วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ สลักนามเซียนผู้ทระนง•ตอนที่ 3

ตบหน้าศิษย์เอกผู้โอหัง

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
“ข้าเตือนเจ้าแล้วว่า อย่าได้ริอาจก้าวล่วงเข้าเขตแดนของข้า... ศิษย์น้องหลี่” เสียงทุ้มต่ำที่แฝงไปด้วยความเย่อหยิ่งดังก้องไปทั่วลานฝึกวิชา ‘ฉีเฟิง’ ศิษย์เอกแห่งสำนักกระบี่เมฆาคล้อย แววตาของมันฉายแววดูแคลนขณะมองร่างผอมบางของหลี่มู่เฉินที่ยืนนิ่งสงบอยู่เบื้องหน้า ฝ่ามือของฉีเฟิงห่อหุ้มด้วยปราณสีครามเข้มข้นจนเกิดเสียงแหวกอากาศหวีดหวิว มันกำลังจะง้างหมัดหมายจะกระแทกเข้าที่อกของชายหนุ่มเพื่อหยามเกียรติให้จงได้ รอบข้างเต็มไปด้วยเสียงซุบซิบของเหล่าศิษย์ร่วมสำนัก หลายคนเบือนหน้าหนีด้วยความสมเพช หลายคนรอชมความอัปยศที่กำลังจะเกิดขึ้น ทว่าท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ หลี่มู่เฉินกลับเพียงแค่ปัดฝุ่นที่ไหล่เสื้ออย่างเชื่องช้า สายตาที่เคยหม่นหมองในอดีตบัดนี้กลับลึกซึ้งดุจก้นบึ้งของมหาสมุทรที่ไม่มีใครหยั่งถึง “วิชาปราณกระบี่ของเจ้า... ยังขาดความนิ่ง” หลี่มู่เฉินเอ่ยขึ้นเบาๆ น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย ทว่ากลับทรงพลังจนฉีเฟิงชะงักงันไปครู่หนึ่ง “เจ้าว่าอย่างไรนะ!?” ฉีเฟิงแผดเสียงลั่น ความโกรธเกรี้ยวทำให้ปราณในกายปั่นป่วน มันพุ่งทะยานเข้าหาหลี่มู่เฉินในพริบตา ความเร็วของมันอยู่ในระดับที่ศิษย์ชั้นนอกทั่วไปมิอาจมองทัน แต่สำหรับหลี่มู่เฉิน... ภาพเหตุการณ์นี้กลับดูเชื่องช้าดุจเต่าคลาน ในห้วงจิตของปรมาจารย์กระบี่ที่เพิ่งจุติใหม่ เขาเห็นช่องโหว่ในกระบวนท่าของฉีเฟิงนับสิบจุด ความผิดพลาดในการหมุนเวียนปราณที่เส้นชีพจร ‘จงถิง’ ทำให้พลังที่ดูน่าเกรงขามนั้นเปราะบางดุจเครื่องแก้ว หลี่มู่เฉินไม่แม้แต่จะขยับกายถอยหลัง เขาเพียงแค่ยกปลายนิ้วขึ้นอย่างแผ่วเบา ปราณอัคนีพิสุทธิ์ที่รวบรวมจากอากาศธาตุเพียง ‘น้อยนิด’ ถูกบีบอัดจนกลายเป็นเข็มเล่มเล็กที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า *วูบ* เสียงอากาศสั่นสะเทือนเพียงเสี้ยววินาที เมื่อหมัดของฉีเฟิงพุ่งมาถึงระยะคืบ หลี่มู่เฉินก็ดีดนิ้วออกไปเบาๆ กระแสปราณที่เรียบง่ายแต่ไร้ลักษณ์พุ่งเข้าปะทะจุดชีพจรบนข้อมือของฉีเฟิงอย่างแม่นยำดุจจับวาง “อ๊าก!” ฉีเฟิงร้องลั่น ร่างกายของมันเสียหลักหมุนคว้างกลางอากาศ ราวกับถูกแรงดีดมหาศาลผลักกระเด็นออกไป