พ่อครัวตัวตึงในดันเจี้ยนดุ กับอาจารย์สาวผู้หิวโหยตลอดกาล•ตอนที่ 20

บทเรียนการทำครัวท่ามกลางพายุเวท

ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
"ถ้าเจ้ายังตวัดข้อมือแบบสะเปะสะปะแบบนั้น อีกสามวินาทีข้างหน้า เนื้อสันในมังกรพสุธาจานนี้จะกลายเป็นขี้เถ้าเพราะไฟธาตุลมที่เจ้าควบคุมไม่ได้... เรน" เสียงเรียบเย็นที่แฝงไปด้วยความกดดันระดับมหาศาลดังขึ้น ท่ามกลางเสียงคำรามกึกก้องของหินผาและกระแสลมเวทมนตร์ที่พัดโหมกระหน่ำจนมิติรอบตัวบิดเบี้ยว เซร่า ในชุดคลุมนักเวทสีชาดสะบัดมือเบาๆ วงแหวนอักขระสีทองโบราณก็กางออกเป็นโล่โปร่งใส ป้องกันเศษซากผนังดันเจี้ยนชั้นที่ 14 ที่ถล่มลงมาเนื่องจากแรงดันมานาที่ปั่นป่วน ผม—เรน พ่อค้าและเชฟแห่งดันเจี้ยน กัดฟันแน่นจนกรามขึ้นสันนูน มือขวาที่ถือมีดเหล็กกล้าผสมคาร์บอนเกรดฮันเตอร์สั่นเทาเล็กน้อย ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เป็นเพราะแรงต้านทานจากกระแสมานาความหนาแน่นสูงที่พยายามฉีกร่างของผมเป็นชิ้นๆ ดันเจี้ยนชั้นที่ 14 "หุบเขาพายุอัสนี" ในยามที่เกิดปรากฏการณ์ "สุริยุปราคามานา" เช่นนี้ ไม่ใช่สถานที่ที่มนุษย์ควรจะมาตั้งเตาทำอาหารเลยแม้แต่น้อย อุณหภูมิรอบตัวผันผวนอย่างไร้เหตุผล เดี๋ยวร้อนจนน้ำมันในกระทะเดือดพล่านเอง เดี๋ยวเย็นจัดจนความชื้นในอากาศกลายเป็นเกล็ดน้ำแข็งแหลมคมพุ่งเข้าใส่ราวกับลูกศร แต่นี่คือบททดสอบ ระบบหน้าต่างสีฟ้าโปร่งแสงยังคงลอยเด่นอยู่ตรงหน้า พร้อมกับเสียงแจ้งเตือนที่ดังระรัวในโสตประสาท [แจ้งเตือนระบบ: สภาพแวดล้อมไม่เสถียร (ความเสถียรของมานา: 14.2%)] [คำเตือน: วัตถุดิบ "เนื้อสันในมังกรพสุธา" กำลังสูญเสียความชุ่มชื้นในอัตรา 3.5% ต่อวินาที] [ภารกิจเฉพาะกิจ: จงแล่เนื้อ 300 กรัม ท่ามกลางพายุเวท โดยไม่ใช้พลังมานาช่วยเสริมแรงกาย ภายในเวลา 45 วินาที] [รางวัลหากสำเร็จ: ปลดล็อกทักษะลับ "มีดบินตัดผ่านมิติ (Lv.1)" และสูตรอาหารระดับตำนาน] [บทลงโทษหากล้มเหลว: สูญเสียวัตถุดิบทั้งหมด และสูญเสียแต้มความหิวของอาจารย์เซร่า 50 แต้ม] "ให้ตายสิ... บทลงโทษข้อหลังนี่มันอันตรายยิ่งกว่าความตายซะอีกนะเนี่ย" ผมพึมพำกับตัวเองขณะเหลือบมองอาจารย์สาวลึกลับที่ยืนกอดอกพิงผนังถ้ำ ดวงตาสสีอำพันคู่นั้นจ้องมองมาที่ผมอย่างคาดหวัง แม้ริมฝีปากบางเฉียบจะเม้มเข้าหากันด้วยความหิวโหยจนแก้มตอบลงเล็กน้อย แต่แววตากลับคมกริบราวกับพญาอินทรีที่กำลังจับตาดูเหยื่อ ถ้าเซร่าหิวจนคลั่งขึ้นมาจริงๆ ต่อให้เป็นผมที่มีสกิลพ่อครัวตึงมือแค่ไหน ก็เอาไม่อยู่เหมือนกันครับ! *เปรี้ยง!