เนโครแมนเซอร์สายปั่น กับกิลด์ร้างที่เหลือแค่ผี•ตอนที่ 2

สกิลปลุกชีพที่ใครๆ ก็ส่ายหน้า

ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
"ถ้าท่านคิดจะใช้กระดูกซี่โครงไก่ทอดเมื่อวานมาทำพิธีอัญเชิญวิญญาณระดับตำนานล่ะก็... ผมแนะนำให้เตรียมหลุมศพให้ตัวเองรอบที่สองได้เลยครับ นายเรย์" เสียงถอนหายใจยาวเหยียดพร้อมกับกลิ่นอายความเย็นเยียบที่แผ่ซ่านขึ้นมาจากพื้นปูนซีเมนต์เก่าๆ ของห้องใต้ดินกิลด์ "รุ่งอรุณดับสูญ" ทำให้ผมต้องชะงักมือที่กำลังถือแทะกระดูกไก่ชิ้นสุดท้าย ดวงตาคมกริบของหน้าต่างระบบสีฟ้าใสลอยเคว้งอยู่กลางอากาศ บ่งบอกสถานะความจนตรอกของกิลด์ร้างแห่งนี้ได้อย่างชัดเจน เกล็ดออร่าสีเทาหม่นกำลังหมุนวนเป็นวงกลมบนวงเวียนเวทมนตร์ที่ผมเพิ่งบรรจงวาดด้วยชอล์กสีขาวราคาถูก สภาพแวดล้อมรอบตัวเต็มไปด้วยฝุ่นหนาเตอะและหยากไย่ที่เกาะกุมตามเสาไม้ผุพัง นี่คือจุดเริ่มต้นของเนโครแมนเซอร์ฝึกหัดผู้มีหนี้สินท่วมหัวและไม่มีแม้กระทั่งกองทัพอันเดดไว้ป้องกันตัวจากหมาป่าข้างถนน "ก็นี่มันทรัพยากรที่ดีที่สุดเท่าที่ผมจะหาได้ในรัศมีสามกิโลเมตรแล้วนี่ครับ คุณระบบ" ผมตอบกลับหน้าต่างสถานะในใจ พลางปัดเศษแป้งกรอบๆ ออกจากปลายนิ้วอย่างไม่ค่อยยี่หระนัก ในโลกของเกมออนไลน์แฟนตาซีที่หลอมรวมเข้ากับความเป็นจริงแห่งนี้ อาชีพ 'เนโครแมนเซอร์' มักจะมาพร้อมกับคำบรรยายสรรพคุณอันหรูหราว่าเป็นผู้บัญชาการกองทัพแห่งความตาย ผู้ควบคุมวิญญาณ และภัยพิบัติเดินได้ แต่ความเป็นจริงสำหรับผมในตอนนี้คือ ชายหนุ่มว่างงานผู้ครอบครองสกิลเริ่มต้นระดับ F สองสามสกิล และห้องใต้ดินกลิ่นอับชื้นที่ฝนรั่วลงมาเป็นระยะ ผมสูดหายใจเข้าลึกเพื่อตั้งสติ ปลายนิ้วเรียวยาวชี้ไปยังกลางวงเวียนเวท **[ตรวจพบเงื่อนไขการใช้สกิล: "ปลุกชีพทาสรับใช้ (Raise Servant)" ระดับ 1]** **[คำเตือน: วัตถุดิบต่ำกว่ามาตรฐาน อัตราความสำเร็จในการอัญเชิญวิญญาณระดับสูงลดลง 99.99%]** **[ท่านต้องการดำเนินการต่อหรือไม่? [ใช่/ไม่ใช่]]** "ถามแปลกๆ ถ้าผมกด 'ไม่ใช่' ผมก็ต้องทนกินซุปผักวิญญาณแห้งๆ ไปอีกสามมื้อเลยนะครับ เพราะฉะนั้น... ลุยครับ!" ผมกดปุ่มสีฟ้าด้วยความมั่นเกินร้อย ทันใดนั้น แสงสีม่วงคล้ำก็ระเบิดวาบขึ้นจากพื้นห้อง กลิ่นอายความตายพุ่งกระฉูดราวกับท่อประปาแตก