"ถ้าท่านอาจารย์เซร่าทำหน้าบูดบึ้งแบบนั้นต่ออีกสามวินาที ข้าวผัดไข่จานนี้คงต้องถูกจัดอยู่ในหมวด 'อาหารมลพิษ' ทางจิตวิญญาณไปเสียก่อนนะครับ"
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นท่ามกลางความเงียบงันภายในห้องพักชั่วคราวชั้นสามของดันเจี้ยนเขตแดนเหนือ กลิ่นหอมกรุ่นของเนยแท้และข้าวญี่ปุ่นเม็ดอวบที่เคลือบด้วยไข่เป็ดสีทองอร่ามยังคงลอยวนอยู่บนโต๊ะไม้เก่าๆ ทว่าบรรยากาศรอบตัวกลับเย็นเยียบราวกับอยู่ในห้องเก็บศพ
เซร่าปรายตามองจานอาหารตรงหน้าด้วยแววตาที่ยากจะหยั่งถึง เส้นผมสีเงินยวงยุ่งเหยิงเล็กน้อยเพราะผ่านการคำนวณอักขระเวทมาตลอดทั้งคืน ริมฝีปากบางเฉียบเม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง เธอไม่ได้ปฏิเสธคำพูดของเรน เพราะในยามนี้ สิ่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่ไม่ใช่ความหิวโหยธรรมดา แต่เป็นวิกฤตการณ์ระดับวิกฤตของนักเวทผู้ร่วงหล่นจากหอคอยคอยน์
"ข้าวผัดไข่ของเจ้าช่วยชีวิตข้าจากบอสระดับหายนะเมื่อวานก็จริงอยู่ เรน..." เสียงหวานใสที่มักจะติดความเย่อหยิ่งเอ่ยขึ้นอย่างอ่อนล้า เธอยกมือขึ้นนวดขมับ "แต่จานนี้มันไม่ได้ช่วยให้อักขระที่สลายไปบนหน้าตำราของข้ากลับคืนมาได้"
เรนถอนหายใจเบาๆ เขาวางตะหลิวเหล็กกล้าลงบนเคาน์เตอร์ครัวชั่วคราวที่ดัดแปลงมาจากซากศพโกเล็มหิน พ่อครัวหนุ่มใช้ผ้าสะอาดเช็ดมืออย่างใจเย็น สายตาสีเข้มกวาดมองสภาพห้องที่เต็มไปด้วยเศษกระดาษปาปิรุสที่ไหม้เกรียมและคราบหมึกเวทมนตร์สีครามที่กระเซ็นไปทั่ว
ย้อนกลับไปเมื่อเหตุการณ์ในตอนที่แล้ว หลังจากที่กลิ่นหอมของข้าวผัดไข่สูตรลับสามารถสะกดจิต "เบฮีมอธแห่งความมืด" บอสประจำชั้นที่ขึ้นชื่อเรื่องความไร้เหตุผลเอาไว้ได้ เซร่าผู้ฉวยโอกาสในเสี้ยววินาทีนั้นพยายามร่ายเวทผนึกขั้นสูงเพื่อกักขังมัน ทว่า... ความผิดพลาดบางอย่างจากพลังงานมานาที่แปรปรวนในดันเจี้ยน กลับส่งผลย้อนกลับ (Backlash) เผา1ในตำราเวทโบราณของเธอจนป่นปี้ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของหายนะที่แท้จริง
"วัตถุดิบทำเวทมนตร์ที่เสียหายไป ไม่ได้มีแค่กระดาษนะครับ" เรนเดินเข้ามาใกล้โต๊ะไม้ เขาดึงเก้าอี้ตัวตรงข้ามเธอนั่งลง สายตาคมกริบมองสำรวจร่องรอยการระเบิดของมานา "แกนกลางของตำราเล่มนั้น... คือ 'หัวใจแห่งราชาพฤกษา' ที่ท่านเก็บรักษาไว้ตั้งแต่ชั้นที่สิบใช่หรือไม่ครับ?"
เซร่าชะงัก ดวงตาสีฟ้าครามเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะหลบสายตา "เจ้า... รู้ได้อย่างไร?"
"ในฐานะพ่อค้าและอดีตฮันเตอร์ ผมมีหน้าที่สังเกตรายละเอียดรอบตัวครับ" เรนยิ้มมุมปากอย่างสุภาพ "การที่ท่านพยายามร่ายเวทระดับตำนานโดยปราศจากตัวประสานมานาที่เสถียร ผลลัพธ์ย่อมจบลงด้วยการเผาผลาญแหล่งพลังงานหลักในตัวท่านเอง ถ้าผมไม่รีบยัดข้าวผัดไข่ตุนพลังงานเวทใส่ปากท่านในตอนนั้น ตอนนี้เราคงไม่ต้องมานั่งคุยกันเรื่องหาวัตถุดิบหรอกครับ แต่คงต้องช่วยกันหาโลงศพแทน"
แม้คำพูดจะดูเหน็บแนมเล็กน้อย แต่แววตาของเรนกลับเต็มไปด้วยความจริงจังและห่วงใยอย่างไม่ปิดบัง เซร่าเม้มปากแน่น หัวใจของเธอกระตุกวูบอย่างประหลาด ความรู้สึกพึ่งพาอาศัยที่ไม่เคยเกิดขึ้นกับใครมานานนับสปีดกำลังก่อตัวขึ้นในอกของหญิงสาวผู้เย็นชา
"แล้ว... เจ้ามีแผนอะไร?" เซร่าถามเสียงแผ่ว ยอมรับความพ่ายแพ้ต่อสถานการณ์โดยปริยาย
"ตามระบบประเมินดันเจี้ยนที่ผมอัปเกรดขึ้นล่าสุด..." เรนดีดนิ้วเบาๆ หน้าต่างโฮโลแกรมโปร่งแสงสีฟ้าก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ แสดงข้อมูลโครงสร้าง World-building ของชั้นที่สิบเจ็ดที่พวกเขาอยู่ "การจะฟื้นฟูอักขระเวทและซ่อมแซมหัวใจแห่งราชาพฤกษา เราจำเป็นต้องหา 'น้ำค้างแห่งดวงดาวนิรันดร์' ที่หล่อเลี้ยงอยู่ใจกลางรังของ 'ราชินีแมงมุมเหมันต์' มอนสเตอร์ระดับภัยพิบัติที่ขึ้นชื่อเรื่องพิษชาไขกระดูก"
เซร่าสูดลมหายใจเข้าลึก
"ราชินีแมงมุมเหมันต์... นั่นมันมอนสเตอร์ระดับ A-Plus ที่แม้แต่นักเวทระดับสูงสามคนรวมกันยังต้องถอยร่นนะเรน!"