* สายฟ้าสีครามผ่าลงมาห่างจากโต๊ะเตรียมอาหารไม่ถึงสามเมตร แรงระเบิดทำให้เศษหินกระเด็นใส่แก้มผมจนแสบผิว เลือดซิบเล็กน้อย แต่ผมไม่มีเวลาแม้แต่จะยกมือขึ้นเช็ด สมาธิ... ต้องรวมศูนย์ทั้งหมดไปที่ปลายมีด ในโลกของฮันเตอร์ คนส่วนใหญ่ใช้มานาเคลือบอาวุธเพื่อเพิ่มพลังทำลายล้าง แต่ใน "วิถีครัวเรือน" ของผม การทำเช่นนั้นจะทำลายโครงสร้างโปรตีนของเนื้อสัตว์ชั้นเลิศจนหมดสิ้น การจะแล่เนื้อท่ามกลางพายุเวทที่ผันผวนโดยไม่ใช้มานาป้องกัน จึงต้องอาศัยหลักการทางฟิสิกส์และการไหลเวียนของลมหายใจล้วนๆ ผมสูดลมหายใจเข้าลึก องศาการยืนถูกปรับใหม่ให้มั่นคงตามหลักการถ่ายน้ำหนัก น้ำหนักตัวร้อยละหก0เทลงที่เท้าซ้ายเพื่อต้านแรงลมที่พัดมาจากทิศตะวันตกเฉียงใต้ และอีกร้อยละสี่สิบที่เท้าขวาเพื่อรองรับแรงกระแทกจากการสั่นสะเทือนของแผ่นดิน "สามวินาทีสุดท้าย... เรน" เสียงเตือนของเซร่าดังขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงของเธอนิ่งสนิท แต่แฝงไปด้วยความกดดันที่ทำให้ฮันเตอร์ระดับ A-Rank หลายคนเข่าอ่อนได้ทันที ผมไม่ตอบ ดวงตาหรี่ลงเหลือเพียงครึ่งเดียว โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เสียงคำรามของพายุเวท เสียงแตกร้าวของหินผา ล้วนเลือนหายไป เหลือเพียงเสียงเต้นของหัวใจ และเส้นใยกล้ามเนื้อสีแดงเข้มตรงหน้า *ฟึบ!* มือขวาดึงตวัดมีดออกไปในเสี้ยววินาทีที่กระแสลมสงบลงชั่วพริบตา—ซึ่งเป็นช่องว่างทางกายภาพที่คำนวณไว้แล้วจากวัฏจักรการหมุนของมานาในดันเจี้ยน คมมีดกรีดผ่านเนื้อสันในมังกรพสุธาอย่างไร้เสียง แรงเสียดทานแทบจะเป็นศูนย์ เพราะองศาการเอียงของใบมีดทำมุมพอดีกับทิศทางการคลายตัวของเส้นใยโปรตีนพอดีเป๊ะ! ไม่มีเลือดกระเซ็น ไม่มีรอยหยัก เนื้อถูกแบ่งออกเป็นชิ้นบางเฉียบเท่ากันทุกแผ่น หนาเท่ากับกระดาษสา ปลายมีดสะท้อนแสงสีฟ้าครามของสายฟ้าที่แล่นผ่านด้านนอกพอดิบพอดี *ติ๊ง!* [ยินดีด้วย! ท่านทำภารกิจสำเร็จภายในเวลา 38 วินาที] [ประเมินความแม่นยำ: 99.8% (ระดับสมบูรณ์แบบ)] [ท่านได้รับทักษะลับ: "มีดบินตัดผ่านมิติ (Lv.1)" เข้าสู่คลังทักษะ] [สถานะวัตถุดิบ: สดใหม่ 100% รักษาความชุ่มชื้นและรสชาติอูมามิไว้ได้ครบถ้วน] ผมพ่นลมหายใจยาวเหยียดออกทางปาก เหงื่อกาฬไหลโทรมหน้าผากจนผมสีดำชุ่มลู่แนบกับกรอบหน้า แต่รอยยิ้มมุมปากกลับผุดขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ การฝึกฝนอย่างหนักหน่วงตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาภายใต้การควบคุม (และคำบ่น) ของอาจารย์สาวผู้นี้ เริ่มให้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าขึ้นมาบ้างแล้ว "ใช้ได้..." เซร่าพึมพำสั้นๆ ก่อนจะก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะเตรียมอาหาร กลิ่นหอมจางๆ คล้ายดอกไม้ป่าผสมกับกลิ่นอายเวทมนตร์โบราณลอยมาแตะจมูก แม้เธอจะพยายามรักษามาDภาพของอาจารย์ผู้สูงศักดิ์ไว้แค่ไหน