"ถ้าคุณกรณ์จะกรุณารับฟังข้อเสนอของมีนสักนิด รับรองว่าโปรเจกต์มิกซ์ยูสนี้จะไม่มีทางสะดุดเรื่องงบประมาณปลายเปิดแน่นอนค่ะ"
น้ำเสียงหวานหยาดเยิ้มเคลือบด้วยความมั่นอกมั่นใจดังขึ้น พร้อมกับปลายนิ้วเรียวยาวที่จงใจแตะลงบนแขนเสื้อสูทตัดเย็บเนียบของสถาปนิกหนุ่มอย่างถือวิสาสะ มีนาราก้าวเข้ามาประชิดตัวกรณิศในระยะอันตราย ภายใต้แสงไฟสลัวจากแชนเดอเลียร์คริสตัลระยิบระยับของห้องจัดเลี้ยงโรงแรมหรู บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความฉาบฉวยของหน้ากากทางสังคม แต่นัยน์ตาของอดีตรุ่นพี่สาวกลับพยายามส่งสัญญาณอื่นที่ชัดเจนเสียยิ่งกว่าเรื่องงาน
กรณิศขยับตัวถอยหลังอย่างแนบเนียน ใบหน้าหล่อเหลาราบเรียบไร้อารมณ์ตามแบบฉบับของสถาปนิกหนุ่มมือรางวัลผู้ขึ้นชื่อเรื่องความเยชาชาและเข้าถึงยาก เขากวาดสายตามองแก้วแชมเปญในมือ นิ่งเงียบราวกับรูปปั้นหินอ่อนที่ถูกแกะสลักขึ้นมาเพื่อท้าทายความอดทนของคู่สนทนา
"ข้อเสนอของคุณมีนารา น่าสนใจดีครับ... แต่เสียดายที่ผมไม่ค่อยชอบงานที่ต้อง 'แชร์' อะไรกับใคร โดยเฉพาะเรื่องที่มีผลประโยชน์ทับซ้อนซ่อนอยู่ข้างหลัง"
น้ำเสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ แต่เฉียบคมบาดลึกจนมีนาราชะงัก รอยยิ้มบนใบหน้าสวยเฉี่ยวแข็งค้างไปชั่วขณะ ก่อนที่เธอจะทันได้แก้ตัว เสียงหัวrоาะเบาๆ อย่างนึกสนุกก็ดังแทรกขึ้นจากด้านหลัง พร้อมกับแรงกอดกระชับที่เอวสอบอย่างกะทันหัน จนร่างสูงของสถาปนิกหนุ่มต้องเกร็งตัวโดยสัญชาตญาณ
"อุ๊ย! ขอโทษทีค่ะ พอดีฉันเดินมาชนนิดหน่อย... แต่ดูเหมือนว่าฉันจะเข้ามาขัดจังหวะอะไรสำคัญหรือเปล่าคะเนี่ย?"
