"กลิ่นอายมานาในน้ำซุปกระดูกมังกรวารีรอบนี้... เข้มข้นเกินกว่าระดับความดันมาตรฐานของชั้นที่สิบแปดไปสามสิบเปอร์เซ็นต์ครับ เรน"
นิ้วเรียวยาวดุจลำหญ้าเทียนของเซร่าเคาะลงบนขอบถ้วยเซรามิกเคลือบเนื้อดี เสียง 'กริ๊ง' ใสๆ สะท้อนก้องผ่านความเงียบสงบของห้องครัวชั่วคราว ที่ถูกเนรมิตขึ้นด้วยทักษะ 'เขตแดนพ่อครัวเร่ร่อน' ภายในดันเจี้ยนระดับกลาง ลมหายใจของเธอผ่อนออกเป็นไอสีขาวจางๆ แม้ในอุณหภูมิปกติของดันเจี้ยน ทว่าดวงตาสสีเทาคู่คมกลับกวาดมองคราบไขมันสีมุกที่ลอยวนอยู่บนผิวน้ำซุปอย่างพิจารณา
เรนผู้กำลังง่วนอยู่กับการลับมีดทำครัวเหล็กกล้าผสมมิธิริล ชำเลืองมองลูกค้ารายใหญ่ผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในรอบเดือนด้วยหางตา เขาไม่ได้ตอบทันที แต่ปล่อยให้เสียงหินลับมีดเสียบสีกับคมโลหะดัง 'ฉึบ... ฉึบ...' เป็นจังหวะสม่ำเสมอเพื่อเรียกสมาธิ
ในฐานะอดีตฮันเตอร์ผู้ผันตัวมาเปิดร้านอาหารเคลื่อนที่ในสถานที่ที่คนปรกติเขาเอาชีวิตมาทิ้ง เรนเรียนรู้สัจธรรมข้อหนึ่งอย่างรวดเร็ว นั่นคือ 'ของอร่อยมักมาพร้อมกับภัยพิบัติ' และเศษอาหารที่ถูกคัดทิ้งจากเมนูระดับพรีเมียมของเขานั้น... มันมีพลังงานสะสมมากพอที่จะเปลี่ยนโครงสร้างทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตชั้นต่ำในดันเจี้ยนได้
"ก็เพราะคุณซดน้ำซุปจนหมดเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่หยดเดียวจนถึงก้นชามต่างหากล่ะครับ คุณเซร่า" เรนวางมีดลงบนเขียงไม้มะเกล้าเสียงดังทึบ เขาใช้ผ้าสะอาดเช็ดคราบเหงื่อบนหน้าผาก "เศษกระดูกเคี่ยวสามวันสามคืนที่ผมคัดแยกไว้ในถังขยะเวทมนตร์หลังร้าน มันไม่ได้ถูกย่อยสลายด้วยกรดตามปรกติ... เพราะมานาบริสุทธิ์ที่คุณแผ่ออกมาตอนกินเข้าไป มันรั่วไหลไปกระตุ้นตัวอ่อนของ 'สไลม์เงา' ที่ซ่อนอยู่ใต้พื้นหินต่างหากครับ"
เซร่าชะงักมือที่กำลังจะหยิบตะเกียบไม้ไผ่ เธอนิ่งเงียบไปครู่ใหญ่ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยที่ซ่อนความกังวลไว้ลึกๆ "เจ้ากำลังจะบอกว่า... มอนสเตอร์พวกนั้นไม่ได้กินแค่เศษอาหารเดนตาย แต่พวกมันกำลัง 'บริโภค' แก่นแท้มานาที่หลุดรอดจากสูตรลับของข้า?"
