เสียงสะท้อนของตะหลิวเหล็กกล้าที่กระทบเข้ากับกระทะเหล็กหล่อหนาเจ็ดมิลลิเมตรดัง *เคร้ง!* กังวานก้องไปทั่วห้องโถงชั้นสามของดันเจี้ยนเขาวงกตอัคคี ควันสีขาวนวลพร้อมกลิ่นหอมหววนของกระเทียมเจียวและน้ำปลาชั้นดีพวยพุ่งตัดผ่านอากาศร้อนระอุที่มีอุณหภูมิสูงกว่าห้าสิบองศาเซลเซียส เบื้องหน้าของเรนคือเตาเวทมนตร์พลังงานมานาแกนกลางของมอนสเตอร์ระดับบอส ซึ่งถูกดัดแปลงให้กลายเป็นเตาฟู่ความดันสูงสำหรับทำอาหารโดยเฉพาะ
"ความร้อนระดับนี้... ถ้าใช้ไฟแรงเกินไปอีกแค่สามวินาที ไข่ขาวจะด้านและสูญเสียความชุ่มชื้นทันที"
เรนพึมพำกับตัวเอง มือขวาตวัดกระทะรับเมล็ดข้าวสวยที่ผ่านการหุงด้วยน้ำซุปกระดูกมังกรและแช่เย็นจัดจนร่วนเป็นเม็ดสวย ข้อมือของเขาหมุนวนอย่างแม่นยำตามหลักฟิสิกส์ของการกระจายความร้อน ทุกการสะบัดข้อมือไม่ใช่แค่การผัดอาหารแบบคนทั่วไป แต่เป็นการคำนวณแรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางเพื่อให้ไข่ไก่เคลือบเม็ดข้าวทุกเม็ดอย่างสมบูรณ์แบบ ทักษะ [พ่อครัวผู้พิชิตดันเจี้ยน เลเวล 34] ของระบบส่งเสียงแจ้งเตือนเบาๆ ในหัว เพื่อยืนยันว่าสัดส่วนของมานาในอาหารจานนี้ได้มาตรฐานระดับพรีเมียม
แต่บรรยากาศอันเงียบสงบและกลิ่นอายของครัวเฉพาะกิจกลับถูกทำลายลงด้วยความผิดปกติที่เรนสัมผัสได้จากมุมมืดของห้องโถง
โต๊ะไม้ตัวยาวริมผนังศิลาแลง เซร่า อาจารย์สาวผู้ใช้อักขระเวทโบราณ นั่งนิ่งสนิทผิดจากวิสัยปกติ สัญชาตญาณนักล่าและฮันเตอร์ระดับสูงบอกเรนทันทีว่า หญิงสาวไม่ได้กำลังรอคอยข้าวผัดไข่หอมๆ เหมือนทุกครั้ง มือเรียวบางที่เคยหยิบจับตำราเวทมนตร์อันลึกล้ำ กำลังกำกระดาษแผ่นเล็กๆ สีดำสนิทแน่นจนข้อต่อปลายนิ้วขาวซีด
กระดาษแผ่นนั้นไม่มีอยู่บนโต๊ะเมื่อสิบนาทีที่แล้ว มันปรากฏขึ้นเองอย่างไร้ร่องรอย ไร้ซึ่งกลิ่นอายมานาของการเคลื่อนย้ายพริบตา และเหนือสิ่งอื่นใด... ตราประทับขี้ผึ้งสีแดงเลือดนกรูป 'วงแหวนกางเขนหัก' ที่ผนึกจดหมายฉบับนั้นไว้ คือเครื่องหมายที่เรนเคยเห็นในบันทึกความทรงจำอันมืดมนของสมาคมฮันเตอร์
มันคือตราประทับของ 'สำนักอักขระเวทหลวงแห่งอาณาจักรชั้นใน'
"ข้าวผัดไข่มังกรเพลิงเสร็จแล้วครับ... เซร่า?" เรนวางจานกระเบื้องเคลือบสีขาวลงตรงหน้า ควันร้อนกรุ่นลอยขึ้นพร้อมกลิ่นหอมที่กระตุ้นน้ำย่อย แต่เจ้าของดวงตาสีมรกตคู่สวยกลับไม่ได้เหลือบแลจานอาหารตรงหน้าเลยแม้แต่น้อย
เซร่าเงยหน้าขึ้นช้าๆ แววตาที่เคยมีความเรียบเฉยและประกายระยิบระยับยามเมื่อนึกถึงของกิน บัดนี้กลับว่างเปล่าและเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก ความเงียบงันปกคลุมพื้นที่รอบตัวเขาทั้งคู่จนเสียงคำรามของมอนสเตอร์ชั้นล่างยังดูไกลออกไป
"เรน..." เสียงของเธอแหบพร่ากว่าปกติเล็กน้อย มันไม่ใช่เสียงออดอعอ้อนขอเพิ่มปริมาณเนื้อสัตว์เหมือนทุกครั้ง แต่เป็นน้ำเสียงที่แบกรับน้ำหนักบางอย่างที่แม้แต่มหาเวทบทใหญ่ก็ไม่อาจเทียบเท่า "ร้านอาหารชั่วคราวของนาย... คงต้องปิดทำการเร็วกว่ากำหนดเสียแล้ว"
