เสียงแก้วแชมเปญกระทบกันเบาๆ พร้อมกับเสียงดนตรีแจ๊สคลอเบาเคลียภายในห้องจัดเลี้ยงหรูหราใจกลางกรุงเทพฯ งานเปิดตัวโครงการ "The Vertigo" ดำเนินมาถึงช่วงไฮไลต์ แสงไฟสปอตไลท์สาดส่องลงบนเวทีหลัก ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับไม่ได้รื่นรมย์อย่างที่ควรจะเป็น สำหรับคนช่างสังเกตอย่าง กรณิศ แล้ว ความอึดอัดนี้ไม่ได้มาจากความกดดันของงาน แต่มาจากสายตาคู่หนึ่งที่จ้องมองมาจากมุมมืดของห้อง
"มองจนหินแกรนิตเกรดนำเข้าจะทะลุอยู่แล้วนะคุณสถาปนิก"
เสียงกระซิบติดตลกของ รตา ดังขึ้นข้างกาย หญิงสาวในชุดเดรสยาวเข้ารูปสีมรกตขับผิวผ่องกำลังถือแก้วเครื่องดื่มในมือ ดวงตากลมโตพราวระยับขณะเหลือบมองใบหน้าหล่อเหลาที่บึ้งตึงขึ้นเรื่อยๆ จนแทบจะเอาตะปูตอกฝาโลงได้อยู่แล้ว
กรณ์ไม่แม้แต่จะชายตามองเพื่อนร่วมงานสาว ปากหยักได้รูปเม้มเข้าหากันเป็นเส้นตรง สันกรามคมกริบขยับนูนขึ้นยามเมื่อเขาขบฟันแน่น ดวงตาคมกริบใต้กรอบแว่นสายตาพรีเมียมยังคงจับจ้องไปยังร่างระหงของใครบางคนที่กำลังเดินเข้ามาในรัศมีสายตา
"ผมแค่กำลังประเมินโครงสร้างความหน้าทนของคนบางคนอยู่ครับ" กรณ์ตอบเสียงเรียบ นัยน์ตาคมฉายแววเย็นเยียบจนรตาต้องหลุดหัวเราะเบาๆ ในลำคอ
"โอ้โห แรงมาก..." ธนัตถ์ที่เพิ่งเดินถือจานคานาเป้เข้ามาสมทบอดแซวไม่ได้ วิศวกรหนุ่มกวาดสายตาตามมองก่อนจะเป่าปากหวีดหวิว "นั่นมันคุณมีนารา จาก A&D Studio ไม่ใช่เหรอครับ คู่แข่งเบอร์ต้นๆ ของเราเลยนะนั่น สมัยก่อนเคยได้ยินว่าเป็นรุ่นพี่ที่คุณกรณ์เคย... เอ่อ เค, ยอมรับฝีมือสุดๆ นี่นา"
คำว่า 'เคย' ถูกธนัตถ์ลากเสียงยาวอย่างจงใจ กรณ์หันขวับไปมองเพื่อนสนิทด้วยสายตาดุๆ ทันที จนธนัตถ์ต้องยกมือขึ้นยอมแพ้แล้วถอยฉากไปยืนเคี้ยวชีสเงียบๆ
รตาหรี่ตามองปฏิกิริยานั้น สัญชาตญาณผู้จัดการโครงการตัวแม่บอกทันทีว่าเรื่องนี้มีสตอรี่เบื้องหลังที่เร้าใจยิ่งกว่าแบบแปลนฐานรากตึกเสียอีก เธอยกยิ้มมุมปาก ขยับเข้าไปใกล้ร่างสูงขึ้นอีกนิดจนกลิ่นน้ำหอมจางๆ เจือปนกับกลิ่นกายสะอาดของเธอแตะจมูกเขา
"หึงเหรอครับ?" รตาแกล้งกระซิบแซว น้ำเสียงติดตลกแต่แฝงความท้าทาย
"ไร้สาระ" กรณ์สวนกลับทันควัน น้ำเสียงห้วนจัดแบบคนจนมุมแต่ฟอร์มจัด "ผมแค่เกลียดพวกไม่ได้รับเชิญแต่หน้าด้านมาร่วมงาน"
"ปากแข็งชะมัด" รตาหัวเราะคิกคัก ชอบใจเหลือเกินที่ได้เห็นสถาปนิกหนุ่มผู้แสนเพอร์เฟกต์หลุดมา2มาตรฐานเวลาเจอเรื่องกวนใจ "ถ้าหวงโครงการขนาดนี้ เดี๋ยวผมเดินไปไล่ให้เอาไหมล่ะครับ ในฐานะผู้จัดการโครงการ ผมจัดการเรื่องพวกนี้เก่งซะด้วยสิ"
