"ถ้าพวกแกยังชักดาบหรือทำเสียงดังรบกวนคิวที่สามสิบสبعةของร้านข้าอีกแม้แต่แอะเดียว ข้าจะเอาตะหลิวเคลือบรูนเพลิงนี่ไปหยอดลงในเกราะเวทของหัวหน้าพวกแกให้รู้แล้วรู้รอด... สนใจลองชิมดูหน่อยไหมครับว่าเกราะระดับ B-Rank ของพวกแก จะทนความร้อนจากน้ำมันหมูเดือดพล่านของข้าได้สักกี่วินาที"
เสียงทุ้มต่ำแต่นุ่มนวลของเรนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันระดับที่แม้แต่เข็มตกสักเล่มบนพื้นหินแกรนิตของชั้นที่สี่สิบสองแห่งดันเจี้ยนอสูรโลกันตร์ ก็ยังคงดังก้องกังวานจนน่าขนลุก
ชายหนุ่มในชุดผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดตา ปราศจากคราบเขม่าควันแม้แต่น้อย—ทั้งที่เพิ่งผ่านการผัดข้าวด้วยไฟบรรลัยกัลป์มาหยกๆ—กำลังใช้ด้ามตะหลิวเหล็กกล้าผสม mithril เคาะเบาๆ ลงบนขอบกระทะเหล็กหล่อ เสียง 'ก๊อง... ก๊อง...' นั้นไม่ได้ดังรุนแรง แต่ทุกครั้งที่กระทบ มันกลับสร้างคลื่นแรงดันมานาอ่อนๆ ที่กดทับลงบนบ่าของเหล่าฮันเตอร์สังกัดกิลด์ 'อัสนีทมิฬ' ทั้งสิบสองนายจนเข่าทรุด
นี่ไม่ใช่เรื่องปกติในดันเจี้ยนระดับสูง
ตามสามัญสำนึกของสมาคมฮันเตอร์ ชั้นที่สี่สิบสองควรเป็นเขตสังหารที่เต็มไปด้วยฝูง 'โกลเด้นฮอร์น มิโนทอร์' (Golden-Horn Minotaur) อสูรกายร่างยักษ์ที่มีพละกำลังมหาศาลและผิวหนังหนาเตอะจนดาบเวทมนตร์ยังต้องบิ่น แต่วันนี้ ภาพที่ปรากฏแก่สายตากลับเป็นภาพอันน่าเหลือเชื่อ—ฮันเตอร์ระดับแนวหน้าของเมืองหลวง ยืนเข้าแถวเรียงหนึ่งอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยยิ่งกว่าเด็กอนุบาลรอรับนมโรงเรียน มือข้างหนึ่งถือกระบี่เวทมนตร์ราคาแพงลิบลิ่ว อีกมือหนึ่งกำถุงเหรียญทองแน่น ตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวและความหิวโหยที่ตีคู่กันมา
"ข... ข้าขอโทษครับท่านเรน ข้าไม่ได้ตั้งใจจะลัดคิว แค่... แค่กลิ่นมันลอยไปเตะจมูกตอนที่ข้ากำลังสู้กับมิโนทอร์พอดี สติมันก็เลยหลุด..." ฮันเตอร์หนุ่มร่างยักษ์ผู้มีฉายา 'ดาบคลั่งทะลวงพสุธา' ก้มหัวให้พ่อค้าหนุ่มจนคางแทบชิดอก ยอมลดทิฐิและอาศัยบารมีของกลิ่นข้าวผัดไข่ตบะแตก ยอมวางดาบคาตานะเล่มโตลงบนพื้นหินอย่างว่าง่าย
เรนเหลือบสายตาคมกริบมองไปยังระบบแจ้งเตือนสีฟ้าที่ลอยเด่นอยู่เหนือหัว
[ระบบร้านอาหารเคลื่อนที่ในดันเจี้ยน: ทำงานเสถียร 100%]
[จำนวนลูกค้าในคิวปัจจุบัน: 42 คน]
[ความพึงพอใจของลูกค้า: 98% (เพิ่มขึ้น 12% หลังจากใช้มาตรการ 'เคาะกระทะสั่งสอน')]
[รายได้สะสมในวันนี้: 45,800 เหรียญทอง]
เรนยิ้มรับในใจอย่างเงียบๆ ความงกที่ฝังรากลึกอยู่ในจิตวิญญาณตั้งแต่สมัยยังเป็นฮันเตอร์ตกอับ ทำให้เขารู้ซึ้งว่า 'ความหิว' ของฮันเตอร์ที่ติดอยู่ในดันเจี้ยนมานานสามวันสามคืนนั้น มีมูลค่าสูงยิ่งกว่าอัญมณีเวทมนตร์เสียอีก
"เข้าใจครับ การต่อสู้มันใช้พลังงานเยอะ น้ำตาลในเลือดตก ฮอร์โมนความเครียดหลั่งย่อมทำให้ขาดสติเป็นธรรมดา... แต่กฎก็คือกกฎนะครับท่านฮันเตอร์ เงินสดมาก่อน บริการมาทีหลัง และที่สำคัญที่สุด ห้ามส่งเสียงดังในขณะที่ผมกำลังใช้สมาธิในการคั่วข้าวให้เม็ดมันเรียงตัวสวยงาม มิฉะนั้น คิวของท่านจะถูกเลื่อนไปอยู่อันดับสุดท้าย... เข้าใจตรงกันนะ-คร้าบ?"
