เนโครแมนเซอร์สายปั่น กับกิลด์ร้างที่เหลือแค่ผี•ตอนที่ 5

ภารกิจหาเสบียงในดันเจี้ยนหมาป่า

ผลงานโดย เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด
"บอกแล้วไงคะ... เอ๊ย! บอกแล้วไงเล่า ว่าเจ้าพวกหมาป่าพงไพรเงาเนี่ย ถ้าไม่แทงเข้าที่จุดรวมมานาใต้ซี่โครงซ้าย มันก็ไม่ยอมสลายร่างเป็นไอเทมให้หรอกนะนายท่าน!" เสียงโวยวายของเซร่าดังลั่นขึ้นท่ามกลางความมืดมิดของ *ดันเจี้ยนหมาป่าเขี้ยวเงิน* ชั้นที่สาม วิญญาณสาวในชุดเกราะนักดาบขึ้นสนิมลอยเคว้งคว้างอยู่เหนือศีรษะของผม มือข้างหนึ่งกอดอก อีกข้างชี้ไปยังซากศพของหมาป่าขนสีเงินยวงที่เพิ่งล้มลง ผม—เรย์ เนโครแมนเซอร์ฝึกหัดแห่งกิลด์ร้างที่ตอนนี้แทบจะกลายเป็นบริษัททัวร์สุสาน ย่อตัวลงใช้มีดสั้นเล่มเก่าแล่เอา *เขี้ยวเงินบริสุทธิ์* ออกมาจากกรามของมันอย่างใจเย็น เหงื่อเม็ดเป้งไหลซึมตามกรอบหน้า แต่รอยยิ้มบางๆ ยังคงประดับอยู่บนมุมปาก "ใจเย็นก่อนสิครับท่านหัวหน้ากองทัพผี ผมก็แค่กำลังทดลองทฤษฎีใหม่ดู ว่าถ้าเราใช้เวทมนตร์ธาตุมืดดูดซับมานาก่อนที่มันจะสลาย จะได้ค่าประสบการณ์เพิ่มขึ้นสักกี่เปอร์เซ็นต์..." ผมตอบกลับด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ พลางปัดฝุ่นตามเสื้อคลุมสีดำสนิทที่เริ่มมอมแมมจากการตะลุยดันเจี้ยนมานานกว่าสามชั่วโมง นี่คือภารกิจหาเสบียงและทุนทรัพย์ครั้งแรกของกิลด์ *‘สุสานหรรษา’* (ที่ผมเพิ่งตั้งชื่อเมื่อกี้นี้เองครับ) หลังจากเหตุการณ์ซ่อมแซมอาคารกิลด์และปลุกเซร่าขึ้นมาเป็นผีรับใช้กึ่งคู่หู สิ่งที่พวกเราขาดแคลนที่สุดไม่ใช่กำลังรบ แต่เป็น 'เงินตรา' และ 'เสบียงอาหาร' สำหรับประทังชีวิต เนโครแมนเซอร์ต่อให้เก่งกาจแค่ไหนก็ยังต้องกินข้าวครับ ขืนปล่อยให้ท้องหิว มีหวังได้กลายเป็นโครงกระดูกเดินได้ก่อนจะกอบกู้กิลด์สำเร็จแน่ๆ ดันเจี้ยนหมาป่าเขี้ยวเงินแห่งนี้ ถูกจัดอยู่ในระดับ C ซึ่งถือว่าค่อนข้างอันตรายสำหรับผู้เล่นเดี่ยว แต่สำหรับเนโครแมนเซอร์ที่มีกองทัพผีระดับอดีตยอดนักดาบและสมุนโครงกระดูกอีกสี่ตัวเดินตามหลัง... ที่นี่ไม่ต่างอะไรกับซูเปอร์มาร์เก็ตลดราคาดีๆ นี่เองครับ "ทดลองอะไรล่ะ ดูสภาพลูกสมุนนายส-ิ!" เซร่าถอนหายใจเฮือกใหญ่ สีหน้าโปร่งแสงของเธอแสดงความเหนื่อยหน่ายอย่างชัดเจนขณะพยักเพยิดไปยังด้านหลัง โครงกระดูกระดับล่างตัวหนึ่งที่ผมเพิ่งอัญเชิญมาเมื่อเช้า กำลังยืนถือโล่ไม้ผุๆ ด้วยท่าทางสั่นเทิก ซี่โครงของมันมีรอยร้าวจากการโดนตะปบของหมาป่าอัลฟาเมื่อสองนาทีที่แล้ว ส่วนอีกตัวกำลังก้มๆ เงยๆ พยายามหาหัวกะโหลกของตัวเองที่กระเด็นไปติดอยู่กับพุ่มไม้หนาม ผมหัวเราะแห้งๆ "แหะๆ พวกเขากกำลังฝึกฝนพัฒนาการอยู่นะครับ ประสบการณ์ภาคสนามสำคัญที่สุดสำหรับมอนสเตอร์เกิดใหม่" "เพ้อเจ้อ..." เซร่าบ่นพึมพำ แต่ก็ยอมลอยนำทางต่อด้วยความระมัดระวัง