กรณ์หันขวับมามองหญิงสาวเต็มตา ดวงตาคมกริบไหววูบไปชั่วขณะ ยามเมื่อใบหน้าของทั้งคู่ห่างกันเพียงคืบ กลิ่นหอมจากตัวรตากำลังทำลายสมาธิอันน้อยนิดที่เขาสสะสมมาตลอดทั้งคืน ปากบางเฉียบของเธอยังคงยิ้มเยาะอย่างเหนือกว่า ทว่าแววตากลับระยิบระยับด้วยความท้าทายที่ทำเอาหัวใจคนปากแข็งกระตุกวูบ
"ไม่ต้องครับ" กรณ์กดเสียงต่ำ ดวงตาคู่คมจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโต "เรื่องแค่นี้... ผมจัดการเองได้"
ยังไม่ทันที่รจะได้หยอดคำแซงแซードอะไรกลับไป ร่างของหญิงสาวในชุดสูทกางเกงเข้ารูปสีขาวสะอาดตาก็เดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าเสียก่อน ใบหน้าสวยเฉี่ยวระบายด้วยรอยยิ้มมั่นใจ เรือนผมสีน้ำตาลเข้มถูกรวบตึงขับให้ใบหน้าดูโฉบเฉี่ยวสไตล์เวิร์กกิ้งวูแมน
"ไม่เจอกันนานเลยนะกรณ์... อ้อ สวัสดีครับ คุณรตา ผู้จัดการโครงการคนเก่งของ The Vertigo ใช่ไหมคะ ฉันมีนาราค่ะ"
เสียงทุ้มนุ่มน่าฟังเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับลดอุณหภูมิลดฮวบลงอย่างฉับพลัน กรณ์ก้าวขาขยับมาบังร่างของรตาไว้ครึ่งกว้างโดยสัญชาตญาณ การกระทำนั้นเล็กน้อยมากจนแทบสังเกตไม่เห็น แต่มีหรือที่คนอย่างรตาจะมองไม่ทัน เธอยกยิ้มมุมปากด้วยความรู้สึกหลากหลาย ทั้งหมั่นไส้ความซึนของพระเอกหนุ่ม และทั้งสนุกที่ได้เห็นเขากางปีกปกป้องแบบเนียนๆ
"สวัสดีครับคุณมีนารา" รตาทักทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบ รอยยิ้มสุภาพแต่ไม่ยอมก้มหัวให้ใครฉายชัดบนใบหน้า "ยินดีต้อนรับสู่เปิดตัวโครงการของเรานะครับ หวังว่าแบบแปลนตึกฝั่งตรงข้ามคงไม่ทำให้คุณตาลายจนต้องมาแอบดูงานแถวนี้หรอกนะ"
มีนาราชะงักไปนิด รอยยิ้มบนใบหน้ากระตุกวูบเล็กน้อยก่อนจะปรับเข้าสู่โหมดปกติอย่างรวดเร็ว เธอกลับหันไปสบตากลุ่มกรณ์ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความหมายลึกซึ้ง
"พี่แค่แวะมาแสดงความยินดี... แล้วก็มาดูว่าโปรเจกต์ที่กรณ์ทุ่มเทนักทุ่มเทหน... มันจะออกมาสมบูรณ์แบบอย่างที่ปากคุยไว้หรือเปล่า" มีนาราจงใจเน้นเสียงคำว่า 'กรณ์' ให้สนิทสนมเป็นพิเศษ
กรณ์ขบกรามแน่น สันดานความปากร้ายที่ถูกเก็บกดไว้เริ่มทำงาน "ขอบคุณสำหรับความหวังดีครับ แต่โปรเจกต์นี้ไม่ได้ใช้ปากทำ... และที่สำคัญ มันไม่ใช่พื้นที่สาธารณะที่ใครนึกจะเดินเข้ามาเหยียบเมื่อไหร่ก็ได้"
