"ข้าว่าเจ้าเด็กนี่มันชักจะล้ำเส้นเกินไปแล้วนะ นายท่าน!"
เสียงโวยวายด้วยความหงุดหงิดของเซร่าดังสะท้อนก้องอยู่ในโสตประสาทของเรย์ ร่างโปร่งแสงของอดีตนักดาบหญิงในชุดเกราะขึ้นสนิมกำลังลอยเคว้งคว้างอยู่เหนือพื้นหินปูนชื้นแฉะ ดวงตาสีฟ้าอมเทาของเธอจ้องมองไปยังทางเดินแคบๆ เบื้องหน้าซึ่งเต็มไปด้วยคราบเขม่าดำและกลิ่นอายความตายที่ลอยเอื่อยออกมาเป็นระลอก
เรย์แย้มยิ้มบางๆ บนใบหน้าเรียบเนียน มือขวาถือคถาไม้เนื้อตายที่สลักลวดลายกระดูกมนุษย์ไว้ลวกๆ เขากำลังนั่งยองๆ อยู่หลังแนวซากเสาหินที่หักพัง พลางใช้ปลายนิ้วเขี่ยฝุ่นบนพื้นเล่นราวกับกำลังรอคอยการมาเยือนของแขกผู้มีเกียรติในงานเลี้ยงน้ำชา
"ใจเย็นก่อนสิครับคุณเซร่า การทำธุรกิจเนี่ย สิ่งสำคัญที่สุดคือการบริหารความคาดหวังของลูกค้า... และตอนนี้ ลูกค้ากลุ่มพิเศษของเรากำลังเดินทัพเข้ามาด้วยความคาดหวังที่เต็มเปี่ยมเชียวล่ะครับ"
เรย์กล่าวตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและใจเย็นเป็นเอกลักษณ์ ดวงตาสีดำสนิทสะท้อนประกายแสงสีฟ้าจางๆ จากสกิล [เนตรเนโครแมนเซอร์] ที่ถูกเปิดใช้งานทิ้งไว้เพื่อตรวจสอบสถานะของเป้าหมาย
กึก... กึก... กึก...
เสียงฝเท้าหนักหน่วงนับสคู่กำลังย่างกรายเข้ามาใกล้ห้องโถงร้างแห่งนี้เรื่อยๆ แรงสั่นสะเทือนเบาๆ ส่งผ่านพื้นหินขึ้นมาถึงฝ่าเท้า เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงจำนวนและน้ำหนักของศัตรู
พวกมันคือหน่วยลาดตระเวนระดับสูงจากกิลด์ "โล่เหล็กอัคคี" กิลด์ใหญ่อันดับต้นๆ ของเมืองหลวงที่ส่งคนมาตามล่ากิลด์ร้าง "สุสานหبرม" ของเรย์ เพื่อกวาดล้างสิทธิ์ครอบครองดันเจี้ยนส่วนบุคคลแห่งนี้ หลังจากที่พวกมันเคยส่งคนกลุ่มแรกมาสำรวจแล้วหายสาบสูญไปอย่างไร้ร่องรอยเมื่อสองวันก่อน
"หึ ลูกค้ากลุ่มนี้ดูท่าทางกระหายเลือดเสียเหลือเกินนะนายท่าน ส่งพวกโครงกระดูกแถוหน้าไปต้อนรับพวกมันสักหน่อยดีไหม ข้าอยากเห็นดาบหักๆ ของข้าได้ฟันคอพวกมันจนหัวหลุดจากบ่าอีกสักรอบ" เซร่าแค่นเสียงหัวเราะในลำคอ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนใบหน้าโปร่งแสง บรรยากาศรอบตัวอุณหภูมิลดฮวบลงจนเกิดเป็นไอสีขาว
"ไม่ได้หريكหรอกครับ... ถ้าเราใช้กำลังเข้าปะทะตรงๆ ตอนนี้ นอกจากจะสิ้นเปลืองมานาแล้ว ห้องโถงรับรองของเราอาจจะพังเสียหายได้ ซึ่งมันจะเปลืองงบประมาณในการซ่อมแซมอีกโขเลยนะครับ" เรย์ส่ายหน้าช้าๆ พร้อมกับยกนิ้วขึ้นจุ๊ปากเป็นเชิงห้ามปราม
กิลด์โล่เหล็กอัคคีขึ้นชื่อเรื่องพลังโจมตีทางกายภาพที่รุนแรงและแนวคิดแบบขวานผ่าซาก การส่งกองกำลังอันเดดระดับต่ำไปปะทะย่อมถูกทำลายราบคาบในพริบตา แต่นั่นคือสิ่งที่เรย์จงใจคาดการณ์ไว้ตั้งแต่แรกแล้ว
ในโลกของเกมออนไลน์และดันเจี้ยนต่างโลกแห่งนี้ เนโครแมนเซอร์ที่ฉลาดไม่ได้มีดีแค่การสร้างกองทัพซอมบี้มารุมสัมภาษณ์คู่ต่อสู้ แต่คือการใช้ "สภาพแวดล้อม" และ "จิตวิทยา" ให้เป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดต่างหาก
เรย์ขยับตัวลุกขึ้นยืนช้าๆ ปัดเศษฝุ่นตามชายเสื้อคลุมสีดำสนิมอย่างใจเย็น เขากวาดสายตามองไปรอบห้องโถงร้างที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นห้องโถงพิธีกรรมของนักเวทย์โบราณ เสาหินแต่ละต้นถูกสลักด้วยอักขระเวทมนตร์ที่เสื่อมสภาพ แต่ยังมีพลังงานหลงเหลืออยู่บ้างหากกระตุ้นถูกจุด