"ครับ ผมทราบดี" เรนตอบอย่างใจเย็น รอยยิ้มมั่นใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าคมคาย "แต่ท่านลืมไปแล้วหรือครับว่า ที่นี่คือดันเจี้ยน และผมคือ 'พ่อครัว' ผู้มองเห็นทุกอุปสรรคเป็นวัตถุดิบชั้นเลิศ พิษของมัน... ถ้านำมาเคี่ยวกับเกลือสมุทรดันเจี้ยนและรากสมุนไพรไฟ จะกลายเป็นเครื่องปรุงรสชั้นยอดที่ทำให้เนื้อย่างมีความนุ่มละมุนลิ้นอย่างเหลือเชื่อเลยล่ะครับ"
เซร่ามองหน้าชายหนุ่มผู้มีรอยยิ้มกวนประสาทแต่พึ่งพาได้ผู้นี้ สติปัญญาและความรอบคอบของเขาไม่เคยทำให้เธอผิดหวัง แม้ในสถานการณ์ที่อันตรายที่สุด เขาก็ยังมีแก่ใจมาคิดถึงเรื่องอาหาร
"เจ้าบ้า..." เซร่าพึมพำเบาๆ แต่ริมฝีปากกลับแอบอมยิ้มที่มุมปากโดยไม่รู้ตัว "ถ้าเราตายอยู่ในรังของมัน ข้าจะจองเวทสาปแช่งเจ้าไปทุกชาติภพแน่"
"ด้วยความยินดีครับอาจารย์" เรนลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาคว้าดาบสั้นคู่ใจและกระเป๋าใส่วัตถุดิบ "งั้นก็... ได้เวลาไปจ่ายตลาดกันแล้วครับ"
ทั้งสองก้าวออกจากห้องพักชั่วคราว มุ่งหน้าสู่ความมืดมิดของชั้นที่สิบเจ็ดที่เต็มไปด้วยไอเย็นยะเยือก เสียงฝีเท้าของพวกเขาก้องกังวานไปตามทางเดินหินผา
ทว่า ในขณะที่พวกเขากำลังจะก้าวพ้นประตูเหล็กโบราณเข้าสู่เขตแดนของราชินีแมงมุมเหมันต์ จู่ๆ บรรยากาศรอบตัวก็เงียบงัดลงอย่างกะทันหัน เสียงลมหายใจของดันเจี้ยนที่เคยคุ้นเคยกลับหายวับไป เหลือเพียงความเงียบงันที่กดดันจนน่าขนลุก
*ติ๊ง!*
เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เรนไม่เคยได้ยินมาก่อนดังขึ้นในโสตประสาท หน้าต่างโฮโลแกรมสีแดงฉานสว่างวาบขึ้นตรงหน้า พร้อมกับข้อความขนาดใหญ่ที่สั่นระริก
[เตือนภัยระดับ SSS: ตรวจพบการตื่นขึ้นของ 'ผู้เฝ้าประตูแห่งบรรพกาล' - สิ่งมีชีวิตนอกเหนือจากระบบดันเจี้ยนกำลังเข้าสู่พิกัดของคุณ]
เรนหยุดชะงักฝีเท้าทันที ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตระหนกเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน ขณะที่เซร่าหน้าถอดสีเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่พุ่งทะลวงมาจากพื้นเบื้องล่าง พื้นดินใต้ฝ่าเท้าเริ่มสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง และก่อนที่พวกเขาจะทันได้ตั้งตัว เงาร่างมหึมาสีดำสนิทก็แหวกกำแพงหินออกมาขวางทางหนีทีไล่ทั้งหมดเอาไว้ พร้อมกับดวงตาสีแดงฉานนับร้อยคู่ที่จ้องมองตรงมายังพวกเขาอย่างกระหายเลือด
...และสิ่งที่มันกำลังจ้องมอง ไม่ใช่ใครอื่น นอกจากคราบน้ำมันหอมจากข้าวผัดไข่ที่ยังคงติดอยู่ที่มุมปากของเซร่า!
---
ขอบคุณสำหรับการติดตามอ่านตอนนี้นะครับ แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ
พ่อครัวตัวตึงในดันเจี้ยนดุ กับอาจารย์สาวผู้หิวโหยตลอดกาล•ตอนที่ 19
เซร่ากับตำราเวทที่หายไป
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พ่อครัวตัวตึงในดันเจี้ยนดุ กับอาจารย์สาวผู้หิวโหยตลอดกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!