เรนหรี่ตาลงเล็กน้อย สมองอันรวดเร็วของอดีตฮันเตอร์คำนวณสถานการณ์รอบด้านทันที เขาใช้ทักษะ [วิเคราะห์สภาพแวดล้อม] กวาดสายตามองไปรอบห้องโถง ไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ไม่มีศัตรูแฝงตัว แต่พลังงานรอบตัวของเซร่ากำลังแปรปรวน อักขระเวทสีทองจางๆ ที่ปกติจะซ่อนอยู่ใต้ผิวหนังบริเวณต้นคอของเธอกำลังเรืองแสงวาบขึ้นมาเองโดยปราศจากการควบคุม มันคือกลไกป้องกันตัวอัตโนมัติเมื่อเจ้าตัวตกอยู่ภายใต้ความกดดันทางจิตใจระดับสูง
"จดหมายฉบับนั้น... มีเนื้อหาว่าอย่างไรหรือครับ" เรนถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความตื่นตระหนก แต่แววตาคมกริบจ้องมองอีกฝ่ายอย่างพินิจพิจารณา "ในฐานะเจ้าของร้านอาหาร และผู้ร่วมลงทัณฑ์มอนสเตอร์ในชั้นนี้ด้วยกัน ผมคิดว่าผมมีสิทธิ์ที่จะรู้ว่าทำไมลูกค้าวีไอพีถึงทำท่าทางเหมือนกำลังจะเดินไปสู่ลานประหารเช่นนี้"
เซร่าแค่นหัวเราะเบาๆ ในลำคอ รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นบนริมฝีปากบาง "นายคิดว่าฉันเป็นแค่หญิงสาวที่วันๆ เอาแต่ตาม 'กิน' อาหารฝีมือเธออย่างเดียวงั้นหรือ เรน? นายประเมินตัวตนของฉันต่ำเกินไป... และในขณะเดียวกัน นายก็ประเมินอันตรายที่กำลังคืบคลานเข้ามาหาตัวนายเองต่ำเกินไปเช่นกัน"
เธอยื่นกระดาษสีดำแผ่นนั้นมาวางไว้กลางโต๊ะ ข้าวผัดไข่มังกรเพลิงส่งกลิ่นหอมกรุ่นตัดกับความมืดมนของกระดาษแผ่นนั้นอย่างสิ้นเชิง
เรนก้มลงมองอักษรเวทที่เขียนด้วยหมึกสีเงินยวงบนกระดาษ ข้อความสั้นๆ แต่กะทัดรัดและเด็ดขาดถูกสลักไว้ด้วยลายมือที่ทรงพลัง:
*‘ถึง อาจารย์เซร่า ผู้ทรยศต่อกฎแห่งวงแหวน... เวลาสิบปีแห่งการหลบหนีในดันเจี้ยนชายขอบสิ้นสุดลงแล้ว จงกลับมารับโทษทัณฑ์ ณ มหานครแห่งพันธสัญญาภายในสามวัน มิฉะนั้น... ผู้ชายที่ทำหน้าที่เป็นพ่อครัวข้างกายท่านเวลานี้ จะต้องชดใช้ด้วยอวัยวะทุกชิ้นที่สูญสลายไปทีละส่วน’*
ไม่มีชื่อผู้ส่ง แต่ร่องรอยพลังมานาที่ตกค้างบนตัวกระดาษคือหลักฐานชั้นดีว่า ผู้ส่งสารอยู่ไม่ไกลจากบริเวณนี้... และพวกมันกำลังจับตาดูทุกความเคลื่อนไหวผ่านกระจกเงาแห่งเนตรทิพย์
เรนเงียบไปอึดใจหนึ่ง ความตึงเครียดแผ่ซ่านไปทั่วกล้ามเนื้อทุกมัด เขาไม่ได้หวาดกลัว แต่สัญชาตญาณนักธุรกิจและนักเอาvรอดกำลังประเมินต้นทุนและกำไร หากเซร่าถูกบังคับให้กลับไป แปลว่าดันเจี้ยนชั้นนี้จะสูญเสียแนวหน้าผู้ทรงพลังไปหนึ่งคน และร้านอาหารของเขาจะต้องสูญเสียลูกค้ากระเป๋าหนักที่จ่ายค่าอาหารด้วยวัตถุดิบระดับแรร์
"ขู่กันน่าดูเลยนี่ครับ" เรนเอ่ยขึ้น มุมปากหยักยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเยือกเย็นและความท้าทายแบบที่เซร่าไม่เคยเห็นมาก่อน "สามวันงั้นหรือ? พวกมันคงคิดว่าการส่งจดหมายขู่มาในระหว่างที่เรากำลังกินข้าว จะทำให้เราสูญเสียรสชาติของอาหารไปสินะ"
