กลิ่นอับของสนิมและฝุ่นผงโบราณคละคลุ้งจนน่าเวียนหัว แต่สำหรับเรย์แล้ว กลิ่นเหล่านี้คือกลิ่นอายของ “โอกาส” ที่หอมหวานยิ่งกว่าไวน์ชั้นเลิศ
ปลายนิ้วเรียวยาวของเด็กหนุ่มเคาะลงบนโต๊ะไม้โอ๊กขนาดใหญ่ที่ผุกร่อนไปตามกาลเวลา ดวงตาสองข้างเป็นประกายระยิบระยับด้วยความตื่นเต้น ขณะที่รอบกายของเขาเต็มไปด้วยซากปรักหักพังของอาคารกิลด์รกร้างที่ตั้งอยู่ ณ มุมอับที่สุดของเขตการค้าเก่าแก่
"เจ้ามนุษย์ สมองเธอโดนผงราขึ้นสมองไปแล้วหรือไง ถึงได้คิดจะมาปักหลักอยู่ในสุสานซากปรักหักพังแบบนี้"
เสียงทุ้มห้าวที่เจือความหงุดหงิดดังขึ้นกลางอากาศ ก่อนที่ร่างโปร่งแสงของเซร่าจะลอยทะลุผนังปูนเข้ามา อดีตนักดาบหญิงกอดอกมองรอบตัวด้วยสีหน้าดูแคลน ดวงวิญญาณของเธอยังคงสวมชุดเกราะเหล็กขึ้นสนิมที่ส่งเสียงกระทบกันเบาๆ ยามขยับตัว
เรย์หันไปยิ้มกว้าง ดวงตาหยีลงอย่างอารมณ์ดีตามสไตล์ของเขา "โธ่ เซร่า อย่าเพิ่งมองโลกในแง่ร้ายสครับ ที่นี่ออกจะกว้างขวาง แถมค่าเช่าก็ถูกแสนถูก... เรียกว่าฟรีตลอดชีพเลยด้วยซ้ำ แบบนี้ไม่เรียกว่าฉลาดบริหารงบประมาณตรงไหนกันล่ะครับ"
"ฟรีเพราะมันไม่มีใครอยากอยู่ต่างหากเล่า!" เซร่าลอยเข้าประชิดตัว นิ้วเรียวโปร่งแสงจิ้มเข้าที่หน้าผากของเรย์อย่างหมั่นไส้ แม้จะสัมผัสไม่ได้ถึงความเจ็บปวด แต่แรงปะทะทางจิตวิญญาณก็ทำให้เรย์ต้องหัวเราะแห้งๆ "ที่นี่คืออخذกิลด์ 'รุ่งอรุณทมิฬ' ที่ล่มสลายไปเมื่อสิบปีก่อนเพราะหนี้สินท่วมหัวและคำสาปแปลกๆ นะยะ นายคิดว่าการเอาเนโครแมนเซอร์ฝึกหัดกระเป๋าแบนอย่างเรามาซุกหัวนอนที่นี่ มันคือความฉลาดหรือความรนหาที่ตายกันแน่"
เรย์ไม่ตอบทันที เขาลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าเบาๆ ก่อนจะกวาดสายตามองไปรอบห้องโถงกิลด์ที่กว้างขวาง โครงสร้างหลักยังคงแข็งแรง เสาหินสลักลวดลายโบราณแม้จะมีคราบตะไคร่เกาะแต่ก็ยังคงความสง่างาม พื้นที่ระดับนี้ หากปรับปรุงดีๆ คงไม่ต้องไปเบียดเสียดเช่าห้องรูหนูราคาแพงในเมืองอีกต่อไป