แรงดันวิญญาณมหาศาลกดทับจนโครงสร้างไม้ลั่นเอี๊ยดอาร์ด ละอองแสงสีฟ้าและดำผสมปนเปกันจนเกิดเป็นพายุหมุนขนาดย่อมภายในห้องแคบๆ ผมหรี่ตาลงฝ่ากระแสลมที่พัดกระโชกเส้นผมสีดำสนิทของตัวเองให้ปลิวสยาย หัวใจเต้นระส่ำด้วยความตื่นเต้น... หรือนี่จะเป็นจุดเริ่มต้นที่กิลด์ของเราจะได้ต้อนรับอัศวินมังกรโครงกระดูก หรือไม่ก็จอมเวทโบราณผู้ทรงภูมิปัญญา? *ตุบ!* เสียงบางอย่างร่วงหล่นลงมากระแทกพื้นห้องเสียงดังสนั่น ฝุ่นตลบอบอวลจนผมต้องยกมือขึ้นโบกไล่ควันสีเทา ท่ามกลางกลุ่มควันจางลง ปรากฏร่างของหญิงสาวคนหนึ่งในชุดเกราะหนังเก่าคร่ำครึที่เต็มไปด้วยรอยขีดข่วนและคราบสนิม เส้นผมสีน้ำตาลแดงรຸงรังถูกมลทินแห่งความตายย้อมให้กลายเป็นสีหม่น เธอนอนคว่ำหน้าอยู่กับพื้น ก่อนจะค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นมาพร้อมกับเสียงกระดูกลั่นกรอบราวกับคนแก่ข้อเสื่อม "โอ๊ย... ให้ตายสิ หัวฉัน... หรือว่าหลุมศพเมื่อสามร้อยปีก่อนมันจะชื้นเกินไปฟะเนี่ย" เสียงบ่นงึมงำหยาบคายดังขึ้นทันทีที่เธอเงยหน้าขึ้นมา ดวงตาสีอำพันคู่คมกริบกวาดตามองรอบห้องด้วยความฉุนเฉียว ก่อนจะมาหยุดอยู่ที่ผม ซึ่งกำลังยืนถือกระดูกไก่ค้างไว้ครึ่งๆ กลางๆ ความเงียบเข้าปกคลุมห้องใต้ดินอยู่ชั่วอึดใจ บรรยากาศตึงเครียดจนแทบจะใช้มีดตัดได้ "เอ่อ... สวัสดีครับ ยินดีต้อนรับสู่กิลด์รุ่งอรุณดับสูญนะครับ ผมเรย์ เจ้าของกิลด์คนปัจจุบัน..." ผมฉีกยิ้มที่เป็นมิตรที่สุดในชีวิตส่งไปให้ หวังจะสร้างความประทับใจแรกพบที่ดี หญิงสาวหรี่ตามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า ใบหน้าของเธอฉายแววเหยียดหยามอย่างไม่ปิดบัง เธอปัดฝุ่นออกจากไหล่ด้วยท่าทางนักเลงโต ก่อนจะก้าวเท้าเข้าประชิดตัวผมด้วยความเร็วที่ทำเอาผมผงถอยหลังไปก้าวหนึ่งโดยสัญชาตญาณ "เจ้าเด็กหน้าอ่อนนี่น่ะเหรอ... ที่ปลุกฉันขึ้นมาจากห้วงนิทราอันแสนสงบ?" น้ำเสียงของเธอแหบพร่าแต่ทรงพลัง เต็มไปด้วยความไม่สบอารมณ์ "แถมยังอัญเชิญด้วยซี่โครงไก่ทอดเนี่ยนะ! แกเห็นเซร่าผู้คุมกฎแห่งสนามรบโลหิตคนนี้เป็นเศษขยะข้างทางรึไงฟะไอ้หนู!" ผมกะพริบตาปริบๆ สมองประมวลผลอย่างรวดเร็ว *เซร่า... ผู้คุมกฎแห่งสนามรบโลหิต? อดีตนักดาบระดับตำนานที่น่าจะตายไปตั้งแต่สงครามยุคโบราณ แต่ตอนนี้ดันกลายเป็นวิญญาณรับใช้ปากจัดที่ถูกปลุกขึ้นมาด้วยซี่โครงไก่เนี่ยนะ!