ร่างสูงใหญ่ของศิษย์เอกผู้โอหังกระแทกเข้ากับเสาหินหน้าหอตำราจนเกิดรอยร้าว ปราณที่สั่งสมมานานนับปีในกายดูเหมือนจะถูกปัดเป่าให้กระจัดกระจายไปจนสิ้น ความเงียบงันเข้าปกคลุมลานฝึกทันที ศิษย์ทุกคนต่างอ้าปากค้าง ดวงตาเบิกกว้างด้วยความตื่นตะลึง ใครจะเชื่อว่าศิษย์ที่ไร้ปราณมาตลอดอย่างหลี่มู่เฉิน จะสามารถสั่งสอนศิษย์เอกด้วยการดีดนิ้วเพียงครั้งเดียว? หลี่มู่เฉินเดินเข้าไปหาฉีเฟิงที่กำลังสั่นสะท้านอยู่บนพื้นอย่างใจเย็น เขาไม่ได้ใช้สายตาดูหมิ่นเหยียดหยาม แต่เขามองมันด้วยสายตาของอาจารย์ที่กำลังมองศิษย์ที่ทำผิดซ้ำซาก “กระบี่มิได้อยู่ที่อาวุธ แต่อยู่ที่หัวใจ” เขาโน้มตัวลงกระซิบข้างหูฉีเฟิงที่กำลังหน้าซีดเผือด “หากเจ้ายังยึดติดกับอำนาจและศักดิ์ศรีจอมปลอม พลังที่เจ้ามีก็เป็นเพียงแค่ขยะที่รอวันย่อยสลายเท่านั้น” ทันใดนั้น บรรยากาศรอบข้างก็พลันเปลี่ยนไป กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยเหมันต์โชยมาแตะจมูก พร้อมกับกระแสพลังกดดันมหาศาลที่ทำให้ศิษย์ทุกคนต้องคุกเข่าลงโดยสัญชาตญาณ ร่างบอบบางในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ของนางเซียนจื่อเวย ปรากฏกายขึ้นบนยอดตำหนักหอตำรา ดวงตางดงามดุจดาริกาคู่หนึ่งกำลังจับจ้องมาที่หลี่มู่เฉินด้วยแววตาที่สื่อความหมายลึกซึ้งเกินกว่าใครจะเข้าใจ “เจ้า... ไปเอาเคล็ดวิชานี้มาจากที่ใด หลี่มู่เฉิน” นางเซียนจื่อเวยเอ่ยถาม เสียงของนางราบเรียบแต่กลับสั่นคลอนหัวใจคนฟัง ทว่าในจังหวะที่หลี่มู่เฉินกำลังจะอ้าปากตอบ สายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นเงาดำสายหนึ่งที่พุ่งผ่านหลังคาหอตำราไปอย่างรวดเร็ว มันคือศิษย์ลับของสำนักมารที่แฝงตัวเข้ามาในสำนักกระบี่เมฆาคล้อยตั้งแต่วันที่เขาจุติลงมา! หลี่มู่เฉินขมวดคิ้วแน่น สถานการณ์เริ่มบานปลายเกินกว่าที่เขาคาดการณ์ไว้ เพราะดูเหมือนความลับเรื่องการจุติของเขาจะถูกล่วงรู้โดยศัตรูที่ร้ายกาจที่สุดเสียแล้ว และในวินาทีนั้นเอง เสียงระฆังเตือนภัยของสำนักก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งหุบเขา พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักอึ้งนับพันที่กำลังบุกประชิดประตูหน้าสำนักอย่างไม่ทันตั้งตัว! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "หมื่นกระบี่คืนรัง" ในตอนที่สามนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ สลักนามเซียนผู้ทระนง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%