สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการโครงการสายดีด•ตอนที่ 17

ภารกิจง้องอนฉบับคนซึน

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
"ถ้าคุณยังยืนทำหน้าเหมือนคนท้องผูกแบบนั้นใส่ฉันอีกสามวินาที ฉันจะถือว่าโปรเจกต์นี้เรายกเลิกสัญญา แล้วต่างคนต่างไปเดินสายพับกระดาษขายเถอะค่ะคุณกรณิศ" เสียงหวานใสที่เจือความหงุดหงิดระคนเย้ยหยันดังขึ้นท่ามกลางความเงียบอันอึดอัด รตาตวัดตามองสถาปนิกหนุ่มมือรางวัลที่ยืนกอดอกนิ่งสนิทอยู่ข้างโต๊ะทำงาน แววตาของเธอวาวโรจน์ด้วยความกรุ่นโกรธ ปลายคางเชิดขึ้นอย่างไม่ยอมก้มหัวให้ใคร แม้ในใจจะยังมีภาพของ 'มีนารา' สถาปนิกสาวจากตึกคู่แข่งที่เพิ่งเดินออกไปหมาดๆ ตามหลอกหลอนอยู่ก็ กรณ์เม้มริมฝีปากแน่นสันกรามคมชัดขึ้นเป็นรอยนูนอย่างเห็นได้ชัด ดวงตาคมกริบฉายแววขัดเคืองระคนความวิตกกังวลที่เจ้าตัวพยายามซ่อนไว้ภายใต้มาดนิ่งสนิทตามเคย ให้ตายสิ... เขากำลังหงุดหงิด หงุดหงิดตัวเองที่พูดจาไม่เข้าหู หงุดหงิดสถานการณ์บ้าๆ ที่มีนาราโผล่มาถูกจังหวะราวกับนัดกันไว้ และที่สำคัญที่สุด... หงุดหงิดที่เห็นรตาทำท่าทางเหมือนพร้อมจะสะบัดบ้นเดินหนีเขาไปได้ทุกเมื่อ "ใครบอกคุณว่าจะยกเลิกสัญญา" กรณ์เปิดปากพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ระลอกคลื่น ทว่าแฝงความดุดันตามสไตล์คนปากแข็ง "อย่ามาใช้อารมณ์เหนือเหตุผลน่ารตา คุณก็รู้ว่าเรื่องเมื่อครู่มัน..." "มันอะไรคะ?" รตาโพล่งแทรกขึ้นทันควัน ดวงตากลมโตหรี่ลงอย่างจับผิด ร่างเพรียวในชุดสูทเข้ารูปหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้าเต็มตัว "เรื่องที่รุ่นพี่คนสวยของคุณโผล่มาทวงความหลังถึงหน้าไซต์งาน หรือเรื่องที่คุณยืนใบ้กินทำหน้าเหมือนคนกินยาขมสิครับคุณสถาปนิก?" น้ำเสียงประชดประชันที่จงใจล้อเลียนคำพูดติดปากของเขา ทำให้กรณ์รู้สึกเหมือนมีก้อนสะเก็ดไฟมาจี้อยู่กลางอก ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ เพื่อสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่กำลังตีรันฟันแทงอยู่ข้างใน ปรกติแล้ว กรณิศคือผู้ชายที่ควบคุมสถานการณ์ได้เสมอ ไม่ว่าหน้างานจะพังไม่เป็นท่าหรือแบบแปลนจะโดนสั่งรื้อกี่รอบ เขาก็ไม่เคยเสียอาการขนาดนี้มาก่อน แต่กับผู้หญิงตรงหน้า... แค่เธอมองด้วยหางตา เขาก็แทบจะเสียศูนย์อยู่รอมร่อ "ผมไม่ได้ใบ้กิน" กรณ์เถียงเสียงแข็ง ขยับตัวเข้าไปประชิดโต๊ะทำงานของเธออีกก้าว "แล้วผมกับมีนาราก็จบกันไปนานแล้ว ไม่มีอะไรต้องเคลียร์ และผมไม่มีวันเอาชื่อเสียงของโปรเจกต์นี้ไปแลกกับเรื่องไร้สาระพวกนั้นแน่นอน" "มั่นใจจังนะคะ" รตาแค่นหัวเราะในลำคอ ดวงตาคู่สวยไหวระริกวูบหนึ่งก่อนจะกลับมาแข็งกร้าวตามเดิม "แต่สายตาที่คุณมองเธอยังกับเห็นนางฟ้ากลับชาติมาเกิดขนาดนั้น ใครเห็นก็คงคิดว่าคุณยังอาลัยอาวรณ์ถ่านไฟเก่าอยู่ล่ะมั้งคะ" *ถ่านไฟเก่าบ้าบออะไรกัน...