* "คือ... ต้องขอโทษเรื่องซี่โครงไก่ด้วยนะครับ พอดีงบประมาณกิลด์เราค่อนข้างจำกัด..." ผมยิ้มแห้งๆ พยายามรักษามาตร and ความเป็นสุภาพบุรุษเอาไว้ แม้ว่าในใจจะเริ่มคิดถึงแผนการวิ่งหนีรอบห้องแล้วก็ตาม "ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดีเลยไอ้เด็กบ้า!" เซร่าแยกเขี้ยวใส่ พลางชี้หน้าผมด้วยเรียวเลิ็บที่ยาวขึ้นผิดมนุษย์ "คิดเหรอว่าสภาพกิลด์ใกล้เจ๊งแบบนี้จะทำให้ฉันยอมก้มหัวให้? ฝันไปเถอะ! ฉันจะ..." เธอยังไม่ทันได้พูดจบประโยค หน้าต่างระบบโปร่งใสสีแดงฉานก็เด้งขึ้นมาขวางกลางระหว่างเราทั้งคู่โดยไม่มีปี่มีขลุ่ย พร้อมกับเสียงสัญญาณเตือนภัยที่ดังระรัวจนน่าปวดหัว **[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับสูง!]** **[ตรวจพบการบุกรุกพื้นที่เขตอาคมกิลด์โดยสิ่งมีชีวิตภายนอก]** **[ระดับภัยคุกคาม: สูงมาก (กลุ่มนักผจญภัยระดับ B จากกิลด์ "ราชสีห์คำราม" กำลังพังประตูหน้า)]** ผมหันไปมองประตูทางเข้าชั้นบนที่เริ่มมีเสียงทุบทำลายดังสนั่นสะเทือนลงมาถึงพื้นห้องใต้ดิน ก่อนจะหันกลับมามองหน้าวิญญาณนักดาบสาวที่กำลังยืนอ้าปากค้างด้วยความอึ้ง เซร่ากะพริบตาปริบๆ มองหน้าต่างระบบสีแดง แล้วหันมามองหน้าผมสลับกันไปมา รอยยิ้มเยาะเย้ยผุดขึ้นที่มุมปากของเธอทันที "หึ... ดูท่าทางนายจะมีปัญหาใหญ่กว่าเรื่องซี่โครงไก่ซะแล้วล่ะมั้ง เจ้าเนโครแมนเซอร์ฝึกหัด" เธอแค่นหัวเราะในลำคอ ชักดาบสนิมเขรอะออกจากฝักที่ข้างเอวด้วยความคล่องแคล่ว "ในเมื่อฉันตื่นมาแล้ว... ช่วยทำให้ฉันเห็นหน่อยสิ ว่านายจะเอายังไงกับพวกที่มาเคาะประตูบ้านตอนดึกดื่นแบบนี้" ผมมองรอยยิ้มท้าทายบนใบหน้าของเธอ ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วคลี่ยิ้มกว้างออกมาอย่างใจเย็น มือขวาเคาะเบาๆ ที่คางราวกับกำลังวางแผนกลยุทธ์หมากรุก "ถ้าอย่างนั้น... คงต้องรบกวนคุณเซร่าช่วยต้อนรับแขกไม่ได้รับเชิญกลุ่มนี้ แทนคำขอโทษเรื่องซี่โครงไก่แล้วล่ะครับ" --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะมาร่วมผจญภัยไปกับกิลด์ร้างแห่งนี้นะครับ
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนโครแมนเซอร์สายปั่น กับกิลด์ร้างที่เหลือแค่ผี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%