รตาปรากฏตัวขึ้นพร้อมรอยยิ้มพราวเสน่ห์ที่ฉาบอยู่บนใบหน้า ดวงตากลมโตเป็นประกายซุกซนระคนเจ้าเล่ห์ มือเรียวบางที่โอบเอวของกรณิศอยู่ไม่ได้ขยับหนี แถมยังจงใจกระชับแน่นขึ้นอีกนิดเพื่อประกาศอาณาเขตทางสายตา ร่างบางในชุดราตรีสั้นสีดำสนิทขยับเข้าแนบชิด จนกลิ่นน้ำหอมกลิ่นวานิลลาเจือความสดชื่นของดอกไม้ปะทะเข้ากับจมูกของคนตัวสูงเข้าอย่างจัง
กรณิศเหลือบมองมือที่วางอยู่บนเอวของตนเอง แววตาไหววับชั่วพริบตาก่อนจะกลับมาเรียบเฉยดังเดิม เขาไม่ได้ปัดมือเธออก ปล่อยให้ผู้จัดการโครงการสาวจอมดีดเล่นบท 'แฟนจำเป็น' ตามอำเภอใจอย่างเงียบๆ
มีนาราหุบยิ้มฉับพลัน สายตาคมกริบกวาดมองร้าตั้งแต่วรจรดปลายเท้าด้วยความไม่พอใจอย่างปิดไม่มิด "อ้าว... คุณรตา ผู้จัดการโครงการคนเก่งนี่เอง นึกว่าหายไปไหน ที่แท้ก็มาเกาะติดคุณกรณ์แจแบบนี้นี่เองค่ะ ระวังหน่อยนะคะ งานก็ยุ่ง เดี๋ยวจะหาว่ารุ่นพี่ไม่เตือน ว่าผู้ชายระดับคุณกรณ์เขาไม่ได้ชอบคน... ที่เอาแต่ใจและไม่มีมารยาท"
"อ๋อเหรอคะ?" รตายิ้มหวานหยด ยักไหล่เบาๆ อย่างไม่สะทกสะท้านแม้แต่น้อย "ขอบคุณสำหรับคำเตือนนะคะคุณมีนารา แต่พอดีว่า... รตาเป็นคนชอบของหายากค่ะ ยิ่งหวงยิ่งท้าทาย ยิ่งปากร้ายใส่เท่าไหร่ แสดงว่าในใจลึกๆ เนี่ย..." เธอลากเสียงยาวอย่างจงใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับคนข้างกายที่ยืนนิ่งเป็นเสาหิน "จริงไหมคะคุณกรณ์?"
กรณิศปรายตามองหญิงสาวในอ้อมแขน แววตาคมกริบฉายประกายดุร้ายขึ้นมาวูบหนึ่งอย่างรู้ทัน ปากร้ายๆ ของเขาขยับยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็นทันที
"ถ้าพูดถึงเรื่องความน่ารำคาญและเอาแต่ใจตัวเอง... คุณรตาคงยืนหนึ่งในโปรเจกต์นี้ ไม่มีใครเทียบได้หรอกครับ" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาหน้าตาเฉย แต่ปลายนิ้วมือหนากลับขยับไปโอบกระชับเอวบางของเธอไว้หลวมๆ เป็นเชิงรุกกลับอย่างแนบเนียน "แต่ก็นั่นแหละครับ... รสนิยมคนเรามันเปลี่ยนยาก ถ้าชอบความวุ่นวายแล้วมัวแต่ไปเลือกความเรียบร้อยน่าเบื่อ ชีวิตมันก็คงจืดชืดแย่"
มีนาราหน้าเสีย สีหน้าบิดเบี้ยวไปชั่วขณะเมื่อเจอหมัดฮุคย้อนกลับจากทั้งคู่ เคมีที่ประสานกันอย่างลงตัวระหว่างความนิ่งขรึมและความกวนประสาท ทำให้เธอกลายเป็นส่วนเกินในวงสนทนานี้ไปโดยปริยาย
"ถ้าอย่างนั้นก็ตามสบายนะคะ เชิญสวีทกันให้เต็มที่ค่ะ!" มีนาราเค้นเสียงพูดด้วยความเจ็บใจ สะบัดหน้าเดินหนีหายเข้าไปในฝูงชนทันที
เมื่อร่างของคู่แข่งทางการค้าลับตาไป ความเงียบชั่วขณะก็เข้าปกคลุมบริเวณระเบียงทางเดิน รตาถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วเตรียมจะชักมือออกจากเอวของเขา แต่ทว่า...
หมับ!
