"ถ้าก้าวพลาดอีกเพียงครึ่งก้าว แรงระเบิดจากคลื่นพลังเวทระดับ SSS นั่นจะบดขยี้กระดูกทุกชิ้นในร่างกายของพวกเราให้กลายเป็นฝุ่นผงภายในพริบตาเดียวครับ อาจารย์เซร่า!"
น้ำเสียงของผมลอดไรฟันออกมาพร้อมกับหยาดเหงื่อกาฬที่ไหลยãนลงมาจากขมับ ความร้อนระอุของอากาศรอบตัวพุ่งสูงขึ้นจนแสบผิวหนัง แม้ว่าตัวร้านอาหารเคลื่อนที่แบบชั่วคราวของผมจะถูกกางม่านพลังป้องกันระดับ 7 เอาไว้แล้วก็ตาม แต่แรงสั่นสะเทือนจากการตื่นขึ้นของ "ผู้กล้าตกสวรรค์" (Forgotten Vanguard) บอสลับประจำชั้นที่ 15 กลับรุนแรงเสียจนเครื่องครัวสเตนเลสสตีลส่งเสียงสั่นพานครางหึ่งๆ ราวกับจะละลายกลายเป็นของเหลว
เบื้องหน้าของพวกเรา ห่างออกไปไม่ถึงสามร้อยเมตร มิติอากาศบิดเบี้ยวเป็นวงกว้าง พื้นหินแกรนิตโบราณของดันเจี้ยนชั้น 15 แตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ เผยให้เห็นลาวาเรืองแสงสีม่วงเข้มที่พวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแยก แสงสีแดงฉานจากดวงตาคู่มหึมาที่ไร้ซึ่งประกายแห่งมนุษยชาติกำลังจ้องมองตรงมายังร้านอาหารเล็กๆ ของผม กลิ่นอายความตายแผ่ขยายปกคลุมไปทั่วอาณาบริเวณ จนทำให้ฮันเตอร์ระดับสูงหลายคนที่นอนบาดเจ็บปางตายอยู่รอบๆ ส่งเสียงครางด้วยความทรมาน
[แจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับ SSS!]
[ตรวจพบการตื่นของ "ผู้กล้าตกสวรรค์" (Forgotten Vanguard - Boss ชั้น 15)]
[เป้าหมาย: ทำลายล้างทุกสิ่งที่มีชีวิตในรัศมี 500 เมตร และ... กลิ่นหอมของอาหารชิ้นนั้นได้ปลุกสัญชาตญาณดิบของมันให้คลุ้มคลั่งแล้ว!]
เสียงแจ้งเตือนสีแดงฉานกระพริบถี่รัวในลานสายตาของผม ระบบวิเคราะห์สถานการณ์ของเตาแม่เหล็กเวทมนตร์อเนกประสงค์แสดงกราฟความเสียหายที่พุ่งทะลุเพดาน ค่าพลังชีวิตของฮันเตอร์กลุ่มแนวหน้าที่นอนรอความตายอยู่ด้านนอกกำลังลดลงอย่างฮวบฮาบด้วยอัตรา 50 หน่วยต่อวินาที จากพิษเวท "เพลิงทมิฬกลืนวิญญาณ" ที่แพร่กระจายมากับแรงกดดันของบอส
"เด็กน้อย... เสียงของเจ้ารบกวนสมาธิในการคำนวณโครงสร้างอักขระเวทของฉันนะ"