"ถูกต้องครับ" เรนถอนหายใจยาวเหยียด เขาลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างกระจกเวทมนตร์ที่มองออกไปยังโถงทางเดินของดันเจี้ยนชั้นที่ 19 แสงไฟสีฟ้าสลัวส่องกระทบให้เห็นเงาดำเคลื่อนไหวผิดธรรมชาติ
ตามหลักการของระบบฮันเตอร์และโครงสร้าง World-building ของดันเจี้ยน มอนสเตอร์ทั่วไปจะเติบโตตามวัฏจักรธรรมชาติโดยการดูดซับมานาจากผนังดันเจี้ยนหรือล่าเหยื่อเพื่อสะสมค่าประสบการณ์ แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้นั้นซับซ้อนและน่ากลัวกว่านั้นมาก เศษกระดูกมังกรวารีที่ผ่านการปรุงด้วยเทคนิค 'มานารสเลิศ' (Culinary Mana Infusion) ของเรน ประกอบกับพลังอักขระเวทโบราณที่ตกค้างในร่างกายของเซร่า ได้กลายเป็น 'ปุ๋ยเร่งโตระดับวิวัฒนาการ' ที่ทรงพลังเกินต้านทาน
ตึ้ง!
เสียงกระแทกหนักๆ ดังขึ้นที่ประตูกระจกหน้าร้าน เรนหรี่ตาลงทันที เขาสั่งการผ่านระบบหน้าต่างโฮโลแกรมโปร่งแสงที่ปรากฏขึ้นตรงหน้าอย่างรวดเร็ว
[ระบบตรวจพบ: สิ่งมีชีวิตระดับภัยคุกคาม 'กอบลินกลายพันธุ์ (Gorgon-Goblin)' เข้าใกล้รัศมี 15 เมตร]
[เงื่อนไขการวิวัฒนาการ: เกิดจากการบริโภคซากเนื้อหมูป่าเขี้ยวเหล็กที่ปรุงด้วย 'ซอสสูตรลับเผ็ดร้อน' นานเกิน 12 ชั่วโมง ค่าความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้น 300% ความต้านทานเวทมนตร์ระดับ A]
"ให้ตายสิครับ... กอบลินตัวนั้นน่าจะกินเศษซอสที่ผมเช็ดทำความสะอาดเขียงเมื่อวานซืนเข้าไปเต็มๆ" เรนสบถเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มจอมปลอมแบบพ่อค้าหายวับไปกับตา เหลือเพียงแววตาคมกริบของอดีตฮันเตอร์แถวหน้าที่ผ่านความเป็นความตายมาโชกโชน
"น่าสนใจดีนี่" เซร่ายืนขึ้นช้าๆ ชายเสื้อคลุมสีเข้มสะบัดตามแรงลมมานาที่เริ่มปั่นป่วนรอบตัวเธอ "ข้าจะจัดการมันให้เจ้าในสามกระบวนท่าแลกกับ... ข้าวผัดไข่สูตรพิเศษเพิ่มหมูสามชั้นเบิ้ลสองเท่า"
"ไม่ได้ครับ!" เรนปฏิเสธเสียงแข็งโดยไม่ต้องคิด "ถ้าคุณใช้เวทมนตร์อักขระรุนแรงในพื้นที่ปิดแบบนี้ โครงสร้างห้องครัวของผมพังทลายลงมา ค่าซ่อมแซมมันแพงกว่ากำไรขายอาหารทั้งสัปดาห์ของผมเสียอีกนะครับ! อีกอย่าง... มอนสเตอร์ที่วิวัฒนาการจากวัตถุดิบอาหารของผม มันมีรสชาติเฉพาะตัวที่ผมต้อง 'ตรวจสอบคุณภาพ' ด้วยตัวเอง"
เรนเอื้อมมือไปหยิบกระทะเหล็กหล่อคู่ใจที่ผ่านการใช้งานมานับครั้งไม่ถ้วน น้ำหนักของมันพอเหมาะพอดีมือ ปลายด้ามจับสลักรูนเวทเสริมความแข็งแกร่งที่เขาลงมือจารด้วยตนเอง เขาย่างสามขุมไปที่ประตูร้านด้วยความระมัดระวังสูงสุด จังหวะก้าวเท้าเงียบเชียบและมั่นคง บ่งบอกถึงสัญชาตญาณการต่อสู้ที่ยังคงเฉียบคม
แกร๊ก...