น้ำเสียงท้ายประโยคแม้จะฟังดูสุภาพเป็นทางการ แต่แววตาของเรนกลับเยียบเย็นเสียจนฮันเตอร์กลุ่มนั้นรีบพยักหน้ารัวๆ พร้อมกับควักถุงเงินยื่นให้อย่างรวดเร็วราวกับกลัวว่าพ่อครัวจะเปลี่ยนใจไม่ขายให้
ในมุมมืดของเสาหินอัคคีห่างออกไปไม่ไกลนัก เซร่า อาจารย์สาวผู้ทรงภูมิแห่งหอคอยเวทมนตร์โบราณ กำลังนั่งไขว่ห้างอยู่บนลังไม้ใส่หัวหอมใหญ่ มือเรียวบางข้างหนึ่งถือไม้เท้าอักขระที่กำลังเปล่งแสงเรืองรองเพื่อกางเขตอาคมพรางตาไม่ให้มอนสเตอร์เข้ามารบกวน แต่อีกมือหนึ่งกลับถือช้อนเงินสั่นระริก ดวงตาสสีมรกตคู่นั้นจ้องมองไปยังกระทะเหล็กหล่อไม่กะพริบ น้ำลายสอไหลรินลงมุมปากอย่างห้ามไม่อยู่
"เจ้าระบบบ้านี่... ทำไมวันนี้มันทำข้าทรมานเร็วกว่าปกติ..." เซร่าพึมพำกับตัวเอง ใบหน้าหวานล้ำบูดบึ้งด้วยความหิวโหยจนแทบจะร่ายเวทมนตร์ถล่มเพดานดันเจี้ยนทิ้งเสียให้รู้แล้วรู้รอด ถ้าไม่ใช่เพราะสัญญาปากเปล่าที่ว่า *'ถ้าอาละวาด จะอดกินข้าวผัดไข่สูตรพิเศษสามวัน'* ป่านนี้อสูรโลกันตร์แถบนี้คงกลายเป็นจุลไปนานแล้ว
เรนตักข้าวผัดไข่สีทองอร่ามที่เม็ดข้าวเคลือบด้วยไข่แดงและน้ำมันกระเทียมเจียวหอมกรุ่นลงในกระทงใบตอง ยื่นส่งให้ฮันเตอร์คนแรกด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจแบบบริการประทับใจ
"ข้าวผัดไข่พลังเวทพิเศษ ทานให้อร่อยและระวังลิ้นลวกนะครับท่าน... รายต่อไปเชิญครับ!"
