“ผมไม่ได้จ้างคุณมาเพื่อเปลี่ยนแบบแปลนตามใจชอบ แต่จ้างมาเพื่อให้โครงการนี้เสร็จทันเดดไลน์ในสภาพที่ตึกไม่ถล่มลงมาทับหัวคนอยู่ครับ คุณรตา”
เสียงทุ้มต่ำติดจะเย็นชาดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันในห้องประชุมใหญ่ โต๊ะประชุมหินอ่อนตัวยาวที่เคยอบอวลไปด้วยกลิ่นกาแฟพรีเมียมบัดนี้กลับเต็มไปด้วยแรงกดดันมหาศาล กรณ์นั่งกอดอกอยู่หัวโต๊ะ สายตาคมกริบดุจมีดโกนจ้องเขม็งไปยังกระดาษแผ่นใหญ่ที่ถูกกางออกเบื้องหน้า
รตาแค่นยิ้มที่มุมปาก เธอไม่ได้สะทกสะท้านกับรังสีอำมหิตที่แผ่ออกมาจากสถาปนิกหนุ่มมือรางวัลคนนี้แม้แต่น้อย มือเรียวสวยเคาะลงบนพิมพ์เขียวเบาๆ เป็นจังหวะ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเขาอย่างท้าทาย
“ถ้างั้นคุณกรณิศคงต้องทำความเข้าใจใหม่นะครับ ว่าโครงการนี้บริหารจัดการโดยผู้จัดการโครงการ ไม่ใช่แค่นักวาดฝันที่เน้นแต่ความสวยงามบนกระดาษ” รตาโต้กลับด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย ทว่าแฝงความร้ายกาจ “แบบที่คุณแก้มาเนี่ย สวยครับ... สวยจนน่าเอาไปใส่กรอบโชว์ในมิวเซียม แต่ในโลกความเป็นจริง? มันคือฝันร้ายของทีมก่อสร้างและงบประมาณที่บานปลายครับ”
ธนัตถ์ที่นั่งอยู่ข้างๆ กรณ์ถึงกับต้องยกมือขึ้นนวดขมับ พลางส่งสายตาให้เพื่อนสนิทใจเย็นลง เขารู้ดีว่ากรณ์น่ะเป็นคนประเภท ‘เพอร์เฟกต์ชั่นนิสต์’ ขั้นรุนแรง การแตะต้องงานออกแบบของเขา ก็เหมือนการเอามีดไปจ่อคอหอย แต่สำหรับรตา... ผู้หญิงที่เพิ่งย้ายเข้ามาคุมโปรเจกต์นี้ เธอคือพายุหมุนที่พร้อมจะซัดถล่มทุกอย่างที่ขวางหน้า
“งบประมาณ?” กรณ์เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากกระตุกเป็นรอยยิ้มหยัน “ที่ผ่านมาโครงการของผมไม่เคยมีปัญหาเรื่องงบ แต่ถ้าคุณอยากให้ผมลดสเปกวัสดุเพื่อให้คุณบริหารงานง่ายขึ้นล่ะก็ เชิญหาคนใหม่เถอะครับ”
“คนใหม่น่ะมีแน่ครับ ถ้าคุณยังดื้อแพ่งไม่ยอมฟังเหตุผลทางธุรกิจแบบนี้” รตาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เธอโน้มตัวลงบนโต๊ะจนใบหน้าห่างจากเขาเพียงไม่กี่คืบ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ของเธอลอยมาแตะจมูกกรณ์ แต่นั่นไม่ได้ทำให้ความหงุดหงิดของเขาลดลงเลย “คุณเก่งครับ ผมยอมรับ แต่ความเก่งที่ปราศจากการประนีประนอม มันก็แค่ความเห็นแก่ตัวในคราบศิลปินเท่านั้นแหละครับ”
บรรยากาศในห้องตึงเครียดจนแทบจะตัดเป็นชิ้นได้ ธนัตถ์ขยับตัวอึดอัด เขาตัดสินใจแทรกขึ้นก่อนที่สงครามเย็นจะปะทุเป็นสงครามโลก
“เอาล่ะครับคุณทั้งสอง... กาแฟไหม? ใจเย็นๆ กันก่อนเถอะ การประชุมวันแรกยังไม่ทันจบ จะเผาตึกทิ้งกันเสียแล้วเหรอครับ?”