"คำสาปเหรอครับ... ฟังดูน่าสนใจดีออก" เรย์ยิ้มมุมปาก นัยน์ตาส่อแววเจ้าเล่ห์ "ผมว่ามันออกจะสะดวกเสียอีกนะ ในเมื่อเราไม่มีเงินจ้างคนงานมาก่อสร้างฐานทัพ การมี 'สิ่งดลใจ' เล็กๆ น้อยๆ แบบนี้ น่าจะช่วยคัดกรองแขกที่ไม่ได้รับเชิญได้ดีทีเดียว"
เซร่าหรี่ตามองเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างพิจารณา ปากก็บอกว่าตลกคะนอง แต่แววตาของเรย์กลับนิ่งสงบและเต็มไปด้วยการคำนวณอย่างรอบคอบ ตั้งแต่หลุดเข้ามาในโลกเกมออนไลน์ต่างโลกใบนี้ เรย์ไม่เคยแสดงความตื่นตระหนกออกมาให้เห็นเลยสักครั้ง แม้กระทั่งตอนที่ต้องเผชิญหน้ากับฝูงมอนสเตอร์ระดับสูง หรือตอนที่ปลุกวิญญาณหัวดื้ออย่างเธอขึ้นมาเป็นบริวารคนแรก
เด็กหนุ่มคนนี้... มีความน่ากลัวซ่อนอยู่ภายใต้รอยยิ้มที่เป็นมิตรเสมอ
"ตามใจนายเถอะ ถ้าโดนวิญญาณอาฆาตลากไส้ไปกินตอนดึกๆ ฉันจะไม่ช่วยปัดเป่าให้หรอกนะ" เซร่าถอนหายใจยาวเหยียด ยอมจำนนต่อความดื้อรั้นของเจ้านายมือใหม่
"ฮ่าๆ วางใจเถอะครับ มีเซร่าคุ้มครองทั้งคน ทั้งผีในละแวกนี้คงไม่กล้าแหยมหรอกครับ" เรย์หัวเราะร่าเริง ก่อนจะหยิบม้วนกระดาษเวทมนตร์ระดับต่ำออกมาจากกระเป๋าคาดเอว "เอาล่ะ ในเมื่อเราตกลงกันได้แล้วว่าจะยึดที่นี่เป็นฐานทัพลับ ขั้นตอนต่อไปก็คือการทำความสะอาดและจดทะเบียนกิลด์อย่างเป็นทางการ... เอ่อ ไม่สิ เราต้องเปลี่ยนชื่อกิลด์ก่อนสินะครับ"
เรย์เปิดหน้าต่างระบบสีฟ้าใสขึ้นกลางอากาศ นิ้วเรียวกดเลือกฟังก์ชันจัดการกิลด์ หน้าจอแสดงผลสถานะกิลด์ร้างปรากฏขึ้นพร้อมกับตัวอักษรสีแดงฉาน
[ตรวจพบอาคารกิลด์รกร้าง: รุ่งอรุณทมิฬ (ร้าง)]
[สถานะ: ถูกละทิ้ง, ติดคำสาปคลาส C, ไม่มีสมาชิกในสังกัด]
[ท่านต้องการอ้างสิทธิ์ครอบครองอาคารนี้เป็นฐานทัพส่วนบุคคลหรือไม่? (Y/N)]
เรย์ไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขากดปุ่ม [Y] ทันที
*ติ๊ง!*
[ยินดีด้วย! ท่านได้ทำการยึดครองอาคารกิลด์ "รุ่งอรุณทมิฬ" สำเร็จ]
[เนื่องจากท่านเป็นเนโครแมนเซอร์ อาคารกิลด์จะถูกปรับเปลี่ยนสภาพแวดล้อมให้สอดคล้องกับสายอาชีพโดยอัตโนมัติ]
ทันใดนั้นเอง บรรยากาศภายในโถงกิลด์ก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน!