ประตูไม้เนื้อแข็งถูกผลักออกช้าๆ เผยให้เห็นร่างมหึมาที่ยืนขวางทางเดินอยู่ กอบลินที่เคยตัวเล็กแคระแกร็นบัดนี้สูงใหญ่เกือบสองเมตร กล้ามเนื้อปูดโปนเป็นมัดๆ ผิวหนังเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มอมม่วง ดวงตาสองคู่จ้องมองมาที่เรนด้วยความกระหายเลือด กลิ่นอายของเครื่องเทศและพริกไทยดำพวยพุ่งออกมาจากลมหายใจของมันทุกครั้งที่คำราม
*เจ้านี่... มันซึมซับรสชาติเผ็ดร้อนจนกลายเป็นเกราะป้องกันความเสียหายทางกายภาพไปแล้วสินะครับ* เรนวิเคราะห์ด้วยความรวดเร็ว หากใช้ดาบฟันตรงๆ แรงสะท้อนคงจะทำให้ข้อมือเขาหัก แต่ทว่า...
"ของอร่อยที่กินเข้าไป... ผมจะขอทวงคืนด้วยตะหลิวอันนี้ก็แล้วกันครับ!"
เรนพุ่งตัวเข้าใส่ด้วยความเร็วเหนือมนุษย์ ตะหลิวเหล็กในมืออาบด้วยแสงมานาสีทองอร่ามจากการเปิดใช้งานทักษะ [ไฟลุกโชนชั่วพริบตา] การเคลื่อนไหวของเขาไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การสังหารทันที แต่เป็นการเล็งไปยัง 'จุดชีพจรรับรส' ใต้คางของเจ้ากอบลินกลายพันธุ์ ซึ่งเป็นจุดอ่อนที่ระบบวิเคราะห์ออกมาได้ว่ามีความเปราะบางที่สุดต่อแรงกระแทก
เพียะ! เสียงเหล็กกระทบเนื้อดังสนั่นหวั่นไหว แรงปะทะทำให้เศษซากอาหารที่สะสมอยู่ในท้องของมอนสเตอร์พุ่งทะลักออกมาทางปาก มันส่งเสียงร้องโหยหวนด้วยความทรมาน ก่อนที่ร่างยักษ์จะทรุดฮวบลงคุกเข่าต่อหน้าพ่อครัวหนุ่มผู้ถือตะหลิว
เรนยืนหอบหายใจเล็กน้อย เขาก้มลงมองเศษซากที่ร่วงหล่นลงพื้นอย่างพิจารณา ก่อนจะใช้ปลายนิ้วแตะชิมเล็กน้อยเพื่อประเมินรสชาติ
"อืม... เครื่องเทศยังซึมเข้าเนื้อได้ไม่ทั่วถึงพอ ความเผ็ดร้อนยังขาดความกลมกล่อม... สงสัยผมต้องปรับสูตรหมักซอสสำหรับล็อตหน้าเสียแล้วล่ะครับ"
ทว่า ในขณะที่เรนกำลังพึง2ใจกับผลงานการควบคุมคุณภาพอาหารกลายพันธุ์อยู่นั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ก็ดังขึ้น 'ติ๊ด' ยาวนานจนน่าขนลุก
[คำเตือนระดับวิกฤต: ตรวจพบคลื่นความร้อนใต้พิภพชั้นที่ 20 กำลังพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด]
[วัตถุดิบต้นกำเนิดที่ไม่ทราบฝ่าย กำลังดูดซับพลังงานจากซากมอนสเตอร์กลายพันธุ์ทั้งหมดทั่วทั้งดันเจี้ยน]
[เงื่อนไขปลุกบอสลับชั้นลึก: สมบูรณ์ 100%]
[...ยินดีต้อนรับสู่เมนูลับสุดยอด: 'ราชันย์อัคคีผู้หิวกระหาย' กำลังลืมตาตื่นขึ้นเพื่อรับประทานอาหารมื้อแรกในรอบพันปี...]
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความตื่นเต้นไปกับร้านอาหารในดันเจี้ยนของเราด้วยกันนะครับ
พ่อครัวตัวตึงในดันเจี้ยนดุ กับอาจารย์สาวผู้หิวโหยตลอดกาล•ตอนที่ 22
ภัยเงียบจากชั้นลึก
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พ่อครัวตัวตึงในดันเจี้ยนดุ กับอาจารย์สาวผู้หิวโหยตลอดกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!