"เจ้าคิดว่ารอยมลทินในเส้นชีพจรที่แหลกเหลวของเจ้า คือบทลงทัณฑ์จากสวรรค์งั้นหรือ? ช่างเป็นความคิดที่ไร้เดียงสานัก เจ้าเด็กโง่"
เสียงทุ้มต่ำดังก้องกังวานภายในห้วงจิตที่มืดมิดประดุจมหาสมุทรไร้ก้นบึ้ง หลี่มู่เฉินไม่ได้ลืมตาขึ้นมาทันที เขานิ่งงันอยู่ท่ามกลางความว่างเปล่า ปล่อยให้ความเจ็บปวดจากการถูกทอดทิ้งในร่างของศิษย์สวะผู้นี้ไหลผ่านกายไปดุจสายน้ำที่หล่อเลี้ยงเขื่อนพังทลาย
ในโลกแห่งจิตวิญญาณที่ซ้อนทับ ร่างกายของเขานั่งขัดสมาธิอยู่บนปทุมมาศสีหม่นเบื้องหน้าเขามีเงาร่างเลือนรางของบุรุษผู้หนึ่งในชุดคลุมยาวสีครามเข้ม ดวงตาของคนผู้นั้นคมกล้าดุจกระบี่ที่เพิ่งผ่านการเจียระไนจากเปลวเพลิงนรก
"เจ้าเป็นใคร" หลี่มู่เฉินถาม น้ำเสียงของเขาราบเรียบไร้ความตื่นตระหนก แม้เขาจะรู้ดีว่านี่คือจิตสำนึกที่หลงเหลือของร่างเดิมที่เขาอาศัยอยู่ แต่ทว่าความลึกล้ำของวิญญาณดวงนี้กลับเกินกว่าที่ปุถุชนพึงมี
"ข้าคือจุดเริ่มต้นและจุดจบของวิถีกระบี่ที่เจ้ากำลังแสวงหา" เงาร่างนั้นหัวเราะเบาๆ ก่อนจะสะบัดมือเบาๆ ห้วงมิติรอบตัวก็พลันบิดเบี้ยว กลายเป็นทุ่งสังหารที่เต็มไปด้วยเศษซากกระบี่หักพังนับหมื่นเล่ม "เจ้าแสวงหาสิ่งใด? พลังอำนาจเพื่อล้างแค้น หรือการหลุดพ้นจากโซ่ตรวนแห่งโชคชะตา?"
หลี่มู่เฉินลุกขึ้นยืน แววตาของเขาสะท้อนความเย็นชาที่ผ่านการกรำศึกมานับพันปี "ข้าไม่สนลิขิตฟ้า หากฟ้าลิขิตให้ข้าเป็นสวะ ข้าจะกระชากฟ้าลงมาตบให้หน้าหัน แล้วเขียนเส้นทางใหม่ด้วยกระบี่ในมือข้าเอง"
เงาร่างนั้นชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะก้องกังวาน "ดี! ช่างโอหังนัก! เช่นนั้นจงดูให้ดี... กระบี่ไร้ลักษณ์ ไม่ใช่กระบี่ที่ถืออยู่ในมือ แต่มันคือลมหายใจ คือความว่างเปล่า และคือตัวตนที่ไม่มีอยู่จริง!"
ทันใดนั้น เศษซากกระบี่นับหมื่นพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า ก่อตัวเป็นพายุหมุนอักขระเวทสีทองอร่าม หลี่มู่เฉินรู้สึกได้ถึงความร้อนระอุที่ไหลเวียนผ่านเส้นชีพจรที่เคยแห้งเหือด มันมิใช่ปราณเวททั่วไป แต่มันคือ 'ปราณจิตบรรพกาล' ที่สาบสูญไปนานนับหมื่นปี ทุกจังหวะที่ปราณเคลื่อนผ่าน ร่างกายที่เป็นดั่งภาชนะผุพังของเขาก็ถูกหล่อหลอมใหม่ทีละส่วนด้วยความเจ็บปวดที่แสนสาหัส
ขณะเดียวกัน ในโลกภายนอก ณ หอตำราสวรรค์อันเงียบสงัด เซียนจื่อเวยยืนนิ่งอยู่หน้าหน้าต่างแก้วผลึก ดวงตาสีมรกตของนางเหม่อมองไปยังหอพักศิษย์สายนอกที่ตั้งอยู่ไกลออกไป กลิ่นอายพลังที่ปั่นป่วนอย่างประหลาดทำให้คิ้วเรียวสวยของนางขมวดมุ่น
"ปราณสวรรค์สะเทือน... หรือว่าคำพยากรณ์นั่นจะเป็นจริง?" นางพึมพำ น้ำเสียงที่เคยเย็นชาดุจน้ำแข็งกลับมีความหวั่นไหวแฝงอยู่เบาบาง นิ้วเรียวของนางดีดผ่านอากาศเป็นอักขระเวทแสงสีเงินจางๆ ก่อนจะจางหายไปในความมืด
เซียนจื่อเวยตัดสินใจก้าวเท้าออกไป ความเร็วของนางดุจสายลมที่มองไม่เห็น พริบตาเดียวร่างอันสูงศักดิ์ก็ปรากฏกายอยู่หน้าเรือนพักของหลี่มู่เฉิน นางสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลที่แผ่ออกมาจากร่างของชายหนุ่มที่กำลังนั่งหลับตาอยู่ภายใน
'เขากำลังทำอะไร? การบำเพ็ญเพียรเช่นนี้ หากพลาดไปเพียงเสี้ยวเดียว จิตวิญญาณย่อมแตกสลาย...'