"เอาล่ะครับ... ได้เวลาเปิดฉากการแสดงมายากลรอบปฐมทัศน์แล้ว"
เรย์สะบัดคถาในมือเบาๆ ท่องบทเวทมนตร์ระดับฝึกหัดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบaแต่กังวาน
*[สกิล: เสียงกระซิบแห่งความหลอน (Whispering Phantom)]*
สิ้นเสียงร่ายเวท ละอองแสงสีเขียวหม่นพุ่งทะยานออกจากปลายคถา พุ่งหายเข้าไปในผนังหินและซอกมุมมืดรอบทิศทาง ก่อนที่มันจะกระจายตัวออกเป็นคลื่นเสียงความถี่ต่ำที่มนุษย์ปกติแทบไม่ได้ยิน แต่จะไปกระตุ้นสัญชาตญาณการเอาตัวรอดในสมองส่วนลึก ทำให้เกิดอาการหวาดระแวง หูแว่ว และมองเห็นภาพหลอนในระยะสั้น
ผ่านไปไม่ถึงอึดใจ เสียงฝเท้าที่กำลังเดินเข้ามาอย่างมั่นคงก็เริ่มเกิดความโกลาหลขึ้น
"เฮ้! เมื่อกี้... พวกนายได้ยินเสียงอะไรไหมวะ?" เสียงทุ้มห้าวของหัวหน้าหน่วยลาดตระเวนตะโกนถามลูกน้องด้วยน้ำเสียงที่เจือความตื่นตระหนกเล็กน้อย
"เสียงลมมั้งครับลูกพี่ ที่นี่มันดันเจี้ยนร้างเก่าแก่นะ จะมีอะไรนอกจากฝุ่นกับซากหนู..." เสียงลูกน้องคนหนึ่งเอבตอบ แต่ทว่าน้ำเสียงกลับสั่นเครืออย่างเห็นได้ชัด
"ไม่ใช่แค่วินาทีนี้เว้ย! ข้า... ข้าเห็นอะไรบางอย่างแวบๆ อยู่ตรงหัวมุมเสาโน่น... มัน... มันกำลังมองมาทางเรา!"
ความหวาดระแวงถูกจุดประกายขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง เมื่อเหยื่อเดินเข้ามาในอาณาเขตที่ถูกควบคุม ทุกสิ่งทุกอย่างรอบตัวจะเริ่มบิดเบือนไปตามจิตวิทยาที่เรย์ร้อยเรียงไว้ เซร่ามองภาพนั้นด้วยแววตาเป็นประกายทึ่ง แม้เธอจะเป็นวิญญาณที่ผ่านศึกมาโชกโชน แต่เล่ห์เหลี่ยมชั้นเชิงของเด็กหนุ่มตรงหน้ากลับทำให้เธอต้องยอมรับในความเจ้าเล่ห์ที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มใจดีนั้น
"เจ้าชักจะร้ายกาจขึ้นทุกวันแล้วนะเรย์ แบบนี้พวกมันไม่สติแตกตายไปเองก่อนจะได้สู้หรอกหรือ?" เซร่าเอ่ยแซ้าด้วยรอยยิ้มมุมปาก
"เขาเรียกว่ากลยุทธ์การประหยัดพลังงานครับคุณเซร่า ศัตรูที่สูญเสียความมั่นใจและหวาดระแวงไปครึ่งหนึ่งแล้ว ย่อมง่ายต่อการเจรจา... หรือไม่ก็ง่ายต่อการต้อนเข้ามุม"
เรย์ก้าวเท้าเดินลึกเข้าไปในความมืดของทางแยกด้านซ้ายมือ มือซ้ายหยิบเอาผลึกเวทมนตร์สีแดงฉานขนาดเท่ากำปั้นออกมาจากกระเป๋าไอเทม มันคือ [ผลึกเร้าอารมณ์มานา] ไอเทมขยะที่หาได้ทั่วไปตามซากปรักหักพัง แต่มีคุณสมบัติพิเศษคือ หากถูกกระตุ้นด้วยเวทมนตร์ธาตุความมืด มันจะส่งกลิ่นอายที่ดึงดูดมอนสเตอร์ประเภทวิญญาณและซากศพในรัศมีหนึ่งกิโลเมตรให้พุ่งเข้าหาต้นกำเนิดกลิ่นทันที
เรย์โยนผลึกนั้นเข้าไปในห้องเก็บศพโบราณที่อยู่ลึกเข้าไปอีกสามห้อง ซึ่งภายในนั้นมีกองกระดูกของอดีตทหารรับจ้างที่ตายตกเมื่อหลายปีก่อนอัดแน่นอยู่เต็มห้อง
*ฟุบ...*
ทันทีที่ผลึกตกกระทบพื้นและทำปฏิกิริยา กลิ่นอายความตายอันเข้มข้นก็พวยพุ่งขึ้นราวกับควันไฟสีดำ ทั่วทั้งดันเจี้ยนเริ่มสั่นสะเทือน เสียงโหยหวนของวิญญาณเร่ร่อนนับร้อยดังก้องกังวานขึ้นพร้อมกันจนแก้วหูแทบแตก
"เฮ้ย! เกิดอะไรขึ้นวะเนี่ย! อาวุธเวทมนตร์ข้าทำงานเองได้ยังไง!"
