สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการโครงการสายดีด•ตอนที่ 8

สงครามสีทาผนัง

ผลงานโดย ราชันย์หอกทมิฬ
"ถ้าคุณกรณ์เลือกสี 'Concrete Ash' ลงบนผนังห้องรับแขกของบ้านหลังนี้ ผมคงต้องแนะนำให้เจ้าของบ้านเปลี่ยนสถาปนิกก่อนเปลี่ยนสีผนังแล้วล่ะครับ เพราะรสนิยมแบบนี้มันจืดชืดสิ้นดี เหมือนเอาซีเมนต์ผสมน้ำแล้วป้ายส่งๆ ไปที" เสียงทุ้มต่ำแต่เจือกระแสเย้าหยันดังขึ้นกลางห้องโถงโล่งกว้างของโครงการบ้านตัวเลขเจ็ดหลัก รตาผละมือออกจากชาร์จตัวอย่างสีทาผนังในมือ เธอหันขวับไปมองต้นเสียงด้วยนัยน์ตาวาววับ ท่าทางฮึดฮัดเหมือนแมวเปอร์เซียขนฟูที่กำลังโดนเหยียบหาง "แล้วไงคะคุณธนัตถ์? หรือคุณชอบสี 'Warm Taupe' ที่เหมือนสีขี้โคลนหลังฝนตกมากกว่า ถึงได้เสนอหน้าเดินเข้ามาวิจารณ์งานคนอื่นเขาแบบนี้" รตากอดอกเชิดหน้าขึ้น รอยยิ้มเยาะปรากฏที่มุมปากอย่างไม่ยอมแพ้ "โปรเจกต์นี้ฉันเป็นผู้จัดการโครงการนะคะ หน้าที่เลือกโทนสีภายในให้เข้ากับแสงธรรมชาติและฟังก์ชันการใช้งานคือขอบเขตความรับผิดชอบของฉัน ไม่ใช่แผนกโครงสร้างอย่างคุณที่วันๆ เอาแต่คำนวณน้ำหนักคานจนสมองแข็งกระด้างตามเนื้อปูน!" ธนัตถ์หัวเราะร่วนในลำคอ กำลังจะอ้าปากสวนกลับด้วยคำพูดกวนประสาทตามประสาเพื่อนสนิทของสถาปนิกตัวแสบ แต่ยังไม่ทันได้เปล่งเสียง ร่างสูงสง่าในชุดเสื้อเชิ้ตพับแขนถึงข้อศอกของใครบางคนก็ก้าวแทรกเข้ามากลางวง "เถียงกันเสียงดังไปถึงหน้าไซต์งานแล้วครับ คุณรตา... คุณธนัตถ์" กรณ์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เย็นชา และราบเรียบจนน่าหมั่นไส้ ดวงตาคมกริบภายใต้กรอบแว่นสายตาสมาร์ทกวาดมองแผ่นชาร์จสีในมือของหญิงสาวแวบหนึ่ง ก่อนจะปรายตามองเธอด้วยหางตา รตาเม้มปากแน่น ความหงุดหงิดพุ่งพล่านจนปลายนิ้วมือสั่นระริก เธอเกลียดไอ้สายตานิ่งสนิทคู่นั้นที่สุด สายตาที่มองเธอเหมือนเด็กน้อยกำลังงอแง ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว ข้อเสนอเรื่องโทนสีภายในของเธอนั้นผ่านการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคมาอย่างโชกโชน ไม่ใช่เลือกตามอำเภอใจแบบที่เขาปรามาสในใจ "ฉันไม่ได้เถียงค่ะ ฉันแค่กำลัง 'แลกเปลี่ยนความรู้' กับเพื่อนร่วมงานผู้ทรงเกียรติของคุณอยู่" รตาเน้นเสียงคำว่าแลกเปลี่ยนความรู้ด้วยรอยยิ้มหวานหยดที่เคลือบยาพิษ "และเผื่อว่าสถาปนิกมือหนึ่งอย่างคุณกรณ์จะสละเวลาอันมีค่ามาฟังเหตุผลสักนิด คุณจะได้รู้ว่าผนังห้องรับแขกตัวนี้ต้องการโทนสีที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น ผ่อนคลาย แต่ยังคงความโมเดิร์น ไม่ใช่ดิบเถื่อนจนเหมือนลืมฉาบปูนแบบที่คุณร่างแบบมาให้!" กรณ์นิ่งเงียบ เขาไม่โต้เถียงทันทีเหมือนทุกครั้ง ชายหนุ่มเพียงแค่ก้าวเข้าไปใกล้หญิงสาวทีละก้าวอย่างเชื่องช้า ทว่ากดดัน กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือจางผสมกับกลิ่นอายแดดอ่อนๆ และกลิ่นฝุ่นปูนบางเบาโชยเข้าจมูกรตาจนเธอต้องเผลอกลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ ระยะห่างระหว่างเขากับเธอลดลงเรื่อยๆ จนเหลือเพียงแค่ก้าวเดียว กรณ์โน้มใบหน้าลงมาเล็กน้อย สายตาคมกริบจดจ้องริมฝีปากที่กำลังขยับเถียงเขาไม่หยุด ก่อนจะเลื่อนขึ้นมาสบตากับเธอตรงๆ "ดิบเถื่อนเหรอครับ?" กรณ์ทวนคำ เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วเบาจนแทบกลายเป็นการกระซิบข้างใบหู "ในฐานะสถาปนิกผู้ออกแบบโครงสร้างทั้งหมดของบ้านหลังนี้ ผมบอกได้เลยว่า... งานดีไซน์ของผมมันมีจิตวิญญาณและความลึกซึ้งเกินกว่าที่คนสายดีดอย่างคุณจะเข้าใจ" "นี่คุณว่าฉันโง่เหรอคะ!" รตาตาโต พยายามจะถอยหลังหนีแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากตัวเขา แต่ติดที่แผ่นหลังชนเข้ากับผนังปูนฉาบเรียบเสียแล้ว "ผมไม่ได้พูดสักคำ คุณคิดไปเองทั้งนั้น" กรณ์เลิกคิ้วข้างหนึ่งอย่างกวนประสาท มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มร้ายกาจที่นานๆ ครั้งเธอถึงจะได้เห็น "แต่ถ้าคุณอยากพิสูจน์นักว่าระหว่างโทนสี 'Concrete Ash' ของผม กับสี 'Warm Taupe' ของคุณ อันไหนมันเหมาะกับบ้านหลังนี้มากกว่ากัน..." เขาเว้นจังหวะไปนิด ปล่อยให้สายตาคมปลาบไล่สำรวจใบหน้าเนียนใสที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงเรื่อด้วยความโกรธ (หรืออาจจะด้วยเหตุผลอื่นที่เขาเองก็ไม่อยากยอมรับ) "...เรามาพนันกันไหมล่ะครับ" รตาหรี่ตาลงทันที สัญชาตญาณนักบริหารโครงการเตือนภัยยิบๆ "พนัน? สถาปนิกอย่างคุณชอบเล่นเกมเดิมพันอะไรอีกวะคะเนี่ย ฉันไม่มีเวลามาเล่นขายของกับคุณหรอกนะ" "กลัวเหรอครับ?" กรณ์ท้าทายด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ทิ่มแทงใจดำ "ถ้าข้อเสนอสีของคุณชนะใจลูกค้าในวันพรีเซนต์สัปดาห์หน้า ผมจะเป็นคนยอมรับผิดและเลี้ยงข้าวคุณหนึ่งมื้อ... แต่ถ้าข้อเสนอของผมชนะ คุณต้องเป็นคนเลี้ยง และที่สำคัญ..." เขายื่นใบหน้าเข้ามาใกล้จนปลายจมูกเกือบจะชนกัน รตาใจเต้นรัวจนแทบกระเด็นออกมานอกอก สติสตางค์ที่เคยกระจัดกระจายเริ่มกลับมารวมกันยากขึ้นทุกที "...คุณต้องเลิกเรียกผมว่า 'คุณกรณ์' แบบห่างเหินแบบนั้นเสียที ตกลงไหมครับ ผู้จัดการรตา" ธนัตถ์ที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่มุมห้องถึงกับต้องยกมือขึ้นปิดปากกลั้นขำ พลางส่ายหัวเบาๆ ให้กับความเนียนขั้นเทพของเพื่อนสนิทที่หาจังหวะหยอดแฟน (ในอนาคตอันใกล้นี้) ได้หน้าตาเฉย รตากัดริมฝีปากล่างอย่างชั่งใจ ดวงตากลมโตจ้องมองใบหน้าคมคายที่อยู่ห่างแค่คืบ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็วท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยเคมีแปลกประหลาดที่เธอเกลียดนักหนา เพราะมันทำให้หัวใจเธอเต้นไม่เป็นส่ำทุกที "ก็ได้ค่ะ!" รตาสะบัดหน้าเชิดใส่ พยายามดึงความมั่น ณ์ทั้งหมดกลับคืนมา "ถ้าฉันชนะ คุณเตรียมกระเป๋าฉีกได้เลย สถาปนิกปากร้าย!" กรณ์แค่นหัวเราะในลำคออย่างพอใจ ดวงตาพราวระยับด้วยประกายความอบอุ่นที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความซึนแตก "ผมรอฟังคำว่าเลี้ยงข้าวจากปากคุณอยู่นะครับ" ทว่า... ก่อนที่สงครามสีทาผน่าย่อมๆ จะได้ข้อสรุป และก่อนที่รตาจะได้ทันอ้าปากสวนกลับคำพูดกวนประสาทนั้น เสียงฝีเท้าหนักแน่นคู่หนึ่งก็ดังขึ้นจากทางประตูกระจกด้านหน้าบ้านเสียก่อน ทั้งสามคนหันไปมองพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ร่างระหงในชุดสูทเข้ารูปสไตล์แฟชั่นนิสต้าของหญิงสาวคนหนึ่งก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มมั่นใจ เส้นผมยาวสลวยถูกเซ็ตมาอย่างดี และใบหน้าที่ผ่านการแต่งแต้มมาอย่างประณีตสะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น "สวัสดีค่ะทุกคน... โทษทีนะคะที่มาช้า พอดีรถติดนิดหน่อย" มีนารากวาดสายตาทักทายทีมงาน ก่อนที่ดวงตาคู่คมจะหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างสูงของกรณ์ รอยยิ้มหวานหยดถูกส่งให้ชายหนุ่มอย่างเปิดเผย พร้อมกับประโยคต่อมาที่ทำให้บรรยากาศในห้องโถงดิ่งวูบลงในพริบตา "พี่กรณ์คะ... เรื่องแบบแปลนและโทนสีของตึกคู่แข่ง ที่เราคุยค้างกันไว้เมื่อวาน มีนารามีข้อเสนอใหม่ที่รับรองว่าพี่ต้องสนใจแน่นอนค่ะ" ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสนับสนุนผลงานของ "ราชันย์หอกทมิฬ" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (ราชันย์หอกทมิฬ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง สถาปนิกหน้านิ่งกับผู้จัดการโครงการสายดีด นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%