"ผมไม่คิดว่าผู้จัดการโครงการคนเก่ง จะมีเวลาว่างมาเดินทอดน่องสาธยายเรื่องโครงสร้างเหล็กกับคนนอกแผนกนานขนาดนี้นะครับ คุณรตา"
น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เจือความเย็นชาแบบจงใจดังขึ้นจากด้านหลัง เล่นเอาบทสนทนาระหว่างรตากับวิศวกรหนุ่มต่างแผนกอย่าง 'ภาคิน' ต้องสะดุดกึกลงทันที
รตาหันขวับกลับไปมอง ส้นสูงห้าร่องหมุนตัวกลับเผชิญหน้ากับสถาปนิกหนุ่มผู้อยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนและแววตาที่คมกริบราวกับใบมีดโกน กรณิศยืนกอดอกพิงเสาคอนกรีตเปลือยผิว สีหน้าของเขาเรียบสนทนวจนเดาไม่ออกว่ากำลังคิดอะไรอยู่ แต่สำหรับคนที่ทำงานร่วมกันมานับแรมเดือนอย่างเธอ แค่ปลายคางที่ขยับนิดๆ กับสันกรามที่บดเข้าหากันเบาๆ นั่นก็ชัดเจนยิ่งกว่าป้ายไฟนีออน
เขากำลังหึง... และกำลังหงุดหงิดแบบสุดๆ
"อ้าว, คุณกรณ์" รตาเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มการค้าถูกจุดขึ้นที่มุมปากอย่างไม่ยอมแพ้ "งานประสานงานข้ามแผนกคือหน้าที่ของผู้จัดการโครงการค่ะ การอธิบายรายละเอียดหน้างานให้ทีมวิศวกรโครงสร้างเข้าใจตรงกัน คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรจนต้องมารบกวนเวลา 'เดินทอดน่อง' ของคุณหรอกกระมังคะ"
ภาคินที่ยืนอยู่ข้างๆ เริ่มรับรู้ถึงกระแสไฟฟ้าแรงสูงที่แล่นแปลบระหว่างคนทั้งคู่ เขากระแอมเบาๆ แล้วยกมือขึ้นเกบท้ายทอย "เอ่อ... ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวไปเช็คแบบแปลนโซน B ก่อนนะครับคุณรตา ไว้ค่อยคุยกันต่อ"
"ค่ะคุณภาคิน เชิญตามสบายนะคะ" รตาส่งยิ้มหวานหยดให้วิศวกรหนุ่มเพื่อเป็นการส่งท้าย ซึ่งนั่นยิ่งทำให้ดวงตาคมกริบของกรณิศหรี่แคบลงไปอีก รังสีความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่จนอุณหภูมิรอบตัวแทบลดลงฮวบฮาบ
พอลับร่างของภาคิน กรณิศก็ก้าวเข้ามาประชิดตัวรตาด้วยฝีเท้าเงียบกริบ แต่มั่นคงราวกับเสือชีตาร์ที่กำลังต้อนเหยื่อจนมุม รตาถอยหลังไปหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติเมื่อแผ่นหลังชนเข้ากับผนังปูนฉาบเรียบของไซต์งาน แต่กระนั้น เธอก็ยังคงเชิดหน้าสู้ ไม่ยอมหลบสายตาคู่นั้นที่กำลังจ้องมองเธอราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ
"ยิ้มเก่งจนะครับช่วงนี้ แจกจ่ายความสดใสให้ทั่วทั้งไซท์เลยหรือไง" กรณิศโน้มใบหน้าลงมาใกล้ เสียงกระซิบต่ำลอดไรฟันเต็มไปด้วยความประชดประชัน "หรือว่าสเปกเปลี่ยน... จากพวกชอบทำงานเนี้ยบๆ ไปเป็นวิศวกรปากหวานคอยพะเน้าพะนอแทนแล้วล่ะ?"