เสียงโกลาหลของกิลด์โล่เหล็กอัคคีดังลั่นขึ้นอย่างตื่นตระหนก พวกมันเริ่มวิ่งวุ่นอย่างไร้ทิศทางท่ามกลางภาพหลอนและกองทัพอันเดดระดับต่ำที่เริ่มคลานออกมาจากซอกผนังตามกลิ่นอายของผลึกเวทมนตร์
เรย์ยืนกอดอกพิงผนังหินอย่างสบายอารมณ์ มุมปากหยักยิ้มขึ้นเล็กน้อยเมื่อหน้าต่างแจ้งเตือนสีฟ้าโปร่งใสเด้งขึ้นมาตรงหน้าติดต่อกันเป็นพรืด
*[ท่านใช้สกิลควบคุมสถานการณ์ บังคับให้ศัตรูเข้าสู่ภาวะสับสนระดับสูงสุด]*
*[สำเร็จเงื่อนไขพิเศษ: ต้อนหนูเข้าถ้ำ (Trap Master Stage 1)]*
*[แต้มชื่อเสียงกิลด์ร้างเพิ่มขึ้น 150 แต้ม]*
"แผนขั้นแรกผ่านไปได้ด้วยดี... ทีนี้ก็เหลือแค่รอดูว่าพวกมันจะเลือกวิ่งไปทางห้องกับดักหลัก หรือจะเลือกเดินมาทางห้องรับรองพิเศษที่ผมเตรียมต้อนรับไว้เป็นกรณีCพิเศษดีล่ะครับ"
เรย์หันไปพูดกับเซร่าด้วยแววตาเป็นประกายสนุกสนาน
ทว่า ในขณะที่รอยยิ้มแห่งความสำเร็จกำลังระบายอยู่บนใบหน้าของเนโครแมนเซอร์หนุ่มนั้นเอง บรรยากาศรอบตัวก็เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างกะทันหัน อุณหภูมิในห้องโถงลดฮวบลงจนติดลบในพริบตา ลมหายใจของเรย์กลายเป็นไอสีขาวหนาเตอะ
เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เคยไหลลื่น กลับถูกแทนที่ด้วยสัญญาณเตือนภัยสีแดงฉานกระพริบถี่รัว พร้อมกับข้อความแจ้งเตือนระดับสูงสุดที่เรย์ไม่เคยพบเห็นมาก่อนตั้งแต่เปิดกิลด์มา
*[เตือนภัยฉุกเฉิน! ตรวจพบการแทรกแซงจากบุคคลภายนอก]*
*[สิทธิ์การควบคุมดันเจี้ยนชั้นที่ 3 กำลังถูกแฮกโดยผู้เล่นระดับสูง: "จอมขมังเวทโลหิต - วาลคิส"]*
*[คำเตือน: บอสลับประจำชั้นใต้ดิน "ราชันโครงกระดูกคลั่ง" ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นก่อนกำหนดเพราะแรงกระแทกจากภายนอก... และมันกำลังเดินตรงมายังตำแหน่งที่ท่านยืนอยู่ด้วยความโกรธเกรี้ยวระดับ SSS!]*
เรย์หุบยิ้มทันที ดวงตาสีดำสนิทเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อรับรู้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่กำลังพุ่งทะลวงกำแพงหินหนาทึบเข้ามาหาเขาด้วยความเร็วสูงลิ่ว
ขอบคุณที่ร่วมเดินทางไปกับแผนการสุดป่วนของเนโครแมนเซอร์หนุ่มในตอนนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
เนโครแมนเซอร์สายปั่น กับกิลด์ร้างที่เหลือแค่ผี•ตอนที่ 8
แผนซ้อนแผนของสายปั่น
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนโครแมนเซอร์สายปั่น กับกิลด์ร้างที่เหลือแค่ผี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!