ดวงตาสีฟ้าเรืองแสงกวาดมองไปรอบอุโมงค์หินอับชื้นที่มีรากไม้เรืองแสงสีม่วงห้อยระย้า "ระวังตัวด้วย นายท่าน ทางข้างหน้าเริ่มได้กลิ่นอายมานาที่ผิดปกติแล้ว มันไม่ใช่กลิ่นของหมาป่ากระจอกพวกนั้นแน่" ผมพยักหน้ารับ รอยยิ้มขี้เล่นเมื่อครู่เลือนหายไป แทนที่ด้วยแววตาสุขุมรอบคอบ มือขวากระชับคถาไม้โอ๊คเก่าๆ ที่ได้มาจากห้องเก็บสมบัติของกิลด์ ระบบเวทมนตร์ในโลกนี้ไม่ได้ง่ายดายเหมือนการกดสกิลในเกมทั่วไป ทุกบทสวด ทุกการโคจรของมานาในร่างกาย ต้องสอดคล้องกับจังหวะการเต้นของหัวใจ ถ้าพลาดแม้แต่จังหวะเดียว ผลย้อนกลับอาจทำให้มานาตีกลับจนกระอักเลือดได้ ซึ่งผมเคยพลาดมาแล้วครั้งหนึ่งตอนซ้อมเสกสไลม์ไฟใส่หน้าตัวเอง... ไม่อยากจะนึกถึงความทรงจำนั้นเลยครับ พวกเราเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ จนกระทั่งหลุดออกจากอุโมงค์แคบ สู่โถงหินกว้างใหญ่ที่ถูกกัดเซาะจนกลายเป็นลานประลองธรรมชาติ ตรงใจกลางห้องนั้นมีแท่นหินโบราณตั้งอยู่ บนแท่นมีหีบสมบัติเหล็กกล้าขึ้นสนิม ที่สำคัญ... รอบๆ แท่นหินมีฝูงหมาป่าเขี้ยวเงินนับสิบตัวกำลังนอนหมอบล้อมรอบอยู่ ดวงตาสีแดงฉานของพวกมันสะท้อนแสงเรืองรองในความมืด *กรรซ...* เสียงคำรามต่ำในลำคอประสานกันดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องโถง แรงกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากตัวจ่าฝูง มันคือหมาป่าเขี้ยวเงินยักษ์ที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวปกติถึงสามเท่า ขนสีเงินของมันเปล่งประกายราวกับอาบด้วยแสงจันทร์ และที่หน้าผากมีสัญลักษณ์อรูนสีแดงฉานประทับอยู่ "โอho... นั่นมันบอสประจำดันเจี้ยนระดับมินิบอส 'อัลฟา ไวท์ลูป' นี่นา" ผมพึมพำเบาๆ พร้อมกับยิ้มกริ่ม "แถมยังมีลูกน้องคอยคุ้มกันแน่นหนาขนาดนี้ แสดงว่าข้างในหีบนั่นต้องมีไอเทมเปลี่ยนฐานะกิลด์ หรือไม่ก็เงินจำนวนมหาศาลแน่เลยครับ" "นายยังจะมีอารมณ์มาแซวอีกเหรอเรย์! นั่นมันระดับมินิบอสเชียวนะ! ต่อให้ฉันเคยเป็นนักดาบมือหนึ่ง แต่ในสภาพวิญญาณแบบนี้ ฉันใช้พลังได้แค่สามในสิบส่วนเท่านั้นแหละ!" เซร่าโวยวายเสียงหลง ลอยตัวเข้ามาขวางหน้าผมโดยอัตโนมัติ แม้ปากจะบ่นแต่ท่าทางกลับเตรียมพร้อมชักดาบโปร่งแสงออกมาสู้เต็มที่ ผมมองแผ่นหลังโปร่งแสงของเซร่า ความรู้สึกอุ่นวาบแล่นริ้วขึ้นมาในอก แม้เธอจะเป็นแค่วิญญาณที่ผมอัญเชิญมาด้วยสกิลระดับเริ่มต้น แต่ความใส่ใจที่ซ่อนอยู่ใต้คำพูดขวานผ่าซากนั้นทำให้ผมรู้ว่า... การเลือกสร้างกิลด์นี้ขึ้นมาใหม่ ไม่ใช่เรื่องที่สูญเปล่าเลยจริงๆ "ไม่ต้องห่วงหรอกครับท่านเซร่า..." ผมก้าวขึ้นมายืนเคียงข้างเธอ ยกคถาขึ้นชี้ไปที่ฝูงหมาป่า "เราไม่ได้มาที่นี่เพื่อสู้กันตรงๆ สักหน่อย... เรามาเพื่อเจรจาต่างหากล่ะครับ" เซร่าหันขวับมามองค้อนทันที "เจรจาบ้าอะไรเล่า! มันเป็นมอนสเตอร์เดรัจฉานนะยะ ไม่ใช่นักธุรกิจ!" "มอนสเตอร์ก็มีหัวใจครับ... หัวใจที่ต้องการมานาไงล่ะ" ผมสูดหายใจเข้าลึกๆ รวบรวมมานาสีดำทมิฬไว้ที่ปลายนิ้ว ก่อนจะดีดนิ้วเสียงดัง *แปะ!