คมดาบสีดำสนิทหวือผ่านปลายจมูกของเรนไปเพียงมิลลิเมตรเดียว แรงลมจากการตวัดดาบนั้นทรงพลังจนกรีดเส้นผมสีดำสนทนาของเขาให้ขาดวิ่น และสร้างรอยแผลบางเฉียบที่ข้างแก้มซ้าย หยดเลือดสีแดงสดซึมออกมาปะทะกับไอความเย็นเยียบของดันเจี้ยนชั้นที่เจ็ด
"ช้าไป..."
เรนคิดในใจอย่างรวดเร็ว สมองประมวลผลด้วยความเร็วสูงภายใต้สถานการณ์เป็นตายเท่ากัน ดาบเล่มนั้นไม่ได้มาจากศัตรูที่ไหนไกล แต่มันคือการทดสอบจาก ‘ระบบรักษาความปลอดภัยอัตโนมัติ’ ของเขตหวงห้ามระดับบอส ซึ่งเขาจงใจเดินล้ำเส้นเข้ามาเพื่อจุดประสงค์บางอย่าง
เขากลิ้งตัวหลบไปตามพื้นหินขรุขระอย่างไม่ใส่ “มาด” ของสุภาพบุรุษนัก สองมือยังคงกระชับกระเป๋าเดินทางสแตนเลสสตีลใบใหญ่ที่บรรจุวัตถุดิบและอุปกรณ์ทำครัวครบชุด เสียงโลหะกระทบพื้นดัง *เคร้ง!* สะท้อนก้องไปทั่วห้องโถงกว้างที่ถูกปกوด้วยหมอกทึบสีม่วงเข้ม
เบื้องหน้าของเขาคือ ‘โกเล็มอัคคีทมิฬ’ มอนสเตอร์ระดับบอสประจำชั้นที่สูงกว่าสามเมตร ร่างกายของมันประกอบขึ้นจากแร่เหล็กอัคนีและผลึกมานาที่กำลังลุกโชนด้วยเปลวเพลิงสีฟ้า แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่เรนกังวล... สิ่งที่เขากำลังมองหาคือ ‘จุดอับสายตา’ ของระบบตรวจจับมานาต่างหาก
"ถ้าขยับไปทางซ้ายอีกสองก้าว แรงดันมานาจากผลึกบนเพดานจะหักล้างกันเอง... และนั่นจะทำให้ช่องว่างของเกราะพลังงานเปิดออกเป็นเวลาสามวินาทีถ้วน" เรนพึมพำกับตัวเอง ดวงตาคมกริบกวาดมองสภาพแวดล้อมอย่างรอบคอบ ระบบ World-building ของดันเจี้ยนแห่งนี้ไม่ได้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อฆ่าล้างผลาญอย่างไร้เหตุผล แต่มันมี “ตรรกะ” และ “กฎเกณฑ์” ที่สามารถแฮกได้ด้วยความรู้ทางด้านฟิสิกส์เวทมนตร์และหลักการทำอาหาร
ในจังหวะนั้นเอง ร่างเงาสสายหนึ่งก็พุ่งวาบผ่านหน้าเขาไปราวกับภูตผี
*ฉับ!*
ประกายแสงสีเงินยวดยาววาบตัดผ่านอากาศอย่างไร้ซุ่มเสียง เซร่า อาจารย์สาวลึกลับผู้สวมชุดคลุมขาดรุ่งริ่งปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ เท้าเรียวเล็กแตะลงบนไหล่ของโกเล็มอัคคีทมิฬอย่างแผ่วเบาราวกับขนนก มือขวาของเธอกำกพัดโบราณที่สลักอักขระเวทสีทองเรืองแสงจางๆ
"เกะกะ..." เสียงหวานเย็นเยียบเอ่ยขึ้นเบาๆ แต่ทรงพลังพอกดดันให้บรรยากาศรอบตัวลดฮวบลงจนเกิดเกล็ดน้ำแข็งบางๆ เกาะตามผนังหิน "เจ้าพวกเศษเหล็กนี่... กล้าดียังไงมาขัดขวางเวลาอาหารว่างของฉัน"