นางตัดสินใจผลักประตูเข้าไปโดยไม่ลังเล แต่ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้ากลับทำให้ลมหายใจของนางติดขัด หลี่มู่เฉินไม่ได้นั่งบำเพ็ญตามปกติ รอบกายของเขามีไอสีเทาดำหมุนวนคล้ายคมมีดที่เฉือนมิติอากาศให้บิดเบี้ยว และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... เหนือหัวของเขามีวิญญาณกระบี่เล่มหนึ่งที่โปร่งใสจนเกือบมองไม่เห็นกำลังหมุนคว้างอยู่
หลี่มู่เฉินค่อยๆ ลืมตาขึ้น แววตาของเขาเปลี่ยนไปแล้ว มันไม่ใช่ดวงตาของศิษย์สวะผู้อ่อนแออีกต่อไป แต่เป็นดวงตาที่คมกริบดุจกระบี่บรรพกาลที่พร้อมจะตัดผ่านทุกสรรพสิ่ง
"เจ้ามาทำไม" เสียงของเขาเปลี่ยนไป มีความอำนาจและเย็นยะเยือกเสียจนเซียนจื่อเวยถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง
"เจ้า... เจ้าไม่ใช่เจ้า" เซียนจื่อเวยกล่าวเสียงสั่น นางก้าวถอยหลังไปหนึ่งก้าวขณะที่มือขวากุมด้ามกระบี่ข้างเอวไว้แน่น "เจ้าคือใครกันแน่?"
หลี่มู่เฉินลุกขึ้นยืน กลิ่นอายรอบตัวพลันสงบนิ่งลงอย่างรวดเร็วจนน่าประหลาด เขามองนางด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะก้าวเข้าไปหาจนระยะห่างระหว่างทั้งสองเหลือเพียงลมหายใจกั้น
"ข้าคือผู้ที่สลักนามตนเองลงบนเส้นทางนี้..." เขาเว้นจังหวะ ก่อนจะเอื้อมมือไปคว้าข้อมือของนางที่กำลังสั่นน้อยๆ "และเจ้า... คือคนแรกที่ข้าจะพิสูจน์ให้เห็นว่า ความเชื่อของเจ้ามันผิดมหันต์เพียงใด"
ทันใดนั้น เสียงฟ้าร้องคำรามก้องไปทั่วทั้งนิกาย ประตูหอตำราสวรรค์ที่ปิดตายมานานนับร้อยปีพลันเปิดออกเองด้วยแรงปะทะของปราณที่พุ่งออกมาจากร่างของหลี่มู่เฉิน สายฟ้าสีม่วงฟาดลงมาบนหลังคาเรือนจนแตกกระจาย และสิ่งที่เผยโฉมออกมาจากแสงฟ้าแลบนั้น มิใช่สิ่งอื่นใด นอกจากตราประทับโบราณที่สลักคำว่า 'ไร้ลักษณ์' ซึ่งเริ่มเปล่งประกายร้อนแรงอยู่บนหน้าอกของเขาราวกับจะระเบิดออก!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "หมื่นกระบี่คืนรัง" ในตอนที่สองนี้ด้วยกันนะครับ
วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ สลักนามเซียนผู้ทระนง•ตอนที่ 2
จิตวิญญาณแห่งกระบี่บรรพกาล
ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ สลักนามเซียนผู้ทระนง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!