บรรยากาศรอบตัวเริ่มมาคุขึ้นเรื่อยๆ ธนัตถ์ที่ยืนมองอยู่ห่างๆ ถึงกับต้องกลืนน้ำลายเอื๊อก เตรียมตัวเข้าห้ามศึกถ้าสถาปนิกหนุ่มจะระเบิดอารมณ์ใส่แขกวีไอพี
ทว่า ก่อนที่สถานการณ์จะบานปลายไปมากกว่านั้น มือเรียวเล็กของรตากลับเอื้อมไปแตะที่ข้อศอกของกรณ์เบาๆ สัมผัสอุ่นร้อนนั้นส่งผ่านเนื้อผ้าสูทราคาแพงเข้าไปถึงผิวเนื้อ ทำให้กรณ์สะดุ้งเล็กน้อยและหันขวับมามองเธอ
รตายิ้มให้เขา รอยยิ้มที่ไม่ได้เยาะเย้ย แต่เป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ทรงพลัง และทำให้หัวใจที่กำลังเดือดดาลของกรณ์สงบลงได้อย่างน่าประหลาด
"ไม่เป็นไรหรอครับคุณกรณ์" รตาเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใส หันไปสบตากับมีนาราตรงๆ "ในเมื่อคุณมีนาราอุตส่าห์ให้เกียรติมาเดินชมผลงานของเราถึงที่... เราในฐานะเจ้าบ้านที่ดี ก็ควรจะต้อนรับให้สมเกียรติจริงไหมครับ? อีกอย่าง..."
รตาเว้นจังหวะเล็กน้อย ปรายตามองมีนาราก่อนจะหันกลับมาสบตากับกรณ์ด้วยประกายตาเจ้าเล่ห์
"...โปรเจกต์นี้มันเหนือกว่าคู่แข่งทุกมิติอยู่แล้ว ต่อให้ใครหน้าไหนเข้ามาสอดส่อง ก็ไม่มีทางขโมยหัวใจ... เอ้ย! ไม่มีทางขโมยความสำเร็จของเราไปได้หรอกครับ"
กรณ์นิ่งงันไปชั่ววินาที หัวใจในอกเต้นแรงขึ้นด้วยจังหวะที่ผิดเพี้ยนไปจากเดิม ไม่ใช่เพราะคำพูดทับถมคู่แข่ง แต่เป็นเพราะคำพูดเกือบหลุดปากของเธอเมื่อครู่ และสัมผัสอุ่นที่ยังคงวางอยู่บนแขนของเขา
มีนารากัดริมฝีปากแน่นเมื่อเห็นเคมีที่เข้าขาและสายตาที่กรณ์ใช้มองรตา มันเป็นสายตาที่เขาไม่เคยใช้มองเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว สมัยที่เคยร่วมงานกัน กรณ์เป็นเพียงสถาปนิกหนุ่มผู้เย็นชาและมีแต่เรื่องงานอยู่ในหัว แต่ตอนนี้... เขากลับยอมให้อีกฝ่ายก้าวเข้ามามีอิทธิพลทางความรู้สึกได้อย่างง่ายดาย
"งั้นก็ตามสบายนะคะ" มีนาราฝืนยิ้มกลرเบือนหน้าหนี "หวังว่าผลงานจริงจะดีสมราคาคุย... ไม่ใช่แค่เปลือกนอกที่สวยหรู"
พูดจบ หญิงสาวก็สะบัดหน้าเดินเลี่ยงหายฝูงชนไปทันที
เมื่อร่างนั้นลับสายตา กรณ์ก็ถอนหายใจยาวเหยียด เขาหันมามองรตาที่ยังคงลอยหน้าลอยตาถือแก้วแชมเปญจิบอย่างสบายใจ
"ใครอนุญาตให้คุณมาแตะเนื้อต้องตัวผมกลางงานไม่ทราบ" กรณ์เริ่มเปิดฉากบ่นกลบเกลื่อนความเขินอายที่ตีรวนขึ้นมาในอก ปากร้ายตามสไตล์สายซึน
"อ้าว ก็เห็นคุณหน้าดำคร่ำเครียดจนตึกจะถล่มอยู่แล้ว ผมแค่แสดงความหวังดีในฐานะผู้จัดการโครงการ กลัวคุณจะเผลอเอาไม้บรรทัดทีไปฟาดหน้าแขกบ้านแขกเมืองเข้า" รตาตอบหน้าตาเฉย ดวงตาสวยพราวระยับด้วยความสนุก