เรนลอบกลืนน้ำลายฝืดคอ แม้จะคุ้นเคยกับการที่หญิงสาวสติหลุดทุกครั้งเมื่อหิว แต่ความรุนแรงระดับทำลายล้างนี้ก็ยังทำให้เขาต้องระแวดระวังทุกฝีก้าว เซร่าไม่ใช่แค่นักเวทธรรมดา เธอกำลังใช้พลังงานมานาเพื่อ “ดมกลิ่น” น้ำซุปกระดูกมังกรที่เขาเคี่ยวไว้ในกระเป๋าเป้ต่างหาก
"อาจารย์เซร่า ใจเย็นก่อนครับ! ถ้าพังห้องโถงนี้เละเทะ วัตถุดิบชั้นดีที่อยู่ใต้แท่นบูชาก็จะเสียหายไปด้วยนะครับ" เรนตะโกนเตือนสติ พร้อมกับดีดตัวลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นตามเสื้อผ้าอย่างใจเย็น ราวกับว่าเมื่อครู่ไม่ได้เพิ่งเฉียดตายจากคมดาบของบอสมาหมาดๆ
เซร่าหันขวับมามองเขา ดวงตาสีอำพันคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความหิวกระหาย เส้นผมสีเงินยุ่งเหยิงปรกลงมาเคลียแก้มขาวซีด "ถ้างั้น... นายก็รีบกางร้านของนายซะทีสิ เรน! กลิ่นมันฟุ้งไปหมดจนฉันควบคุมสมาธิไม่ได้แล้วนะ!"
นี่คือแผนการที่เรนคิดทบทวนมาตลอดสามวันสามคืน... การเปิดร้านอาหารในดันเจี้ยนทั่วไปมันปลอดภัยเกินไป กำไรน้อย และพวกฮันเตอร์ระดับล่างมักจะเรื่องมาก แต่ถ้าเขา “ย้ายร้านมาตั้งในจุดที่อันตรายที่สุด” ใกล้กับรังของบอสและเขตแดนต้องห้าม ลูกค้าที่จะเข้ามาได้จะต้องเป็นฮันเตอร์ระดับสูงกระเป๋าหนัก หรือไม่ก็เป็นพวกบ้าคลั่งการต่อสู้ที่พร้อมจ่ายเงินมหาศาลแลกกับอาหารฟื้นฟูพลังงานระดับพรีเมียม
เรนสูดหายใจเข้าลึกๆ กวาดสายตามองพื้นที่รอบกาย ห้องโถงกว้างนี้มีภูมิประเทศที่ได้เปรียบ ฐานหินแกรนิตหนาแน่นช่วยเก็บความร้อน และมีกระแสลมมานาหมุนเวียนในทิศทางทวนเข็มนาฬิก, ซึ่งเหมาะอย่างยิ่งสำหรับการตั้งเตาย่างบาร์บีคิว
"เอาล่ะครับ..." เรนแย้มยิ้มมุมปาก รอยยิ้มของพ่อค้าผู้กุมความลับทั้งหมดของดันเจี้ยนปรากฏขึ้น "ในเมื่อแขกผู้มีเกียรติพร้อมแล้ว พ่อค้าคนนี้ก็ขอประกาศเปิด 'ร้านอาหารสาขาพิเศษ: ณ ปลายดาบมรณะ' อย่างเป็นทางการ ณ บัดนี้ครับ"
เขาสะบัดมือเปิดใช้งาน [ระบบบริหารร้านค้าดันเจี้ยน] แสงสีฟ้าใสปรากฏขึ้นเป็นจอโฮโลแกรมตรงหน้า โครงสร้างร้านอาหารแบบพกพาถูกกางออกอย่างเป็นระเบียบ โต๊ะไม้โอ๊กสีเข้ม เก้าอี้เบาะนุ่ม และป้ายร้านไม้แกะสลักกลิ่นอายโบราณตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังของบอสโกเล็มที่เพิ่งถูกเซร่าจัดการจนแน่นิ่ง