"นายไม่เข้าใจ เรน!" เซร่าสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเห็นแววตาของชายหนุ่ม "คนพวกนั้นไม่ใช่ฮันเตอร์กิลด์กระจอกๆ ที่นายเคยเจอในเมือง พวกมันคือหน่วยสืบสวนลับแห่งสภาอักขระเวท... อำนาจของพวกมันสามารถลบดันเจี้ยนระดับ S ทั้งหมดออกจากแผนที่ได้ด้วยการร่ายเวทเพียงครั้งเดียว! ฉันต้องไป... ฉันไม่ต้องการให้พวกมันเข้ามาเกี่ยวข้องกับที่นี่"
เซร่าลุกขึ้นยืนพรวด แรงกดดันจากมานาของเธอระเบิดออกจนเศษฝุ่นรอบตัวลอยคว้าง อักขระเวทสีทองบนแขนซ้ายของเธอสطวสว่างจ้าเตรียมพร้อมสำหรับการเคลื่อนย้ายพริบตาหนีไปยังจุดที่ไกลที่สุด
ทว่า เรนกลับขยับตัวเร็วกว่า มือหนาคว้าข้อมือของเซร่าไว้ด้วยแรงที่พอเหมาะ ไม่แน่นจนเกินไปแต่เด็ดเดี่ยวพอที่จะหยุดการเคลื่อนไหวของเธอได้ทันที
"ปล่อยฉันนะ เรน!" เซร่าหันมาตวาด ดวงตาสีมรกตวาวโรจน์ด้วยความโกรธและ... ความหวาดกลัวที่ถูกซ่อนไว้ลึกที่สุด
"ผมยังไม่ได้บอกให้คุณไปไหนเลยนะครับ เซร่า" เรนสบตาเธอนิ่ง น้ำเสียงทุ้มนุ่มแต่หนักแน่นก้องกังวานในความเงียบ "ในฐานะพ่อครัว... ผมไม่มีวันยอมให้ลูกค้าต้องเดินออกจากร้านไปทั้งๆ ที่ยังกินอาหารไม่หมดจาน และในฐานะเพื่อนร่วมทาง... ผมไม่มีนิสัยชอบปล่อยให้ใครมาข่มขู่ถึงถิ่นโดยไม่เอาคืน"
เรนใช้มืออีกข้างหยิบช้อนสักคำตักข้าวผัดไข่มังกรเพลิงที่ยังร้อนกรุ่นขึ้นมาเป่าเบาๆ แล้วยื่นไปตรงหน้าเธอ
"กินให้หมดจานนี้เสียก่อน... แล้วเราค่อยมาคิดดูกันว่า ระหว่างสภาอักขระเวทผู้ยิ่งใหญ่ กับพ่อครัวดันเจี้ยนผู้ตระเตรียมมื้ออาหาร ใครกันแน่ที่จะต้องเป็นฝ่ายคายความพ่ายแพ้ออกมา"
เซร่ามองช้อนในมือเรนสลับกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจของชายหนุ่ม ริมฝีปากของเธอกำลังสั่นเทาเล็กน้อยก่อนที่เธอจะเม้มแน่น
ทันใดนั้นเอง... พื้นศิลาเบื้องล่างก็สั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนจานข้าวผัดสั่นกระกระดอน เสียงคำรามกึกก้องที่ไม่ได้มาจากมอนสเตอร์ในดันเจี้ยน แต่เป็นเสียงระเบิดเวทมนตร์จากชั้นบนสุด ดังทะลวงผ่านเพดานหินลงมา
*ตูมมม!*
กำแพงหินแกร่งด้านทิศเหนือแตกละเอียดเป็นเสี่ยงๆ ฝุ่นควันตลบอบอวล และท่ามกลางกลุ่มควันที่ค่อยๆ จางลง เงาร่างของบุคคลสามคนในชุดคลุมสีดำสนิทพร้อมหน้ากากเงินลายวงแหวนกางเขนหัก ก็ก้าวเท้าเหยียบย่างเข้ามาสู่ห้องโถง พร้อมกับแรงกดดันระดับมหาเวทที่ทำให้หายใจแทบไม่ออก
"พบเป้าหมายแล้ว... และดูเหมือนว่า 'แมลง' ที่บังอาจมาร่วมโต๊ะ ก็อยู่ที่นี่ด้วยเช่นกัน" เสียงแหบแห้งเย็นยะเยือกดังขึ้นจากเงาดำนั้น
เรนค่อยๆ วางช้อนลงช้าๆ เขาปัดเศษฝุ่นที่เกาะอยู่บนเสื้อกันเปื้อนสีขาวอย่างใจเย็น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับผู้มาเยือนทั้งสามด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลิ้มรสความตื่นเต้นไปกับร้านอาหารในดันเจี้ยนของเราด้วยกันนะครับ
พ่อครัวตัวตึงในดันเจี้ยนดุ กับอาจารย์สาวผู้หิวโหยตลอดกาล•ตอนที่ 25
อาจารย์สาวถูกเรียกตัวกลับ
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พ่อครัวตัวตึงในดันเจี้ยนดุ กับอาจารย์สาวผู้หิวโหยตลอดกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!