อุณหภูมิลดฮวบลงจนเกิดไอสีขาวออกจากปากของเรย์ คราบฝุ่นหนาและหยากไย่ที่เกาะตามมุมห้องสลายกลายเป็นละอองสีดำ เสาหินสีเทาเปลี่ยนเป็นสีดำสนิท ลวดลายสลักรูปดวงอาทิตย์ถูกแทนที่ด้วยสัญลักษณ์รูปกะโหลกไขว้และโซ่ตรวนเวทมนตร์ แสงไฟสีนวลจากคบเพลิงเก่าแก่ถูกกลืนกินด้วยเปลวไฟสีฟ้าครามที่ให้ความรู้สึกหนาวเหน็บแต่กลับสว่างไสวอย่างน่าประหลาด
เซร่าเบิกตากว้างด้วยความทึ่ง เธอลอยตัวขึ้นสูงเพื่อมองสำรวจการเปลี่ยนแปลง "นี่มัน... การปรับแต่งเขตแดนระดับสูง? อาคารกิลด์บ้านนอกนี่มีระบบแบบนี้ด้วยงั้นเหรอ"
"ไม่ใช่ธรรมดาครับ..." เรย์พึมพำ ดวงตาสะท้อนแสงสีฟ้าจากเปลวเพลิงเวทมนตร์ "ระบบกำลังบอกว่า... ที่นี่มีฟังก์ชันลับซ่อนอยู่"
หน้าต่างระบบแจ้งเตือนอีกชุดเด้งขึ้นมาตรงหน้าของเรย์ ตัวอักษรสีทองอร่ามที่แตกต่างจากปกติค่อยๆ ปรากฏขึ้นทีละบรรทัด
[ตรวจพบห้องใต้ดินลับ ระดับการรักษาความปลอดภัย: สูงสุด]
[เงื่อนไขการปลดล็อก: ต้องมีเนโครแมนเซอร์เลเวล 10 ขึ้นไป และครอบครองดวงวิญญาณระดับแม่ทัพ]
[สถานะปัจจุบัน: เงื่อนไขครบถ้วน!]
เรย์หันไปมองเซร่าโดยอัตโนมัติ อดีตนักดาบหญิงเลิกคิ้วขึ้นสูงเมื่อเห็นสายตาของเจ้านายหนุ่ม
"มองฉันทำไมยะ?" เซร่าถามเสียงห้วน
"เปล่าครับ แค่คิดว่า... บางทีการที่เราตัดสินใจเลือกตึกหลังนี้ อาจจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญเสียแล้วล่ะครับ"
เรย์ก้าวเท้าเดินนำไปยังมุมลึกที่สุดของโถงกิลด์ ซึ่งบัดนี้พื้นปูนที่เคยปิดตายได้เลื่อนเปิดออกเผยให้เห็นบันไดหินวนทอดตัวลึกดิ่งลงสู่ความมืดมิด กลิ่นอายโบราณที่ทรงพลังแผ่พุ่งขึ้นมาจากเบื้องล่าง พร้อมกับเสียงกระซิบแผ่วเบาที่ดังแว่วมาตามสายลมเย็นเยียบ ราวกับกำลังร้องเรียกให้ใครบางคนลงไปปลดปล่อยมันจากกาลเวลาอันยาวนาน
เรย์หยุดยืนอยู่ที่ปากทางลง มือขวาโบกเบาๆ เพื่อเรียกเปลวไฟวิญญาณสีฟ้ามาถือไว้ส่องนำทาง เขายิ้มบางๆ ให้กับความมืดเบื้องหน้า ก่อนจะก้าวเท้าเดินลงไปโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
"ตามมาสิครับ เซร่า... ดูเหมือนว่าเจ้าของบ้านตัวจริงเขากำลังรอต้อนรับพวกเราอยู่แล้วล่ะครับ"
เบื้องล่างความมืดนั้น ไร้ซึ่งเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงฝีเท้าของเรย์ที่สะท้อนก้องกังวาน และในวินาทีที่ร่างของเขากลืนหายไปในความมืดมิด ประตูหินบานยักษ์ที่กั้นระหว่างชั้นใต้ดินกับโลกภายนอกก็กระแทกปิดลงเองอย่างรุนแรงด้วยแรงกดดันมหาศาล!
*ปัง!*
[คำเตือนระบบฉุกเฉิน: ตรวจพบการปลุก "ผู้เฝ้าประตูกลืนวิญญาณ" ระดับบอสลับขั้นสูง]
[ท่านได้ก้าวเข้าสู่เขตอาคมต้องห้าม... และไม่มีทางหันหลังกลับอีกต่อไปแล้ว]
หวังว่ารี้ดดิเตอร์ทุกท่านจะสนุกและตื่นเต้นไปกับการเริ่มต้นสร้างฐานทัพของเรย์นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
เนโครแมนเซอร์สายปั่น กับกิลด์ร้างที่เหลือแค่ผี•ตอนที่ 3
กิลด์ร้างที่ไม่มีคนอยู่
ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนโครแมนเซอร์สายปั่น กับกิลด์ร้างที่เหลือแค่ผี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!