังหวะเน้นเสียงเรียกชื่อเขาด้วยความกวนประสาท “ตารางงานน่ะฉันจัดการเรียบร้อยแล้ว แต่ไอ้ตรงส่วนที่ฉันจะแก้ คือส่วนที่คุณน่ะใส่ ‘อีโก้’ ลงไปมากเกินกว่าฟังก์ชันการใช้งานจริง ถ้าลูกค้าเดินมาเห็นจุดนี้ เขาจะถามว่านี่คืออาร์ตแกลเลอรีหรือบ้านคนอยู่กันแน่”
“มันคือสุนทรียศาสตร์” กรณ์ตอบเสียงเรียบ แต่กระนั้นเขาก็ยอมเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ ดวงตาคมดุคู่นั้นเย็นเยียบทว่าแฝงความร้อนแรงที่รตาคุ้นเคยดี
“สุนทรียศาสตร์กินไม่ได้ค่ะ และที่สำคัญคือมันก่อสร้างไม่ได้ตามงบที่ล็อกไว้” รตาเดินเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานของเขา ลากเก้าอี้อีกตัวมานั่งประจันหน้าในระยะที่ใกล้จนได้กลิ่นน้ำหอมจางๆ จากตัวเขา “คุณมันพวกศิลปินที่หลุดไปอยู่ในโลกอุดมคติ แต่ลืมไปว่าคนจ่ายเงินเขาอยู่ในโลกความจริง”
“แล้วคุณล่ะ รตา?” กรณ์วางแท็บเล็ตลงช้าๆ แล้วเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ “คุณเอาแต่เร่งรัด ยัดเยียดตัวเลขและความสะดวกสบายจนทำลายหัวใจของงานออกแบบ คุณมองเห็นแค่ว่า ‘มันจะเสร็จเมื่อไหร่’ แต่ไม่เคยดูเลยว่า ‘มันจะอยู่ได้อย่างไร’... คนแบบคุณนี่แหละ ที่ทำให้งานสถาปัตยกรรมดีๆ กลายเป็นแค่ตึกคอนกรีตไร้วิญญาณ”
บรรยากาศในห้องเงียบงันลงทันที มีเพียงเสียงเม็ดฝนที่กระหน่ำซัดลงบนหลังคาเหล็กจนเกิดเสียงดังซ่าต่อเนื่อง ความอึดอัดพุ่งสูงขึ้นจนคนทั้งสองแทบจะลืมหายใจ
รตาโน้มตัวไปข้างหน้า สายตาของเธอไม่หลบเลี่ยง “ที่ฉันต้องทำแบบนั้น เพราะฉันแบกรับความคาดหวังของคนทั้งโครงการไว้ไงคะ ไม่ใช่แค่ภาพร่างสวยหรูในหัวของคุณคนเดียว”
“ความคาดหวังหรือกำไร?” กรณ์สวนกลับทันควัน เสียงของเขาต่ำและสั่นพร่าด้วยอารมณ์ที่พยายามกดไว้ “คุณรีบเพื่อที่จะได้ปิดโปรเจกต์เร็วๆ ไปรับงานใหม่? หรือรีบเพราะอยากพิสูจน์ให้ใครบางคนเห็นว่าคุณเก่งกว่าใคร?”
คำพูดของเขาเหมือนลูกศรที่พุ่งเข้าปักกลางอก รตานิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะหึในลำคอ “ถ้าฉันจะพิสูจน์ตัวเอง ฉันคงไม่มานั่งเถียงกับคนอีโก้สูงอย่างคุณจนดึกดื่นแบบนี้หรอกค่ะ”
“งั้นที่อยู่ตรงนี้... เพราะอะไร?”