เสียงประกาศเรียกคิวทำเอาฮันเตอร์ด้านหลังขยับตัวกรูเข้ามาด้วยความกระตือรือร้น บรรยากาศความตึงเครียดของดันเจี้ยนระดับ S-Rank มลายหายไปสิ้น เหลือเพียงกลิ่นหอมเย้ายวนของเนยและต้นหอมซอยที่ลอยฟุ้งไปทั่วห้องโถงมืดทึบ
ทว่า ในขณะที่เรกำลังจะหันไปหยิบไข่ไก่แผงใหม่ออกจากช่องเก็บของมิติ ภายในหัวของเขากลับมีเสียงแจ้งเตือนแปลกประหลาดที่ระบบไม่เคยแสดงมาก่อนดังขึ้น
*ติ๊ง!*
[คำเตือนจากระบบแกนกลางดันเจี้ยน: ตรวจพบความผิดปกติในชั้นที่ 43]
[ระดับภัยคุกคาม: เกินขีดจำกัดระบบ (Over-Limit)]
[เงื่อนไขการปลดล็อก: บอสลับแห่งยุคบรรพกาล 'การ์กอยล์โลหิตทมิฬ' ได้รับกลิ่นหอมของ 'ข้าวผัดไข่' และกำลังตื่นจากการจำศีล... มันกำลังมุ่งหน้ามายังร้านอาหารของคุณด้วยความโกรธแค้นที่ถูกรบกวน... และความอยากอาหาร?]
เรนชะงักมือที่กำลังถือตะหลิว รอยยิ้มการค้าบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะเมื่อสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนมหาศาลที่มาจากพื้นเบื้องล่าง พื้นหินแกรนิตใต้ฝ่าเท้าเริ่มปริแตกเป็นทางยาว ไอความร้อนสีแดงฉานพวยพุ่งขึ้นมาจากรอยแยก พร้อมกับเสียงคำรามกึกก้องที่สั่นสะเทือนไปถึงวิญญาณ
เซร่าลุกพรวดขึ้นจากลังไม้ทันที ไม้เท้าในมือสั่นสะท้อนรุนแรง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ
"เรน... เจ้าตัวข้างใต้นั่น... มันไม่ใช่แค่มอนสเตอร์ธรรมดา... มันคือ 'ผู้กล้าตกสวรรค์' ที่ถูกกลืนกินโดยมานาสีดำเมื่อเจ็ดร้อยปีก่อน!"
ก่อนที่เรนจะทันได้เอ่ยปากตอบโต้ เสียงฝีเท้าอันหนักหน่วงราวกับภูเขาถล่มก็ดังขึ้นประชิดหลังคาห้องโถง พร้อมกับแรงกดดันระดับ SSS ที่ทำให้ฮันเตอร์ทั้งสี่十二คนทรุดฮวบลงไปนอนกองกับพื้น กระจกเวทมนตร์รอบร้านแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ
ร่างมหึมาของเงาดำทะมืดที่มีปีกสีเลือดแผ่กว้างปก ภูראลทั้งห้อง ค่อยๆ ก้าวออกมาจากความมืด ดวงตาสสีแดงฉานจ้องมองตรงมาที่กระทะเหล็กหล่อในมือของเรน ก่อนที่มันจะสูดดมกลิ่นหอมฟุ้งในอากาศอย่างช้าๆ แล้วอ้าปากกว้างเปล่งเสียงพูดที่แหบพร่าราวกับมาจากขุมนรก
*"พ่อครัว... ข้าหลับไปเจ็ดร้อยปี... เพราะกลิ่นหอมนี่ใช่ไหมที่ปลุกข้า... ส่งข้าวผัดจานนั้นมาให้ข้าซะ ไม่งั้น... เจ้าและทุกคนที่นี่... จะต้องกลายเป็นวัตถุดิบในหม้อของข้า!"*
เรนกวาดสายตามองบอสลับระดับ SSS ที่สูงถึงสามเมตรตรงหน้า สลับกับมองกระทะในมือที่มีข้าวผัดเหลืออยู่เพียงครึ่งจานสุดท้ายพอดี... จานที่เขาตั้งใจจะทำให้เซร่า
ชายหนุ่มถอนหายใจยาวเหยียด ปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นพ่อค้าผู้ใจเย็นอีกครั้ง ก่อนจะยกตะหลิวชี้หน้าเจ้าอสูรบรรพกาลด้วยสายตานิ่งสงบ
"อยากกินเหรอครับ? ต่อแถวสิครับคุณลูกค้า... คิวที่สี่สิบสาม!"
ขอขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและสั่งอาหารในดันเจี้ยนไปพร้อมกัน แล้วพบกันใหม่ในตอนหน้าครับ!
พ่อครัวตัวตึงในดันเจี้ยนดุ กับอาจารย์สาวผู้หิวโหยตลอดกาล•ตอนที่ 13
เมื่อความหิวชนะความกลัว
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พ่อครัวตัวตึงในดันเจี้ยนดุ กับอาจารย์สาวผู้หิวโหยตลอดกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!