เสียงแหบพร่าแต่แฝงไปด้วยความเยือกเย็นเอ่ยขึ้นข้างกาย เซร่า อาจารย์สาวลึกลับผู้สวมเสื้อคลุมคลุมศีรษะมิดชิด เธอกำลังใช้ปลายนิ้วเรียวยาววาดอักขระเวทสีทองคำขาวกลางอากาศเพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ม่านพลังป้องกันของร้าน ทว่า ใบหน้าของเธอกลับซีดเผือดอย่างไร้สีเลือด ริมฝีปากแห้งผาก และที่สำคัญที่สุด... ดวงตาคู่นั้นไม่ได้มองไปที่บอสยักษ์ตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย แต่กลับจ้องมองหม้อดินเผาใบใหญ่บนเตาไฟด้วยความหิวกระหายระดับวิกฤต
"อาจารย์ครับ ถ้าเราไม่ทำอะไรสักอย่าง ฮันเตอร์พวกนั้นได้ตายสนิทก่อนที่ซุปกระดูกมังกรพ่นไฟของผมจะเคี่ยวได้ที่แน่ๆ ครับ แล้วถ้าพวกมันตายหมด ลูกค้าประจำรายใหญ่ของผมก็จะหายไปครึ่งหนึ่งของชั้นนี้พอดิบพอดี!" ผมกัดฟันกรอด สมองส่วนการคำนวณต้นทุนและกำไรทำงานด้วยความเร็วสูงท่ามกลางความเป็นความตาย
ในฐานะพ่อครัวอดีตฮันเตอร์ตกอับ ผมรู้ดีว่ากฎเหล็กข้อแรกของการเอาตัวรอดในดันเจี้ยนระดับสูงไม่ใช่การวิ่งหนีหัวซุกหัวซุน แต่เป็นการเปลี่ยนวิกฤตให้เป็นวัตถุดิบชั้นยอด และเปลี่ยนความตายให้กลายเป็น "ยอดขายอันงดงาม"
ซ่าส์—!
ผมเปิดฝาหม้อดินเผาออก กลิ่นหอมตลบอบอวลพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าทันที กลิ่นอายของโสมพันปี น้ำซุปกระดูกมังกรวารีที่เคี่ยวด้วยไฟอ่อนมานานกว่าสามชั่วโมง ผสมผสานกับกลิ่นหอมฉุนของขิงแก่และพริกไทยดำป่นสดๆ ลอยละล่องฝ่าม่านควันพิษสีม่วงออกไปปะทะกับลมหายใจคำรามของผู้กล้าตกสวรรค์
ทันใดนั้นเอง ร่างมหึมาที่สูงกว่าแปดเมตรของบอสระดับ SSS ก็ชะงักกึก มันสูดดมอากาศเข้าปอดเฮือกใหญ่ ดวงตาสีแดงฉานหันขวับมาทางร้านอาหารของผมด้วยความตะกละตะกลามที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม มันไม่ใช่ความอยากฆ่าฟัน แต่มันคือ "ความหิวโหย" ขั้นสุดยอดที่ถูกกระตุ้นด้วยเมนูระดับตำนานที่ผมเพิ่งรังสรรค์ขึ้น!
"ระบบ! เปิดใช้งานทักษะพิเศษ 'คลังแสงพ่อครัวทมิฬ' ผสานวัตถุดิบระดับพรีเมียม 'หัวใจอัคคีทมิฬ' ลงในหม้อน้ำซุปทันที!" ผมตะโกนสั่งการในใจ
[ติ๊ง! ยืนยันคำสั่ง ผู้ใช้ 'เรน' ใช้วัตถุดิบระดับ SSS: หัวใจอัคคีทมิฬ ผสานลงใน 'น้ำซุปฟื้นคืนชีพกระดูกมังกร']
[คุณสมบัติพิเศษของเมนูอัปเกรด: เพิ่มพลังชีวิต +5,000 หน่วยทันทีเมื่อบริโภค, ฟื้นฟูเซลล์เนื้อเยื่อที่เสียหายในระดับโมเลกุล, และสร้าง 'เกราะอัคคีศักดิ์สิทธิ์' ป้องกันการโจมตีทางเวทมนตร์เป็นเวลา 30 นาที!]
[คำเตือน: เนื่องจากกลิ่นหอมมีความเข้มข้นสูงเกินไป อาจดึงดูดมอนสเตอร์คลั่งในรัศมี 2 กิโลเมตรเพิ่มเติม!]
