สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการโครงการสายดีด•ตอนที่ 13

เส้นแบ่งเขตแดนที่เริ่มสั่นคลอน

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
"ถ้าคุณยังยืนกรานจะแก้แบบแปลนส่วนโครงสร้างรับน้ำหนักของฟาซาดกระจกนั่นอีกแค่ตารางเซนติเมตรเดียว ผมจะถือว่าคุณกำลังหาเรื่องทะเลาะกับวิศวกรโครงสร้างที่หน้าตาดีที่สุดในบริษัทเรานะครับคุณกรณ์" น้ำเสียงกลั้วเสียงหัวเราะของธนัตถ์ดังข้ามโต๊ะประชุมไม้สักตัวใหญ่ แต่เจ้าของชื่อกลับไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากกระดาษไขร่างแบบที่กางอยู่ตรงหน้า นิ้วเรียวยาวภายใต้เสื้อเชิ้ตพับแขนลวกๆ ยังคงลากเส้นดินสอ 2B ลงบนกระดาษอย่างแม่นยำและเด็ดขาด "ถ้าโครงสร้างรับน้ำหนักที่คุณคำนวณมันเนี้ยบพอตั้งแต่แรก ผมก็ไม่ต้องมานั่งแก้เพื่อความปลอดภัยของโครงการมูลค่าพันล้านนี้หรอกครับคุณธนัตถ์" กรณ์ตอบกลับเสียงเรียบ นิ่งสนิทจนเดาอารมณ์ไม่ได้ แต่สันกรามที่ขบเข้าหากันเล็กน้อยนั้นฟ้องชัดว่าเขากำลังหงุดหงิดกับอะไรบางอย่าง—และไม่ใช่เรื่องงานแน่นอน ผ่านพ้นค่ำคืนแห่งความวุ่นวายจากการเผชิญหน้ากับมีนารา สถาปนิกสาวจากตึกคู่แข่งที่เข้ามาปأسป่วนไซต์งานเมื่อสองวันก่อน บรรยากาศรอบตัวของกรณ์ก็ดูจะตึงเครียดขึ้นอีกเท่าตัว ร่างสูงโปร่งเลือกที่จะจมอยู่กับการทำงานข้ามวันข้ามคืนเพื่อหลีกเลี่ยงบางสิ่ง... หรือบางคน เสียงเปิดประตูกระจกห้องทำงานกระจกใสเบาๆ ดึงความสนใจของทุกคนในห้องให้หันไปมอง รตาเดินเข้ามาพร้อมกับแฟ้มเอกสารสรุปงบประมาณในมือ ร่างเพรียวในชุดสูทเข้ารูปสีเทาเข้มดูคล่องแคล่วและทรงพลัง สมกับตำแหน่งผู้จัดการโครงการผู้ไม่เคยยอมก้มหัวให้ใคร ดวงตากลมโตคู่สวยกวาดตามองสถาปนิกหนุ่มและวิศวกรหนุ่มด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก "เคลียร์เรื่องแบบแปลนเสร็จหรือยังคะท่านสถาปนิกผู้เย่อหยิ่ง? หรือว่าสมองส่วนสร้างสรรค์มันตันจนต้องให้ฉันช่วยต้มกาแฟดำเข้มๆ มาให้ดื่มเรียกสติสักแก้ว" รตาเปิดฉากทักทายด้วยน้ำเสียงกวนประสาทตามเอกลักษณ์ เจ้าตัววางแฟ้มกระแทกลงบนโต๊ะเบาๆ ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามโดยไม่ต้องรอเชิญ กรณ์เงยหน้าขึ้นจากโต๊ะ สายตาคมกริบมองผู้หญิงตรงข้ามตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาตำหนิแบบฉบับคนเรื่องมาก "ผมดื่มเอสเพรสโซ่ช็อต ไม่ใช่กาแฟสำเร็จรูปใส่ครีียมเทียมแบบที่คุณชอบกินเล่นตอนดึกๆ หรอกครับคุณรตา และที่สำคัญ... สมองผมไม่ได้ตัน แค่กำลังคิดว่าจะทำยังไงให้ผู้จัดการโครงการบางคนเลิกเดินตรวจไซต์งานด้วยรองเท้าส้นสูงแปดนิ้วสักที" "อ้าว! นั่นมันสไตล์การแต่งตัวเพื่อความน่าเชื่อถือในการเจรจาธุรกิจค่ะคุณกรณิศ ไม่ใช่แฟชั่นโชว์ ฉันเดินคล่องกว่าที่คุณคิดเยอะเถอะ" รตาโต้กลับทันควัน ดวงตาคมวาววับด้วยประกายความท้าทาย เธอยื่นหน้าเข้ามาใกล้โต๊ะทำงานอีกนิด "หรือว่าคุณเป็นห่วงฉันกลัวว่าจะข้อเท้าแพลงระหว่างเดินตรวจงานกับคุณกันแน่คะ? ถึงได้คอยจับผิดเรื่องรองเท้าอยู่เรื่อย" ธนัตถ์ที่นั่งฟังเงียบๆ มานานแอบอมยิ้มจนแก้มปริ วิศวกรหนุ่มแกล้งกระแอมเบาๆ กลบเกลื่อนก่อนจะรวบเอกสารตรงหน้าแล้วลุกขึ้นยืน "โอ๊ะ... เหมือนผมจะลืมเช็คผลเทสคอนกรีตที่โซน B แฮะ ขอตัวไปเคลียร์ก่อนนะฃรับ เชิญพวกคุณสองคน 'เคลียร์' ปัญหาส่วนตัว เอ้ย ปัญหาเรื่องงานกันตามสบายเลยครับ" พูดจบ ธนัตถ์ก็ชิ่งเดินออกจากห้องประชุมไปอย่างรู้หน้าที่ ทิ้งให้สองหนุ่มสาวอยู่ตามลำพังท่ามกลางความเงียบที่เริ่มก่อตัวขึ้นแทนที่บทสนทนาก่อนหน้า บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ความกวนประสาทเมื่อครู่เลือนหาย เหลือเพียงระยะห่างระหว่างคนทั้งคู่ที่ดูเหมือนจะใกล้ชิดเกินกว่าความจำเป็น กรณ์มองรตาที่นั่งนิ่งไม่ไหวติ่ง ดวงตาคู่คมของสถาปนิกหนุ่มไม่ได้มองที่เอกสารงบประมาณอีกต่อไปแล้ว แต่มันโฟกัสอยู่ที่ริมฝีปากที่กำลังเม้มเข้าหากันอย่างใช้ความคิดของหญิงสาว "เมื่อคืน..." กรณ์เอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ เสียงทุ้มต่ำนุ่มนวลกว่าปกติเล็กน้อย "คุณไม่ได้ตอบข้อความของผมตอนตีสอง" รตาชะงักไปนิด เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับคนถามตรงๆ แววตาล้อเลียนเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความแปลกใจระคนประกายบางอย่างที่ยากจะคาดเดา "คุณส่งข้อความหาฉันตอนตีสอง? แปลกจังนะคะ นึกว่าท่านสถาปนิกผู้เพอร์เฟกต์จะนอนหลับฝันดีถึงเส้นตารางเมตรของตึกซะอีก ทำไมคะ? หรือว่านอนไม่หลับเพราะคิดถึงหน้าฉัน หรือว่ากลัวฉันจะโดนยัยมีนาราคนนั้นเป่าหูเรื่องโปรเจกต์กันแน่" ปากเก่ง... เธอมักจะมีวิธีทำให้เขาอยากจะเถียงกลับด้วยคำพูดเจ็บๆ คันๆ ทุกครั้งไป แต่กรณ์ในตอนนี้กลับไม่มีอารมณ์จะต่อปากต่อคำด้วย ร่างสูงลุกขึ้นจากเก้าอี้ สาวเท้ายาวๆ อ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดยืนอยู่ด้านข้างเก้าอี้ที่รตานั่งอยู่ กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นกระดาษและหมึกพิมพ์เฉพาะตัวลอยแตะจมูก จนหญิงสาวต้องเผลอกลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว "ผมไม่ได้กลัวใครหน้าไหนทั้งนั้นครับ" กรณ์โน้มตัวลงต่ำ มือข้างหนึ่งค้ำพนักเก้าอี้ของเธอไว้ บังคับให้รตาต้องเงยหน้าขึ้นมองเขาโดยปริยาย ใบหน้าหล่อเหลาอยู่ห่างจากเธอเพียงคืบเดียว จนลมหายใจอุ่นๆ รดรินอยู่ข้างแก้ม "แต่ผมไม่ชอบเวลาที่คุณทำตัวเก่งเกินหน้าเกินตา จนลืมไปว่าคุณกำลังป่วยเป็นไมเกรนอยู่รึเปล่า... หм?" คำพูดที่เจือความห่วงใยอย่างไม่เนียนเอาเสียเลย ทำให้หัวใจของรตากระตุกวูบ เธออ้าปากจะเถียงแต่ก็ต้องกลืนคำพูดทั้งหมดลงคอเมื่อสบเข้ากับดวงตาคู่คมที่ฉายแววความจริงจังและความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามเก็บซ่อนมาตลอด