พ่อครัวตัวตึงในดันเจี้ยนดุ กับอาจารย์สาวผู้หิวโหยตลอดกาล•ตอนที่ 4

ทักษะลับ: เตาไฟนรก

ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
“ถ้าข้าบอกว่า ‘ไม่’ ล่ะ ท่านนักรบเลือดเดือด?” เรนเอ่ยทวนคำ เสียงของเขาเรียบสนing ท่ามกลางอุณหภูมิรอบตัวที่พุ่งสูงขึ้นจนน่าอึดอัด ไอร้อนจากเตาย่างหินภูเขาไฟสะท้อนกระทบกับแผ่นเกราะสีเลือดของชายร่างยักษ์ เกิดเป็นเงาบิดเบี้ยวทาบทับลงบนผนังหินสีดำสนิทของดันเจี้ยนชั้นที่สาม ในโลกของฮันเตอร์และระบบดันเจี้ยน กฎมีอยู่เพียงข้อเดียว—ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดคือผู้กำหนดกติกา แต่สำหรับเรนแล้ว กฎข้อเดียวที่เขาใส่ใจในยามนี้คือ ‘กฎแห่งความอร่อยและความคุ้มทุน’ ชายร่างยักษ์หัวנסในลำคอ เสียงนั้นดังสะท้อนก้องกังวานคล้ายเสียงหินบดกันในอุโมงค์ใต้พิภพ ดวงตาสีแดงฉานหรี่แคบลงจนเหลือเพียงเส้นตรง รังสีอำมหิตระดับมอนสเตอร์ระดับบอสแผ่พุ่งออกมาจนอากาศรอบตัวเกิดรอยร้าวเล็กๆ คล้ายกระจกแตก “กล้าดีนี่ เจ้ามนุษย์ตัวจ้อย… รู้ไหมว่ากลิ่นเนื้อที่เจ้ากำลังย่างอยู่นั้น มันคือ ‘เนื้อสันในวัวอัคนีทมิฬ’ ที่ข้าใช้เวลาล่ามาสามวันสามคืนในเขตแดนต้องห้าม แล้วเจ้า… กลับบังอาจนำมันมาทำเป็นอาหารเร่ร่อนขายข้างทางงั้นเรอะ!” เรนไม่สะทกสะท้าน มือข้างหนึ่งยังคงถือตะหลิวเหล็กกล้าที่เคลือบด้วยออร่าเวทมนตร์สีฟ้าจางๆ เขากวาดสายตามองสำรวจชายตรงหน้าอย่างรวดเร็ว—ระบบวิเคราะห์ (Appraisal) ทำงานอัตโนมัติในหัวสมองของอดีตฮันเตอร์ตกอับ *[เป้าหมาย: แม่ทัพโลหิต บารอน (Boss Class - ระดับ A+)]* *[สถานะ: หิวกระหาย, เสียเลือดจากการต่อสู้, อารมณ์แปรปรวน]* *[จุดอ่อน: กลิ่นหอมของเครื่องเทศ, สารอาหารประเภทไขมันและโปรตีนเข้มข้น]* “อ๋อ ที่แท้ก็เป็นเจ้าของวัตถุดิบเรเร่ร่อนนี่เอง” เรนคลี่ยิ้มบางๆ เป็นรอยยิ้มแบบพ่อค้าหน้าเลือดที่ผ่านการเจรจาธุรกิจมาโชกโชน “แต่ต้องขอโทษด้วยนะฃรับท่านบารอน วัตถุดิบชิ้นนี้ได้กลายมาเป็นทรัพย์สินของ ‘ร้านอาหารเคลื่อนที่เรน’ เรียบร้อยแล้วตามกฎแห่งดันเจี้ยน—ใครหยิบก่อนย่อมเป็นเจ้าของ หรือในกรณีนี้… ใครนำมาแปรรูปก่อน ย่อมมีสิทธิ์ขาดในตัวสินค้าครับ” “สามหาว!” บารอนคำรามลั่น เงื้อมือที่สวมถุงมือเหล็กหนาขึ้นหมายจะคว้าคอเสื้อของเรนให้แหลกคาคาบ ทว่า ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง… *แกร๊ง!* ประกายไฟสีเงินสว่างวาบขึ้นตัดผ่านความมืด มีดสั้นอักขระเวทโบราณเล่มหนึ่งพุ่งปักลงที่พื้นหินห่างจากเท้าของชายร่างยักษ์เพียงไม่กี่เซนติเมตร แรงกดดันอันเย็นเยียบและทรงพลังแผ่ซ่านออกมาจากมุมมืดของร้าน เซร่าขยับตัวเล็กน้อย นางยังคงนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเดิม ดวงตาสีไวน์แดงคู่นั้นมองตรงไปยังบารอนด้วยแววตาเรียบเฉย แต่กลับเต็มไปด้วยจิตสังหารที่กดดันยิ่งกว่าตัวมอนสเตอร์เสียอีก “เสียงดังหนวกหู… คนกำลังจะกินข้าว อย่าเสียมารยาทได้ไหม” เสียงหวานใสแต่เย็นยะเยือกเอ่ยขึ้น