กรณ์ถามเสียงพร่า เขาขยับเข้ามาใกล้จนรตาได้ยินเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอของเขา ระยะห่างที่ลดลงทำให้เขาสามารถมองเห็นประกายความรั้นในดวงตาคู่สวยของเธอได้ชัดเจนกว่าครั้งไหนๆ ความโกรธที่เคยปะทุในใจเริ่มถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่เคยอยากยอมรับ
“เพราะถ้าฉันไม่คุมคุณไว้ งานนี้ก็พังน่ะสิ” รตาตอบเสียงแข็ง แต่น้ำเสียงเริ่มขาดช่วง
“ปากเก่ง” กรณ์พึมพำ เขาเอื้อมมือไปปัดปอยผมที่ปรกหน้าผากเธอออกอย่างลืมตัว สัมผัสนั้นแผ่วเบาทว่าทำให้อีกฝ่ายสะดุ้งสุดตัว มือของเขาร้อนผ่าวและหนักแน่นจนหัวใจรตาเต้นผิดจังหวะ
ท่ามกลางเสียงฝนที่ยังคงบ้าคลั่ง ความเงียบงันกลับดังยิ่งกว่าในใจของคนทั้งคู่ พวกเขารู้ดีว่าความขัดแย้งที่ผ่านมาเป็นเพียงเกราะป้องกันความรู้สึกที่ค่อยๆ ก่อตัวขึ้นเกินควบคุม สถาปนิกผู้ถือตัวกับผู้จัดการสาวจอมดีดกำลังยืนอยู่บนเส้นขนานที่พร้อมจะบรรจบหากเพียงแค่ใครคนหนึ่งยอมข้ามผ่านช่องว่างนั้นไป
“ถ้าจะเถียงกันเรื่องงาน ผมว่าเราควรไปนั่งดูตารางวัสดุอีกรอบ” กรณ์พูดขึ้นทำลายความเงียบ แต่เขากลับไม่ยอมถอยห่างออกไป สายตายังคงตรึงอยู่ที่ริมฝีปากของรตา
“ตารางวัสดุอยู่ในห้องเก็บของครับ... อ้อ ขอโทษที ฉันหมายความว่ามันอยู่ที่โน่น” รตาสะดุดลิ้นตัวเองเมื่อเห็นแววตาที่เปลี่ยนไปของเขา
“ผมไปเอง... คุณอยู่ที่นี่แหละ”
“จะบ้าเหรอ ฝนตกขนาดนี้ ไฟสำรองก็เพิ่งดับไปเมื่อกี้ คุณจะไปหาในความมืดเนี่ยนะ”
ยังไม่ทันที่กรณ์จะได้ตอบโต้อะไร ประตูสำนักงานชั่วคราวก็ถูกกระแทกเปิดออกพร้อมกับเสียงลมพายุที่พัดเข้ามาปะทะหน้าจนเอกสารปลิวว่อน
เงาร่างของใครบางคนยืนเด่นอยู่หน้าประตูท่ามกลางสายฝนที่สาดซัดเข้ามา เสียงที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเยือกเย็นและแฝงความนัยที่ทำให้ทั้งกรณ์และรตาต้องชะงัก
“ดูเหมือนว่าการประชุมของพวกคุณจะสำคัญกว่าความปลอดภัยของโปรเจกต์สินะครับ... หรือว่ามีเรื่อง ‘ส่วนตัว’ ที่คุยกันไม่จบ?”
ร่างนั้นก้าวเข้ามาในห้อง แสงไฟฉายจากมือถือที่ส่องกระทบใบหน้าเผยให้เห็นว่าเป็นใคร... คนที่ทำให้บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความตึงเครียดเรื่องงาน กลายเป็นความระแวงที่เข้มข้นยิ่งกว่าเดิม
รตาเบิกตากว้างเมื่อจำได้ว่าคนที่อยู่ตรงหน้าคือใคร
ตอนหน้า... ความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้แบบแปลนกำลังจะถูกขุดคุ้ยขึ้นมาท่ามกลางพายุที่ไม่ยอมหยุด
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและเป็นกำลังใจให้ผมเสมอมานะครับ ผมสัญญาว่าจะเขียนตอนต่อไปให้ถึงใจที่สุดครับ
ราชันย์หอกทมิฬ
สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการโครงการสายดีด•ตอนที่ 4
ฝนตก รถติด และความคิดที่สวนทาง
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการโครงการสายดีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!