"พูดบ้าอะไรของคุณคะเนี่ย!" รตาคิ้วกระตุกทันที ความอดทนที่พยายามสะสมไว้เริ่มร้าวฉาน "ฉันจะคุยกับใคร จะยิ้มให้ใคร มันก็เป็นเรื่องงานและสิทธิ์ส่วน ตัวของฉัน คุณมีสิทธิ์อะไรมาพูดจาแขวะฉันแบบนี้ล่ะคะคุณกรณิศ?"
"สิทธิ์เหรอ?" กรณิศแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมวับคู่นั้นไหวระริกด้วยอารมณ์ที่กรุ่นโกรธปะปนกับความน้อยใจที่เจ้าตัวไม่มีวันปริปากยอมรับ "ในฐานะหัวหน้าทีมออกแบบ ฉันมีสิทธิ์ที่จะท้วงติงถ้าเห็นว่าเวลาในเวลางานถูกใช้ไปกับการยืนหัวร่อต่อกระซิกกับผู้ชายคนอื่นอย่างไร้ประโยชน์"
"ไร้ประโยชน์งั้นเหรอ!" รตาจ้องหน้าเขาเขม็ง ดวงตากลมโตเป็นประกายวาวโรจน์ด้วยความโกรธ "การประสานงานกับภาคินคือการเคลียร์เรื่องแนวท่อระบบปรับอากาศที่อาจจะชนกับคานหลักที่คุณออกแบบพลาดไว้ต่างหากล่ะคะ! ถ้าคุณเอาเวลามานั่งจับผิดฉัน ไปกางแบบดูหน้างานจริงให้ละเอียดกว่านี้ ชีวิตฉันคงไม่ต้องเสียเวลามาอธิบายอะไรซ้ำซากหรอกค่ะ!"
คำว่า 'ออกแบบพลาด' แทบจะทำให้กรณิศชะงักไปชั่วขณะ ไม่ใช่เพราะมันเป็นความจริง แต่เพราะมันมาจากปากของผู้หญิงคนที่เขากำลังพยายามข่มกลั้นความรู้สึกบางอย่างเอาไว้แทบตาย
บรรยากาศระหว่างคนทั้งคู่เงียบลงไปชั่วขณะ มีเพียงเสียงลมพัดผ่านโครงสร้างตึกสูงที่ยังสร้างไม่เสร็จและเสียงเครื่องมือกลไกจากชั้นล่างที่ดังแว่วมาไกลๆ
กรณิศถอนหายใจยาวออกมาเฮือกหนึ่ง เขายกมือขึ้นเสยผมปรกหน้าผากอย่างหัวเสีย ความซึนเดชาที่ติดตัวมาแต่เกิดกำลังตีรันกับความหึงหวงที่ทะลักล้นจนควบคุมไม่อยู่ ปากเจ็บๆ ของเขาอยากจะเอ่ยคำขอโทษ แต่ฟอร์มและอีโก้ระดับสถาปนิกมือรางวัลกลับคอยดึงรั้งไว้ไม่ยอมให้พูดออกไปตรงๆ
"ปากเก่งขึ้นทุกวันนะรตา..." เขาสบถเบาๆ น้ำเสียงอ่อนลงกว่าเดิมนิดหน่อย แต่ยังคงมีความดื้อรั้นเจืออยู่ "พูดเก่ง แข็งข้อเก่ง... เก่งจนฉันชักจะเริ่มหมั่นไส้ขึ้นมาจริงๆ แล้วล่ะ"
"ถ้าหมั่นไส้ฉันนัก ก็เชิญกลับไปห้องทำงานของคุณแล้วเอาหน้าจุ่มแบล็กแคดออกแบบตึกต่อเถอะค่ะ ไม่ต้องมาเดินตามจิกกัดฉันแบบนี้หรอก เสียเวลาทำมาหากินของคุณเปล่าๆ" รตาตัดบทด้วยน้ำเสียงสะบัดสะบิ้ง เธอเบี่ยงตัวหลีกจากร่างสูงเพื่อจะเดินหนี แต่ทว่า...