มือหนาของกรณิศกลับคว้าข้อมือเธอไว้แน่น ไม่ยอมให้ถอยหนี ร่างสูงก้าวเข้ามาประชิดจนรตาต้องผงะถอยหลังไปชนกับเสาหินประดับ ไออุ่นจากร่างกายของสถาปนิกหนุ่มแผ่ซ่านเข้ามาปิดกั้นทุกทางหนี นัยน์ตาคมกริบดูลึกล้ำและดุดันขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า
"ใครอนุญาตให้เธอเนียนแต๊ะอั๋งผมขนาดนั้น หืม... ผู้จัดการรตา?" เสียงกระซิบต่ำพร่าดังอยู่ข้างใบหู ลลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดลาดไหล่เนียนจนขนลุกซู่
รตาหัวใจเต้นรำไม่เป็นจังหวะ แต่ปากเก่งๆ ยังคงทำงานได้ดีเยี่ยม เธอเชิดหน้าขึ้นสู้สายตาอย่างไม่ยอมแพ้ "อ้าว ก็ฉันช่วยคุณไว้นะคะเนี่ย ไม่งั้นคุณโดนยัยรุ่นพี่หน้าเลือดนั่นงาบไปกินแล้ว! นี่ฉันควรได้โบนัสพิเศษต่างหาก ไม่ใช่มาโดนดุแบบนี้"
"ช่วย?" กรณิศแค่นเสียงในลำคอ ใบหน้าหล่อเหลาโน้มต่ำลงมาจนปลายจมูกแทบจะชนกัน สบตากับเธออย่างลึกซึ้งจนคนมองแทบหยุดหายใจ "ผมไม่ได้ขอให้ใครมาช่วย... และที่สำคัญ..."
เขาทิ้งช่วงจังหวะ ปลายนิ้วเรียวสวยเลื่อนขึ้นเกลี่ยปอยผมที่คลอเคลียข้างแก้มเนียนอย่างแผ่วเบາ สัมผัสนั้นอบอุ่นจนน่ากลัว
"...คนที่ควรโดนลงโทษฐานริอ่านเล่นกับไฟอย่างเธอ คงต้องเคลียร์กันยาวหน่อยแล้วล่ะครับคืนนี้"
รตาชะงัก ลมหายใจสะดุดกึกเมื่อสบเข้ากับประกายตาคลั่งรักที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้ความเย็นชาของเขา เสียงดนตรีในงานเลี้ยงคลอเบาๆ แต่เสียงหัวใจของเธอกลับดังกลบทุกสิ่งทุกอย่าง
ทว่า... ก่อนที่บรรยากาศจะหวานล้ำเกินกว่าจะควบคุม ทันใดนั้น เสียงปรบมือดังสนั่นพร้อมกับเสียงทุ้มทรงอำนาจของประธานกรรมการบริษัทก็ดังขึ้นผ่านไมโครโฟนจากเวทีใหญ่
"เอาล่ะครับทุกท่าน... ในโอกาสนี้ ผมขอประกาศข่าวดีเกี่ยวกับการปรับโครงสร้างผู้บริหาร และโปรเจกต์สำคัญที่จะเริ่มต้นขึ้นในสัปดาห์หน้า..."
กรณิศชะงัก สายตาคมกริบละจากใบหน้าของหญิงสาวเบื้องหน้าชั่วขณะเพื่อมองไปยังเวทีใหญ่ แต่ทว่ามือหนายังคงกุมมือเรียวของเธอไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไปไหน
รตากะพริบตาปริบๆ เมื่อเธอกวาดสายตาไปเห็นรายชื่อผู้ที่จะต้องมาร่วมทีมบริหารชุดใหม่ที่ฉายขึ้นบนจอโปรเจกต์เตอร์ยักษ์กลางงาน
รายชื่อของบุคคลที่สาม... คนที่ไม่มีใครคาดคิดว่าจะบินกลับมาจากต่างประเทศในเวลานี้ และกำลังจะเข้ามาพลิกกระดานเกมทั้งหมดให้ลุกเป็นไฟ!
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ราชันย์หอกทมิฬ" เสมอมาครับ
สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการโครงการสายดีด•ตอนที่ 15
เกมประสาทในงานเลี้ยง
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการโครงการสายดีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!