มันไม่ใช่แค่ความหงุดหงิดจากการทำงาน... แต่มันคือความห่วงใยที่ซ่อนอยู่ภายใต้ท่าทางปากร้ายและเย่อหยิ่ง รตากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก หัวใจเจ้ากรรมเต้นระรัวจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะได้ยิน "ฉัน... ฉันไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย งานก็คืบหน้าตามแผน องค์แรกของโปรเจกต์กำลังจะปิดฉากลงด้วยดี คุณควรจะดีใจสิคะ ไม่ใช่มาทำหน้ายักษ์ใส่ฉันแบบนี้" "ปิดฉากองค์แรกงั้นเหรอ..." กรณ์ทวนคำ เสียงกระซิบพร่าต่ำชิดริมหูจนรตาขนลุกซู่ ปลายจมูกโด่งรั้นของเขาเกือบจะแตะโดนเส้นผมของเธออยู่แล้ว "บางที... สิ่งที่กำลังจะเริ่มต้นขึ้นหลังจากการปิดฉากต่างหาก ที่มันน่ากลัวกว่าที่คุณคิดเยอะ" รตาเบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อตระหนักถึงความหมายแฝงในคำพูดนั้น เส้นแบ่งเขตแดนระหว่าง 'เพื่อนร่วมงาน' ที่คอยจิกกัดกันไปวันๆ เริ่มสั่นคลอนอย่างรุนแรงจนแทบไม่เหลือชิ้นD ดี ท An ท่าทางนิ่งสนิทของสถาปนิกหนุ่มพังทลายลงต่อหน้าต่อตา เหลือเพียงความปรารถนาอันร้อนแรงที่ฉายชัดอยู่ในแววตาคู่นั้น ก่อนที่รتاจะได้ทันตั้งตัวหรือหาคำพูดคมๆ มาโต้กลับเพื่อรักษาฟอร์ม เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะพร้อมกับร่างของธนัตถ์ที่ผลักประตูเข้ามาหน้าตาตื่น โดยไม่ดูตาม้าตาเรือเลยว่าเพื่อนสนิทกับผู้จัดการสาวกำลังอยู่ในระยะประชิดอันตรายขนาดไหน "เฮ้ยกรณ์! รตา! แย่แล้ว... มีคนส่งเอกสารด่วนมาจากสำนักงานใหญ่ แจ้งว่าบอร์ดบริหารกำลังจะเปลี่ยนตัวผู้รับเหมาหลักของโครงการแบบกะทันหัน!" กรณ์ผละตัวออกจากรตาทันที ใบหน้าหล่อเหลากลับมาเรียบตึงเป็นหน้ากากน้ำแข็งอย่างรวดเร็ว แต่ดวงตายังคงฉายแววคุกกรุ่นด้วยความไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะ ส่วนรตารีบลุกขึ้นยืนปรับเสื้อผ้าให้เข้าที่ ใบหน้าเนียนแดงก่ำด้วยความเขินอายปนตกใจกับข่าวที่ได้ยิน มือเรียวของรตาคว้าแฟ้มเอกสารบนโต๊ะมากอดไว้แนบอก สายตาคมกวาดมองเอกสารในมือธนัตถ์ที่ยื่นมาให้ด้วยความตกตะลึง "เปลี่ยนตัวผู้รับเหมา? เป็นไปได้ยังไงในเมื่อเราเพิ่งเซ็นสัญญากันไปเมื่อเดือนก่อน!" รตาอุทานเสียงหลง กรณ์ก้าวเข้าไปแย่งเอกสารแผ่นนั้นมาจากมือธนัตถ์ กวาดสายตาอ่านข้อความตัวหนังสือสีดำบนกระดาษขาวอย่างรวดเร็ว ก่อนที่ริมฝีปากหยักจะเหยียดยิ้มเย็นเยียบออกมา สันกรามคมขบแน่นจนเป็นสันนูน ชื่อที่ปรากฏอยู่บนหัวกระดาษในฐานะ 'ที่ปรึกษาโครงการคนใหม่' ที่บอร์ดบริหารแต่งตั้งเข้ามา... คือชื่อของมีนารา **ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงบทส่งท้ายองค์แรก และเตรียมพบกับความเดือดในองค์ต่อไปด้วยกันนะครับ**
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการโครงการสายดีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%