นางไม่ได้แม้แต่จะเงยหน้ามองคู่กรณีด้วยซ้ำ มือเรียวบางยังคงถือตะเกียบไม้รอคอยจานอาหารตรงหน้าอย่างใจจดใจจ่อ บารอนชะงักไปชั่วขณะ มันหันขวับไปมองหญิงสาวลึกลับที่นั่งอยู่มุมร้าน สัญชาตญาณของนักล่าระดับสูงกรีดร้องเตือนภัยทันทีว่ามนุษย์เพศหญิงร่างบางคนนี้อันตรายยิ่งกว่ากองทัพอัศวินเวทมนตร์ทั้งกองร้อย “แกเป็นใคร…” บารอนเค้นเสียงถาม “ลูกค้าประจำ” เซร่าตอบสั้นๆ “และถ้าแกยังทำลายบรรยากาศการกินของฉันล่ะก็… ฉันจะเปลี่ยนร่างของแกให้กลายเป็นปุ๋ยหมักสำหรับปลูกสมุนไพรในสวนหลังร้านซะ” บรรยากาศในร้านตึงเครียดจนแทบหยดเป็น5น้ำ เรนมองสถานการณ์ตรงหน้าอย่างรวดเร็ว นี่คือโอกาสทองในการเปลี่ยน ‘วิกฤต’ ให้เป็น ‘ยอดขายมหาศาล’ “ใจเย็นๆ กันก่อนทั้งสองท่านครับ!” เรนยกมือขึ้นห้ามพร้อมรอยยิ้มการค้า “เราเป็นพ่อค้า ไม่ใช่นักเลง การใช้กำลังมีแต่จะทำให้เสียบรรยากาศ และที่สำคัญ… มันทำให้เนื้อเสียรสชาติครับ!” เรนหันกลับไปที่เตาย่าง เขาสูดหายใจเข้าลึกๆ เพื่อเรียกความมั่นใจ ก่อนจะเอ่ยคำพูดที่ทำให้ทั้งบารอนและเซร่าต้องแปลกใจ “ในเมื่อท่านบารอนอุตส่าห์นำวัตถุดิบชั้นเลิศมาส่งให้ถึงที่ และคุณเซร่าก็รอคอยอาหารจานนี้ด้วยความคาดหวัง… ทำไมเราไม่มาตกลงกันด้วย ‘วิถีแห่งเชฟ’ ล่ะครับ?” “วิถีแห่งเชฟอะไรของแก?” บารอนขมวดคิ้ว เรนไม่ตอบด้วยคำพูด แต่เขาเลือกใช้การกระทำ *ติ๊ง!* *[ระบบแจ้งเตือน: ตรวจพบเงื่อนไขพิเศษ ผู้เล่นเรนกำลังเปิดใช้งานทักษะลับระดับสูง ‘เตาไฟนรก (Hellfire Kitchen)’]* สิ้นเสียงระบบ ร่างของเรนก็ถูกห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีฟ้าครามที่ลุกโชนขึ้นจากความว่างเปล่า อุณหภูมิรอบตัวไม่ได้ร้อนระอุจนเผาไหม้ผิวหนัง แต่กลับเป็นความร้อนที่พุ่งตรงเข้าสู่แก่นแท้ของวัตถุดิบ ทักษะ ‘เตาไฟนรก’ เป็นทักษะระดับตำนานที่ถูกปลุกขึ้นจากการผสมผสานระหว่างสัญชาตญาณพ่อครัวและความกดดันระดับวิกฤตในดันเจี้ยน ช่วยให้สามารถควบคุมความร้อนระดับปรมาณูเพื่อสกัดเอาน้ำหวานและกลิ่นหอมของเนื้อออกมาได้สูงสุด 100% โดยไม่สูญเสียคุณค่าทางโภชนาการแม้แต่น้อย เรนเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วราวกับร่ายรำ มือซ้ายหยิบเกลือสมุทรโบราณจากดันเจี้ยนชั้นลึก มือขวาคีบชิ้นเนื้อสันในวัวอัคนีทมิฬขึ้นมาวางบนตะแกรงเหล็กที่กำลังเรืองแสง *ซู่ซ่ากกก—!* เสียงไขมันของเนื้อสัมผัสกับความร้อนจัด กลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วทั้งชั้นดันเจี้ยน กลิ่นหอมที่มีทั้งความเข้มข้นของเนื้อวัวหมักบ่มและความเผ็ดร้อนของเครื่องเทศภูเขาไฟ ทำให้แม้แต่บารอนที่เกรี้ยวกราดเมื่อครู่ยังต้องกลืนน้ำลายลงคออย่างไม่รู้ตัว เซร่าเองก็เบิกตากว้างขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันโดยอัตโนมัติ กลิ่นนี้… มันเย้ายวนเกินกว่าที่ผู้ใช้อักขระเวทโบราณผู้โดดเดี่ยวจะทานทนได้ “ดูให้ดีนี่คือศิลปะ…” เรนพึมพำเบาๆ ดวงตาคมกริบจดจ้องทุกอณูของชิ้นเนื้อ เขาสาดซอสสูตรลับที่ปรุงจากน้ำผึ้งดันเจี้ยนและพริกไทยดำดาวตกกลงไป เปลวเพลิงสีฟ้าลุกวาบขึ้นโอบLล้อมชิ้นเนื้อไว้ภายในพริบตา *ติ๊ง!