* กรณ์อยากจะยกมือขึ้นกุมขมับให้รู้แล้วรู้รอด เขาไม่เคยคิดถึงมีนาราในแง่ชู้สาวมาหลายปีดีดักแล้ว ผู้หญิงคนนั้นเป็นเพียงอดีต เป็นความผิดพลาดในวัยเยาว์ที่เกือบทำให้เขาไขว้เขวจากเส้นทางสถาปัตยกรรมเท่านั้น ทว่า... พลันที่สายตาคมกริบมองเห็นร่องรอยความน้อยใจที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความปากเก่งของหญิงสาว หัวใจที่เคยแข็งกระด้างกลับกระตุกวูบอย่างแรง *ยัยตัวแสบ... นี่เธอกำลังหึงเขาอยู่ใช่ไหม?* ความคิดนั้นทำให้มุมปากข้างหนึ่งของสถาปนิกหนุ่มกระตุกขึ้นเล็กน้อย ความตึงเครียดเมื่อครู่คลายลงไปครึ่งหนึ่งอย่างน่าประหลาด "หึง?" กรณ์จงใจทิ้งเสียงต่ำลง ลากสายตาพินิจพิเคราะห์ใบหน้าง้ำงอของคนตรงหน้าอย่างจงใจยั่วเย้า "นี่คุณกำลังหึงผมอยู่หรือเปล่ารตา?" รตาชะงักไปชั่วเสี้ยววินาที ดวงตาเบิกกว้างขึ้นนิดหนึ่งก่อนจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย ปากบางเม้มเข้าหากันแน่นยิ่งกว่าเดิม เธอกลอกตามองบนอย่างหมั่นไส้แล้วสวนกลับทันควัน "หึง? ฝันไปเถอะค่ะคุณกรณิศ ฉันแค่กลัวว่าโปรเจกต์มูลค่าหลายร้อยล้านจะต้องพังพินาศเพราะความสัมพันธ์รุงรังของคุณต่างหาก ประสาท!" "ปากแข็งชะมัด" กรณ์พึมพำเบาๆ ทว่าจงใจให้ได้ยิน ร่างสูงก้าวเข้าไปประชิดตัวรตาอีกนิดจนเธอต้องเอนหลังพิงขอบโต๊ะทำงานโดยอัตโนมัติ กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกับกลิ่นกายสะอาดๆ ของหญิงสาวลอยเข้าจมูก ปลุกเร้าสัญชาตญาณบางอย่างในตัวชายหนุ่มให้ตื่นตัว รตารู้สึกได้ถึงไอความร้อนจากตัวของคนตรงหน้าที่แผ่ซ่านเข้ามาปิดกั้นทางถอย หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวราวกับกลองเพล เธอกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วสบเข้ากับดวงตาดำขลับที่พราวระยับด้วยประกายบางอย่างที่เธอไม่อยากจะตีความมันเลย "ถอยไปเลยนะคุณกรณ์ จะมาทำรุ่มร่ามอะไรตรงนี้ ธนัตถ์มันเดินตรวจไซต์อยู่แถวนี้ เดี๋ยวก็ได้เห็น..." "ปล่อยให้มันเห็นไปสิ" กรณ์ตัดบทหน้าตาเฉย น้ำเสียงทุ้มนุ่มน่าฟังแต่แฝงความดื้อรั้นเอาแต่ใจ "ในเมื่อคุณหาว่าผมมีเยื่อใยกับคนอื่น ผมก็ต้องแสดงความบริสุทธิ์ใจให้ผู้จัดการโครงการคนเก่งดูหน่อยสิครับ ว่าหัวใจของสถาปนิกคนนี้มันอยู่ตรงไหน" "ฮั่นแน่! กลิ่นมันทะแม่งๆ นะครับท่านผู้ชม" เสียงทุ้มกวนประสาทของธนัตถ์ดังแทรกขึ้นมาจากทางประตูออฟฟิศชั่วคราว พร้อมกับร่างของวิศวกรหนุ่มเพื่อนสนิทที่ก้าวเข้ามาโดยไม่เคาะประตูตามระเบียบ ธนัตถ์ชะựngฝีเท้าลงเล็กน้อย ทำท่าทางตกอกตกใจจนน่าหมั่นไส้ "อุ๊ย! ผมเข้ามาขัดจังหวะอะไรหรือเปล่าครับเนี่ย พอดีลืมหยิบแบบแปลนโครงสร้าง... เชิญพวกคุณสวีทกันตามสบายเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจผม" รตาหน้าแดงก่ำขึ้นมาทันทีด้วยความอับอาย เธอออกแรงผลักอกกรณ์เต็มแรงจนร่างสูงเซถอยหลังไปสองก้าว แล้วรีบจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่เข้าทางอย่างรวดเร็ว "ไอ้ธนัตถ์!" กรณ์หันไปแยกเขี้ยวใส่เพื่อนสนิททันที ใบหน้าหล่อเหลาขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความเขินอายที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา "แกนี่มันมารหัวใจจริงๆ อยากโดนเหล็กข้ออ้อยฟาดหัวเล่นสักทีไหมวะ" "โฮะๆ ใจเย็นสิครับเพื่อนรัก ก็เห็นบรรยากาศมันตึงๆ นึกว่าคุณชายกรณ์จะง้องอนสาวไม่เป็น เลยกะจะมาช่วยสอนเทคนิคสักหน่อย" ธนัตถ์ยักคิ้วหลิ่วตาอย่างกวนๆ ก่อนจะเหลือบมองรตาที่ยืนกอดอกทำหน้าบึ้งตึงอยู่ข้างโต๊ะ "ว่าแต่... ผู้จัดการรตาหายงอนยังครับเนี่ย ดูสิ หน้ามุ่ยจนจะเป็นตูดเป็ดอยู่แล้วนะ" "ใครหน้ามุ่ยยะ!" รตาแว้ดใส่ทันควัน ตาขวางใส่ทั้งวิศวกรตัวดีและสถาปนิกปากแข็ง "ฉันไม่ได้งอน และไม่ได้ต้องการให้ใครมาง้อทั้งนั้น! เชิญไปทำงานกันต่อได้แล้วค่ะ หมดเวลาเล่นละครลิงแล้ว!" พูดจบ รตาก็คว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะแล้วสะบัดก้นเดินเลี่ยงออกไปทางประตูด้านหลังทันที ทิ้งให้ชายหนุ่มสองคนยืนมองตามหลัง กรณ์มองตามร่างบางที่เดินลิ่วๆ ออกไปจนลับตา แววตาคมกริบฉายประกายความเอ็นดูระคนขบขันจางๆ มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว แม้ปากเธอจะบอกว่าไม่ต้องการให้ง้อ แต่ท่าทางฮึดฮัดเมื่อครื้อมันฟ้องชัดเจนว่าเจ้าตัวกำลังพยายามกลบเกลื่อนความเขินอายอยู่ชัดๆ ธนัตถ์เดินเข้ามาตบไหล่เพื่อนรักเบาๆ พร้อมกับหัวเราะในลำคอ "แหม... ร้ายกาจไม่เบานะมึง ถึงกับต้องง่องแง่งโชว์ความคลั่งรักเลยเหรอวะ นึกว่าจะยอมปล่อยให้เข้าใจผิดซะอีก" "เงียบปากไปเลยมึง" กรณ์ปัดมือเพื่อนออกด้วยใบหน้าเรียบเฉย ทว่าดวงตากลับไหวระริกด้วยความโล่งใจอย่างปิดไม่มิด "งานตรงหน้าเคลียร์เสร็จหมดแล้วหรือยัง ถึงได้มีเวลาว่างมาเดินเสือกเรื่องชาวบ้าน" "เสร็จเรียบร้อยครับเจ้านาย!" ธนัตถ์ยักไหล่อย่างไม่สะทกสะท้าน "ว่าแต่... ตามไปง้อต่อเถอะน่า ก่อนที่ยัยตัวแสบจะไปฟ้องคนอื่นว่าสถาปนิกของเราเป็นพวกใจปลาซิว" กรณ์ไม่ตอบคำถาม แต่สายตากลับมองไปยังทิศทางที่รตาเดินหายไป ชายหนุ่มสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะก้าวเท้ายาวๆ ตามออกไปทันที โดยไม่รู้เลยว่า... มีสายตาคู่หนึ่งกำลังยืนหลบมุมมองตรงมาจากระเบียงชั้นสองของไซต์งานด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ มีนารายืนกอดอกมองภาพเหตุการณ์ทั้งหมดผ่านกระจกใสบานใหญ่ แววตาสีเข้มวาวโรจน์ด้วยความริษยาและไมatคาดคิดว่าผู้ชายที่เคยเย่อหยิ่งและเย็นชาอย่างกรณิศ จะยอมลดทอนกำแพงลงให้ผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่งได้มากขนาดนี้ "ห헯... คิดว่าจะหนีฉันพ้นเหรอกรณ์..." ริมฝีปากบางเฉียบแย้มยิ้มเหยียดหยาม มือเรียวยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดส่งข้อความหาใครบางคน พร้อมกับสายตาที่จดจ้องไปยังร่างของกรณ์ที่กำลังเดินตามรตาไปติดๆ ด้วยความรู้สึกที่พร้อมจะพังทลายทุกอย่างให้ราบคาบ ขอบคุณที่ติดตามอ่านผลงานของ "ราชันย์หอกทมิฬ" ครับ
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการโครงการสายดีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%