กรณ์ไม่หันไปมองธนัตถ์ สายตาของเขายังคงจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตของรตาอย่างไม่ลดละ มันไม่ใช่ความเกลียดชัง แต่มันคือการปะทะกันของอีโก้สองดวงที่ไม่มีใครยอมใคร รตากระพริบตาถี่ๆ ก่อนจะถอยหลังกลับไปนั่งที่เดิมด้วยท่าทีสง่างาม ราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“ผมให้เวลาคุณไปทบทวนใหม่หนึ่งคืน” กรณ์พูดเสียงเรียบขณะหยิบปากกาเคมีขึ้นมา แล้วขีดฆ่าลงบนส่วนหนึ่งของแบบแปลนด้วยลายมือที่ดุดัน “ถ้าพรุ่งนี้เช้าคุณยังยืนกรานคำเดิม ผมจะยื่นเรื่องขอเปลี่ยนตัวผู้จัดการโครงการกับบอร์ดบริหารเอง”
“มั่นใจจังเลยนะครับว่าจะทำได้” รตาเก็บเอกสารของเธออย่างใจเย็น เธอจัดเสื้อสูทให้เข้าที่ก่อนจะก้าวเดินไปที่ประตูห้องประชุม แต่แล้วเธอก็หยุดกึกแล้วหันกลับมา “อ้อ... อีกอย่างนะครับคุณกรณิศ เรื่องตึกถล่มที่คุณว่า... ช่วยจำไว้ด้วยนะครับว่าถ้าวันหนึ่งมันพังลงมา คนแรกที่ซวยไม่ใช่คุณหรอกครับ เพราะผมเซ็นชื่อกำกับไว้ในฐานะคนคุมโปรเจกต์ ดังนั้น... ผมไม่มีวันปล่อยให้คุณเขียนอะไรที่มัน ‘ไม่ได้เรื่อง’ ออกมาให้ผมรับผิดชอบหรอกครับ”
เธอทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้กรณ์นั่งนิ่งอยู่กับความเงียบที่แสนน่าหงุดหงิด
“นายเนี่ยนะ... ปากคอเราะร้ายกับผู้หญิงสวยๆ แบบนั้นได้ยังไงวะ” ธนัตถ์ส่ายหัวพลางหัวเราะแห้งๆ “บอกตรงๆ นะกรณ์ ท่าทางเขาไม่กลัวนายเลยสักนิด ออกจะ... สนุกด้วยซ้ำที่เห็นนายของขึ้น”
“เขามันพวกบ้าพลังครับ” กรณ์ตอบสั้นๆ พลางหยิบแบบแปลนที่รตาเพิ่งจะตั้งคำถามขึ้นมาดูอีกครั้ง นิ้วเรียวยาวลูบไปตามเส้นสายที่เขาเขียนไว้อย่างเผลอไผล “ยัยนั่นคิดว่าตัวเองคุมเกมได้เหรอ?”
“เอ้า... ก็ดูท่าทางเขาสิ มั่นใจเบอร์นั้น ไม่แปลกใจหรอกที่บริษัทส่งมา” ธนัตถ์ลุกขึ้นเตรียมเก็บของ “ว่าแต่... ได้ข่าวว่า ‘มีนารา’ กำลังจะกลับมาดูแลโปรเจกต์คู่แข่ง นายเตรียมรับมือไหวไหมล่ะ?”
ชื่อนั้นทำให้มือของกรณ์ชะงักไปชั่วครู่ แววตาของเขาเปลี่ยนไปวูบหนึ่ง ก่อนจะกลับมาเรียบเฉยตามเดิม
“มีนาราเหรอครับ?” กรณ์แค่นหัวเราะ “ก็แค่คนที่เคยเดินตามหลังผม... ไม่เห็นต้องกลัวอะไร”
ทว่าในวินาทีที่กรณ์กำลังจะเก็บแฟ้มงาน เสียงเคาะประตูห้องประชุมก็ดังขึ้นอย่างแรง ประตูถูกผลักเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต ร่างเพรียวบางของรตากลับเข้ามาอีกครั้ง ทว่าครั้งนี้ใบหน้าของเธอไม่ได้ดูท้าทายเหมือนเมื่อครู่ แต่กลับมีความตื่นตระหนกที่ปิดไม่มิด
“คุณกรณ์ครับ... เกิดเรื่องแล้ว” เธอหอบหายใจเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยสั่นไหว “เมื่อครู่ผมได้รับแจ้งจากไซต์งาน... มีคนแอบเข้าไปในพื้นที่ก่อสร้างกลางดึก แล้วพังฐานรากที่เพิ่งเทคอนกรีตไปจนเสียหายหมดครับ”
กรณ์ลุกพรวดขึ้นทันที ความเย็นชาในแววตาถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความโกรธแค้นที่ปะทุขึ้นในอก
รตาก้าวเข้ามาใกล้เขาอีกก้าว มือของเธอจับแขนเสื้อเขาไว้โดยไม่รู้ตัว “ไม่ใช่แค่นั้นครับ... บนกำแพงที่ยังไม่เสร็จ มีคนพ่นสีทับไว้... ว่า ‘ของที่ขโมยมา ต้องคืนเจ้าของเดิม’”
ราชันย์หอกทมิฬขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามอ่านตอนแรกของเรื่องนี้นะครับ
สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการโครงการสายดีด•ตอนที่ 1
พิมพ์เขียวแผ่นแรกที่ไร้รอยยิ้ม
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการโครงการสายดีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!