หมรับเข้าที่ข้อแขนเรียวถูกรั้งไว้เบาๆ แต่แน่นหนาโดยไม่ทันตั้งตัว กรณิศดึงเธอกลับมาจนแผ่นหลังนุ่มชนเข้ากับอกแกร่งของเขาอีกครั้ง ลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างใบหู จนรตาต้องผวากลั้นหายใจ
"ปล่อยนะคุณกรณ์!" เธอพยายามบิดข้อมือออก แต่แรงผู้ชายหรือจะสู้แรงของสถาปนิกหนุ่มที่ออกกำลังกายเป็นประจำได้
"ยังคุยกันไม่รู้เรื่อง..." กรณิศกระซิบชิดขอบหู น้ำเสียงนุ่มทุ้มที่เปลี่ยนเป็นจริงจังทำเอาหัวใจของรตากระตุกวูบอย่างห้ามไม่อยู่ "เรื่องงานน่ะเคลียร์ได้ แต่เรื่องที่เธอไปยืนหัวเราะต่อกระซิกกับไอบ้านั่น... เรายังไม่ได้เคลียร์กัน"
"ฉันไม่มีอะไรจะเคลียร์กับคุณ! ปล่อยฉันนะ ไม่งั้นฉันจะ..."
รตายังพูดไม่ทันจบประโยค เสียงฝีเท้าหนักๆ ของใครบางคนก็ดังขึ้นก้องโถงทางเดินโล่ง พร้อมกับเสียงทักทายที่คุ้นเคยจนน่าตกใจ
"ว้าว... บรรยากาศดูเคร่งเครียดกันจังเลยนะครับเนี่ย ผมกลับมาจังหวะผิดหรือเปล่าเอ่ย?"
ทั้งกรณิศและรตาชะงักกึกพร้อมกัน กรณิศรีบปล่อยมือจากข้อแขนของหญิงสาวทันที ดวงตาคมกริบหันขวับไปมองยังต้นเสียง
ร่างสูงโปรดของชายหนุ่มในชุดสูทสั่งตัดเข้ารูปอย่างดีก้าวออกมาจากเงาเสา รอยยิ้มมุมปากที่เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์และคุ้นเคยเป็นอย่างดีปรากฏอยู่บนใบหน้าหล่อเหลา ดวงตาคู่คมกวาดมองคนทั้งสองด้วยแววตาสสนุกสนานราวกับกำลังดูละครฉากโปรด
ธนัตถ์... เพื่อนสนิทของกรณิศที่หายหน้าหายตาไปดูงานต่างประเทศนานนับปี ยืนกอดอกพิงผนังอยู่ตรงนั้น พร้อมกับเอกสารในมือที่ถูกส่งต่อมาจากใครอีกคน... คนที่กำลังเดินตามหลังเขามาติดๆ และทำให้เลือดในกายของกรณิศแทบจะเย็นเฉียบลงในเสี้ยววินาที
เงาร่างของหญิงสาวอีกคนก้าวพ้นมุมเสาออกมา รอยยิ้มหวานหยาดเยิ้มที่คุ้นตาเมื่อหลายปีก่อนส่งตรงมาให้กรณิศโดยเฉพาะ
"สวัสดีค่ะทุกคน... กรณ์คะ ดีใจจังที่ได้เจอกันอีกครั้งนะ"
มีนารา... สถาปนิกสาวตึกคู่แข่ง และอดีตรุ่นพี่ที่เคยเกือบจะเปลี่ยนเส้นทางชีวิตของกรณิศ กลับมาแล้ว และเธอกำลังยืนอยู่ตรงหน้าพวกเขา ณ วินาทีนี้เอง!
_____________________________________________
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "ราชันย์หอกทมิฬ" มาโดยตลอดครับ
สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการโครงการสายดีด•ตอนที่ 16
ความหึงที่ไร้ป้ายชื่อ
ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการโครงการสายดีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!