กรณ์จ้องมองใบหน้าหวานที่อยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ ความหงุดหงิดเมื่อครู่วันนี้มลายหายไปจนหมดสิ้น เหลือเพียงความรู้สึกบางอย่างที่พุ่งพล่านอยู่ในอก ร่างสูงขยับเข้าไปประชิดตัวเธออีกก้าว จนรตาต้องเอนตัวหนีเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
"ปากเก่งนักนะรตา" กรณ์กระซิบเสียงต่ำลอดไรฟัน ลมหายใจอุ่นๆ รดรดอยู่ข้างแก้มใส "เมื่อกี้เกือบหลุดคำว่าอะไรนะ... หลุดปากเหรอครับ หรือว่าตั้งใจ?"
รตาชะงักไปนิด หัวใจดวงน้อยกระตุกวูบ เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมกริบที่ตอนนี้ไม่ได้ฉายแววเย็นชาอีกต่อไป แต่กลับเต็มไปด้วยความคลั่งรักที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทีดุๆ นั่นอย่างมิดชิด
"ผม... ผมก็แค่พูดตามเนื้อผ้า..." รตาเสียงแผ่วลงเล็กน้อย ความมั่นใจเมื่อครู่เริ่มสั่นคลอนยามเมื่อเผชิญหน้ากับสายตาร้อนแรงของสถาปนิกหนุ่ม
"งั้นเหรอครับ..." กรณ์โน้มใบหน้าลงไปกระซิดชิดริมใบหู จนรนารู้สึกร้อนผ่าวไปทั่วทั้งร่าง "งั้นคืนนี้ หลังงานเลิก... เราคงต้องมาเคลียร์ 'เนื้อผ้า' ที่คุณพูดถึงให้มันชัดเจนหน่อยแล้วล่ะครับ"
รตาเบิกตากว้าง หัวใจเต้นโครมครามจนแทบจะกระโดดออกมานอกอก เธอกำลังจะอ้าปากเถียงกลับตามฟอร์ม ทว่ายังไม่ทันได้เปล่งเสียงใดๆ
พรึบ!
ไฟโถงจัดเลี้ยงทั้งหมดก็ดับวูบลงกะทันหัน ความมืดโรยตัวปกคลุมทั่วบริเวณชั่วขณะ พร้อมกับเสียงฮือฮาจากแขกเหรื่อที่ดังขึ้นทั่วห้อง
ในความมืดสลัวที่มีเพียงแสงไฟจากสปอตไลท์ไกลๆ สาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างกระจกบานใหญ่ กรณ์ยังคงยืนประชิดตัวเธอแน่น ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเธอเพียงลมหายใจกั้น และก่อนที่รตาจะได้ตั้งตัว มือหนาก็เอื้อมมาคว้าข้อมือเธอไว้ พลางออกแรงดึงเบาๆ ให้เธอหลบเข้าไปในมุมอับสายตาหลังเสาต้นใหญ่ของห้องจัดเลี้ยง
ลมหายใจของทั้งคู่ประสานกันในความเงียบสลัว...
--------------------------------------------------------------
ขอบคุณนักอ่านทุกท่านที่แวะมาสัมผัสความฟินปนแซ่บในตอนนี้ แล้วเตรียมพบกับความคลั่งรักแบบจัดเต็มในตอนต่อไปด้วยกันนะครับ — **ราชันย์หอกทมิฬ**
สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการโครงการสายดีด•ตอนที่ 14
การกลับมาของอดีตคู่ปรับ
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการโครงการสายดีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!