* *[การปรุงอาหารเสร็จสิ้น: ‘สเต็กเนื้อวัวอัคนีทมิฬย่างเตาไฟนรก’ (ระดับตำนาน)]* *[คุณสมบัติพิเศษ: เพิ่มพลังชีวิต 500 หน่วย, ฟื้นฟูมานาทันที 30%, และมอบสถานะ ‘ความฮึกเหิมแห่งราชัน’ เป็นเวลา 1 ชั่วโมง]* เรนจัดใส่จานกระเบื้องอย่างประณีต ราดด้วยซอสเกรวี่สีเข้มข้นที่ส่งควันกรุ่น กลิ่นหอมตลบอบอวลจนมอนสเตอร์ระดับต่ำที่ซ่อนอยู่ตามซอกหินรอบๆ ถึงกับวิ่งหนีเตลิดไป1ด้วยความหวาดกลัว เรนยกจานอาหารนั้นขึ้นมา วางไว้ตรงกลางโต๊ะระหว่างบารอนและเซร่า “ท่านบารอน… ท่านคือผู้หาวัตถุดิบ ส่วนคุณเซร่าคือผู้รอคอยด้วยใจจดจ่อ” เรนผายมือทั้งสองข้างด้วยรอยยิ้มสุภาพ “ในฐานะเชฟผู้สร้างสรรค์ ผมขอเสนอทางออก… จานนี้ แบ่งกันคนละครึ่งครับ โดยแลกกับการที่ท่านบารอนจะไม่ทำลายร้านของผม และคุณเซร่าจะช่วยปกป้องร้านนี้จากพวกมอนสเตอร์รอบนอกเป็นเวลาสามวัน” บารอนจ้องมองจานสเต็กตรงหน้า สลับกับมองหน้าเรน ดวงตาสีแดงฉานฉายแววลังเล ก่อนที่กลิ่นหอมอันเย้ายวนจะทำลายความตั้งใจทั้งหมดลง มันแค่นเสียงเบาๆ แล้วนั่งลงที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม “หึ… เจ้ามนุษย์ เจ้าฉลาดเป็นกรดจริงๆ ถือว่าข้อเสนอใช้ได้” เซร่าไม่พูดพร่ำทำเพลง นางใช้ตะเกียบหยิบชิ้นเนื้อเข้าปากทันที ดวงตาสีไวน์แดงเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง รสสัมผัสที่ละลายในปากและความชุ่มฉ่ำที่ระเบิดออกมาทำให้โลกทั้งใบราวกับหยุดหมุน เรนยืนมองภาพนั้นด้วยรอยยิ้มแห่งความสำเร็จ ภารกิจการเอาชีวิตรอดผ่านพ้นไปได้ด้วยดีด้วยไหวพริบและฝีมือการทำอาหาร ทว่า… ในขณะที่ทุกคนกำลังเคลิบเคลิ้มไปกับรสชาติอันยอดเยี่ยมนั้นเอง *ตึง! ตึง! ตึง!* พื้นดินของดันเจี้ยนชั้นที่สามสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงยิ่งกว่าเดิม เสียงคำรามต่ำที่ดังก้องไปถึงวิญญาณสะท้อนมาจากอุโมงค์เบื้องล่าง—อุโมงค์ส่วนลึกที่ถูกปิดตายมานานนับร้อยปี เรนขมวดคิ้วทันที ระบบในหัวส่งเสียงเตือนรัวเร็วจนแสบแก้วหู *[คำเตือนระดับ SSS: ตรวจพบการตื่น 0ของ ‘ราชันแห่งดันเจี้ยนชั้นที่สี่’ — โทรลล์โลหิตโบราณ]* *[เงื่อนไขพิเศษถูกกระตุ้น: กลิ่นหอมของอาหารระดับตำนานได้ดึงดูดบอสใหญ่แห่งชั้นลึกให้ขึ้นมาเยือนร้านค้าของคุณแล้ว!]* เรนหันไปมองทางปากทางเข้าอุโมงค์ ม่านหมอกสีดำทมิฬค่อยๆ แผ่ขยายเข้ามา พร้อมกับเงาร่างมหึมาที่สูงกว่าสามเมตรก้าวพ้นความมืดออกมา ดวงตาทั้งแปดคู่บนใบหน้าของมันจ้องมองตรงมาที่โต๊ะอาหารของเรนเป็นตาเดียว! ขอขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและสนับสนุน "พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน" เสมอมานะครับ
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พ่อครัวตัวตึงในดันเจี้ยนดุ กับอาจารย์สาวผู้หิวโหยตลอดกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%