กลิ่นหอมกรุ่นของ “ข้าวผัดไข่กระเทียมดำผสมมันมอนสเตอร์ระดับราชา” เริ่มส่งกลิ่นเย้ายวนทะลุผ่านฝาหม้อสแตนเลสออกมา ลอยอบอวลไปทั่วทั้งชั้นเจ็ด ดึงดูดสายตาของมอนสเตอร์ตัวอื่นๆ ที่แอบซุ่มอยู่ในความมืดให้เริ่มขยับเข้าใกล้
เซร่าทรุดตัวลงนั่งที่โต๊ะตัวโปรดอย่างรวดเร็วดุจสายฟ้าฟาด มือเรียวยาวเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเร่งเร้า "หนึ่งที่... ไม่สิ สามที่! เอาเนื้อส่วนซี่โครงของโกเล็มเมื่อกี้มาทำเป็นเมนูปิ้งย่างด้วย เรน นายรู้ใช่ไหมว่าฉันเกลียดการรอนานที่สุด?"
เรนหัวเราะในลำคอเบาๆ พลางผูกผ้ากันเปื้อนสีขาวสะอาดตา "ทราบแล้วครับอาจารย์... รับรองว่ามื้อนี้คุ้มค่ากับการเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่แน่นอนครับ"
ทว่า ในขณะที่บรรยากาศกำลังเปลี่ยนจากสนามรบเป็นภัตตาคารสุดหรูชั่วคราว เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่เรนไม่ได้ยินมานานก็ดังขึ้นในโสตประสาท เสียงนั้นไม่ใช่เสียงแจ้งเตือนการขายสินค้าปกติ แต่มันเป็นเสียงโลหะเสียดสีกันอย่างรุนแรง บ่งบอกถึงระดับอันตรายขั้นวิกฤต
*[แจ้งเตือนระบบ: ตรวจพบการแทรกแซงจากสิ่งมีชีวิตภายนอกดันเจี้ยน]*
*[คำเตือน: เขตพื้นที่ 7-B ถูกผนึกด้วยอาคมระดับ SSS]*
*[เงื่อนไขพิเศษถูกกระตุ้น: "ผู้หลับใหลแห่งก้นบึ้ง" ได้รับกลิ่นอายอาหาร และกำลังตื่นขึ้นจากการจำศีลพันปี...]*
เรนที่กำลังถือตะหลิวสแตนเลสถึงกับชะงักค้างกลางอากาศ รอยยิ้มบนใบหน้าแข็งค้างไปชั่วขณะ เมื่อเงาดำขนาดมหึมาเริ่มผุดขึ้นจากพื้นดินเบื้องหลังโต๊ะของเซร่า แรงสั่นสะเทือนระดับแผ่นดินไหวทำให้แก้วน้ำบนโต๊ะสั่นระริกจนน้ำกระฉอก
เซร่าชะงักตะเกียบในมือ ดวงตาสีอำพันหันขวับไปมองด้านหลังทันที รังสีอำนาจกดดันระดับที่ทำให้แม้แต่อาจารย์สาวผู้แข็งแกร่งยังต้องขมวดคิ้วมุ่น
---
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่แวะเวียนมาลิ้มรสความอร่อยท่ามกลางความตายในตอนนี้นะครับ
พ่อครัวตัวตึงในดันเจี้ยนดุ กับอาจารย์สาวผู้หิวโหยตลอดกาล•ตอนที่ 11
แผนซ้อนแผน: การเปิดขายสาขาในจุดอันตราย
ผลงานโดย พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (พ่อค้าอาหารแห่งดันเจี้ยน)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง พ่อครัวตัวตึงในดันเจี้ยนดุ กับอาจารย์สาวผู้หิวโหยตลอดกาล นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!