* ทักษะลับประจำตัวของเนโครแมนเซอร์สายปั่นที่ผมเพิ่งค้นพบ—*[เสียงกระซิบจากความตาย]*—ทำงานทันที! แทนที่จะเป็นการอัญเชิญโครงกระดูกขึ้นมาโจมตีแบบดิบเถื่อน ผมเลือกใช้เวทมนตร์สายควบคุมจิตใจผสานกับกลิ่นอายความตายจำลอง หลอกล่อให้ฝูงหมาป่าเข้าใจว่าแท่นหินตรงกลางกำลังจะพังทลายลงมาทับพวกมัน *โฮกกกกก!* ฝูงหมาป่าตื่นตระหนกทันที พวกมันส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความหวาดกลัว วิ่งชนกันเองจนวุ่นวาย เจ้าตัวจ่าฝูงอัลฟา ไวท์ลูป ถึงกับลุกขึ้นยืนแยกเขี้ยวขู่ความว่างเปล่าอย่างไร้ทิศทาง เปิดช่องว่างขนาดใหญ่ตรงกลางห้องโถงอย่างไร้การป้องกัน "ตอนนี้แหละครับเซร่า! พุ่งไปเปิดหีบเลย!" ผมตะโกนสั่งเสียงเฉียบขาด เซร่าเบิกตากว้างด้วยความทึ่ง แต่ร่างกายตอบสนองเร็วกว่าความคิด เธอกระโจนพุ่งร่างโปร่งแสงผ่านฝูงหมาป่าที่กำลังอลหม่าน ราวกับสายลมสีขาวพาดผ่านกลางอากาศ พริบตาเดียวเธอก็ไปยืนอยู่หน้าหีบสมบัติเหล็กกล้าเรียบร้อย "ย้ากกกก! เปิดซะเถอะน่า!" เซร่าใช้มือเปล่ากระชากฝาหีบเหล็กหนักอึ้งออกด้วยแรงเฮือกสุดท้าย เสียงโลหะเสียดสีกันดังสนั่น แสงสีทองสว่างวาบพุ่งทะยานขึ้นสู่เพดานดันเจี้ยนจนแสบตา แต่ทว่า... สิ่งที่ปรากฏอยู่ภายในหีบ กลับไม่ใช่ทองคำกองโตหรือเขี้ยวหมาป่าหายากอย่างที่คาดคิด มันคือ *ม้วนคัมภีร์เก่าคร่ำคร่าสีดำสนิท* ที่มีโซ่อาคมลึกลับล่ามเอาไว้ถึงสามชั้น และตรงกลางคัมภีร์นั้น มีดวงตาสีแดงฉานดวงหนึ่งกำลังกะพริบช้าๆ ราวกับมันกำลังตื่นจากการหลับใหลอันยาวนาน *ติ๊ง!* เสียงแจ้งเตือนจากระบบดันเจี้ยนดังขึ้นในหัวของผมอย่างกะทันหัน พร้อมกับตัวหนังสือสีแดงเลือดที่ปรากฏลอยเด่นกลางอากาศ— *[คำเตือน: ตรวจพบการปลดผนึกไอเทมระดับ SSS "คัมภีร์พันธสัญญาแห่งราชันย์โลหิต"]* *[เงื่อนไขพิเศษทำงาน: บอสลับแท้จริงประจำดันเจี้ยน "ดยุกแห่งความมืด" ถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับใหล...]* ลมหายใจของผมสะดุดกึก รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างทันทีเมื่อพื้นห้องโถงใต้เท้าเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำน่าขนลุกที่ดังมาจากความมืดมิดเบื้องล่าง... *(โปรดติดตามตอนต่อไป)* --- ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ร่วมเดินทางมาถึงตอนที่ 5 แล้วนะครับ หวังว่าจะสนุกกับก้าวแรกของกองทัพผีสุดปั่นนี้นะครับ!
สารจากนักเขียน (เนโครแมนเซอร์ฝึกหัด)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง เนโครแมนเซอร์สายปั่น กับกิลด์ร้างที่เหลือแค่ผี นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%