"ช่างหัวมันสิครับ! มอนสเตอร์ยิ่งมามาก ยิ่งหมายถึงจำนวนลูกค้า... เอ๊ย จำนวนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น!" ผมสบถออกมาเบาๆ พร้อมกับคว้าทัพพีเงินด้ามยาวตักน้ำซุปสีทองอร่ามที่ส่งไอความร้อนพวยพุ่งขึ้นมาควันโขมง
ซรุป... เสียงน้ำซุปเดือดพลั่กส่งสัญญาณว่ามันสุกงอมได้ที่พอดีเป๊ะ
"เซร่าครับ ช่วยต้านแรงกระแทกของมันไว้อีกสามสิบวินาที! ผมจะเอาเจ้านี่ไปเสิร์ฟให้ลูกค้ากระเป๋าหนักที่นอนหายใจรวยรินอยู่ข้างนอกนั่นก่อนที่พวกเขาจะกลายเป็นปุ๋ยตุนดันเจี้ยน!"
เซร่าไม่ตอบคำถาม เธอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ดวงตาคมกริบมองมาที่ผมด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนที่ปลายนิ้วเรียวจะสะบัดออกไปอย่างไร้ความปรานี อักขระเวทสีทองนับร้อยตัวพวยพุ่งออกไปตรึงร่างของผู้กล้าตกสวรรค์ที่กำลังพุ่งเข้ามาหาเอาไว้กลางอากาศชั่วคราว!
"ไปซะ... ก่อนที่ฉันจะอดใจไม่ไหวแล้วซดหม้อนี้แทนพวกมัน!" เสียงหวานเยือกเย็นเอ่ยลอดไรฟัน ขณะที่มือข้างหนึ่งของเธอยังคงรักษาสมาธิกับการควบคุมเขตอาคมอย่างยากลำบาก
ผมไม่รอช้า คว้าถาดไม้โอ๊คบรรจุชามกระเบื้องเคลือบสีขาวลายครามที่บรรจุน้ำซุปส่งกลิ่นหอมเย้ายวนใจ พุ่งตัวออกจากม่านพลังป้องกันของร้าน ท่ามกลางห่าฝนแห่งเศษหินและประกายไฟเวทมนตร์ที่โปรยปรายลงมาราวกับวันสิ้นโลก!
เป้าหมายแรกคือกิลด์มาสเตอร์แห่งกิลด์ดาบเพลิง ที่นอนหายใจรวยรินแขนขาหักผิดรูปอยู่ใต้ซากปรักหักพัง ดวงตาของเขาเบิกกว้างด้วยความสิ้นหวังเมื่อเห็นผมวิ่งเข้ามาใกล้
"เฮ้ คุณลูกค้าครับ... บิลค่ารักษาพยาบาลผมคิดไม่แพงหรอกครับ แต่อาหารเสริมชามนี้ รับรองว่าคุ้มค่าเงินทุกทองแดงที่คุณเสียไปแน่นอน..." ผมยิ้มกริ่ม ท่ามกลางเสียงคำรามกึกก้องของบอสระดับ SSS ที่กำลังดิ้นรนทำลายพันธนาการของอาจารย์เซร่าอย่างบ้าคลั่ง
น้ำซุปหยดแรกแตะลงบนริมฝีปากที่แห้งผากของฮันเตอร์หนุ่มผู้บาดเจ็บ...
ทว่า ทันใดนั้นเอง พื้นดินใต้เท้าของผมก็ทรุดฮวบควมลงพร้อมกับเสียงหัวคำรามลั่นสะท้านสะเทือนที่ดังมาจากใต้พื้นพิภพชั้นที่ 16 และสิ่งที่โผล่ขึ้นมาจากรอยแยกนั้น... กลับไม่ใช่บอสผู้กล้าตกสวรรค์ตัวเดิม แต่เป็นเงาสماร์ทสีดำทมิฬขนาดมหึมาที่กำลังจ้องมองตรงมาที่ชามซุปในมือของผมด้วยนัยน์ตาสสีอำพันคู่โต!
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
- พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน -
พ่อครัวตัวตึงในดันเจี้ยนดุ กับอาจารย์สาวผู้หิวโหยตลอดกาล•ตอนที่ 21
การโกงความตายด้วยน้ำซุป
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พ่อครัวตัวตึงในดันเจี้ยนดุ กับอาจารย์สาวผู้หิวโหยตลอดกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!