แต่ประกายตาที่จ้องมองจานเนื้อนั้นกลับส่อแววหิวกระหายอย่างปิดไม่มิด "แต่การตวัดข้อมือในจังหวะสุดท้ายเมื่อกี้... เจ้ายังเกร็งข้อมือขวามากเกินไป 0.2 มิลลิเมตร ถ้ามีครั้งหน้า ข้าจะหักแต้มค่าขนมของเจ้า" "โถ่ อาจารย์ครับ นั่นคือความผิดพลาดระดับไมโครนะ5ครับ จะใจร้ายเกินไปแล้ว" ผมหัวเราะแห้งๆ พร้อมกับยกผ้าสะอาดขึ้นเช็ดมีดอย่างทะนุถนอม ก่อนจะหันไปหยิบกระทะเหล็กหล่อขึ้นตั้งเตาไฟเวท "เอาล่ะ ในเมื่อวัตถุดิบพร้อมแล้ว และพายุเวทข้างนอกก็สงบลงชั่วคราว ถึงเวลาที่ผมจะแสดงฝีมือทำอาหารให้ท่านเห็นแล้วว่า การลงทุนลงแรงเสี่ยงตายเมื่อครู่ มันคุ้มค่าแค่ไหน" เสียงฉ่าของเนยสดที่ละลายลงบนกระทะร้อนจัดดังขึ้น พร้อมกับกลิ่นหอมเย้ายวนที่โชยฟุ้งกลบกลิ่นอับชื้นของดันเจี้ยนชั้นลึก ทว่า ในขณะที่ผมกำลังบรรจงโรยเกลือหิมาลายันสีชมพูลงบนชิ้นเนื้อที่เพิ่งแล่เสร็จ บรรยากาศรอบตัวก็เกิดความผิดปกติขึ้นอย่างกะทันหัน เปลวไฟสีฟ้าบนเตาเวทจู่ๆ ก็หดวบลงเหลือเพียงสะเก็ดไฟริบหรี่ อุณหภูมิในห้องโถงหินดิ่งฮวบลดลงจนลมหายใจกลายเป็นไอสีขาว เซร่าที่กำลังยืนรอคอยอาหารด้วยความใจจดใจจ่อ ชะתงฝีเท้าทันที ใบหน้าหวานที่เคยเรียบเฉยกลับเคร่งเครียดขึ้นมาในเสี้ยววินาที ดวงตาสสีอำพันเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยเมื่อสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่ผิดธรรมชาติ ไม่ใช่เพราะมอนสเตอร์ระดับบอสกำลังจะปรากฏตัว... และไม่ใช่เพราะพายุเวทลูกใหม่ แต่เป็นเพราะ... วงแหวนอักขระเวทโบราณที่สลักไว้บนพื้นหินรอบห้องโถง ซึ่งควรจะปิดตายไปตั้งแต่ยุคสงครามเทพ-ปีศาจ จู่ๆ ก็เปล่งแสงสีแดงฉานขึ้นมาพร้อมกันโดยมิได้นัดหมาย! *ครกด... ครกด... ครกด...* เสียงฝีเท้าหนักหน่วงราวกับภูเขาเคลื่อนที่ ดังสะท้อนก้องมาจากอุโมงค์มืดมิดเบื้องล่าง—ชั้นที่ 15 ที่ถูกปิดตายมานานนับร้อยปี และสิ่งที่ก้าวเดินออกมาจากความมืดนั้น ไม่ใช่เดรัจฉานหรือมอนสเตอร์ทั่วไป แต่เป็นเงาสวมเกราะสีดำทมิฬที่ถือดาบยักษ์ ซึ่งแผ่ไอสังหารรุนแรงจนเครื่องปรุงรสบนโต๊ะของผมสั่นสะเทือนและร่วงหล่นลงพื้นทีละขวด... [แจ้งเตือนระบบฉุกเฉินระดับ SSS!] [ตรวจพบการตื่นของ "ผู้กล้าตกสวรรค์" (Forgotten Vanguard - Boss ชั้น 15)] [เป้าหมาย: ทำลายล้างทุกสิ่งที่มีชีวิตในรัศมี 500 เมตร และ... กลิ่นหอมของอาหารชิ้นนั้นได้ปลุกสัญชาตญาณดิบของมันให้คลุ้มคลั่งแล้ว!] ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามการเดินทางของพ่อครัวหัวปั่นกับอาจารย์สาวจอมเขมือบมาจนถึงบรรทัดนี้ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พ่อครัวตัวตึงในดันเจี้ยนดุ กับอาจารย์สาวผู้หิวโหยตลอดกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%