วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ สลักนามเซียนผู้ทระนง•ตอนที่ 1

ศิษย์สวะผู้นอนรอความตาย

ผลงานโดย หมื่นกระบี่คืนรัง
กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งอยู่ในลำคอช่างน่ารังเกียจราวกับลิ้มรสสนิมเหล็กที่หมักหมมมานับร้อยปี ความเจ็บปวดแล่นริ้วผ่านเส้นประสาททุกเส้นทั่วร่างดุจถูกคมมีดนับพันกรีดลึกลงบนกระดูก กล้ามเนื้อที่ฉีกขาดและเส้นชีพจรที่ถูกทำลายจนย่อยยับคือความจริงอันโหดร้ายที่กระชากสติของข้าให้กลับคืนมา "ยังไม่ตายหรือ? เจ้าขยะนี่ช่างมีชีวิตที่อึดทนดั่งแมลงสาบเสียจริง!" เสียงหัวเราะเยาะเย้ยของบุรุษหนุ่มชุดสีครามดังขึ้นเหนือหัว ตามมาด้วยแรงถีบมหาศาลที่อัดเข้าที่กลางอกจนข้ากระเด็นไปกระแทกกับกำแพงหินเย็นเฉียบ เลือดสดๆ พุ่งออกจากปากอีกระลอก รสสัมผัสของมันทั้งขมขื่นและตอกย้ำถึงความอ่อนแอของร่างที่ข้ากำลังอาศัยอยู่ ข้าค่อยๆ ลืมตาขึ้น—นัยน์ตาสีเข้มที่ผ่านการเห็นการดับสูญของจักรวาลมานับครั้งไม่ถ้วน บัดนี้ฉายแววเย็นเยียบดุจน้ำแข็งพันปี หลี่มู่เฉิน... นี่คือชื่อของเจ้าของร่างผู้โชคร้ายคนนี้สินะ ศิษย์ชั้นนอกผู้ไร้พรสวรรค์ที่ถูกรุมทำร้ายเพียงเพราะขวางทางเดินของเหล่าลูกท่านหลานเธอในสำนักกระบี่เมฆาคล้อย "ดูท่ามันจะโง่จนพูดไม่ออกไปแล้ว" ชายชุดครามแสยะยิ้มก่อนจะใช้ปลายรองเท้าเชิดคางข้าขึ้น "จงจำไว้ หลี่มู่เฉิน ในเมื่อเจ้าไร้ซึ่งปราณกระบี่ และไร้ซึ่งฐานะที่จะเหยียบย่างสู่ชั้นใน ก็จงคลานไปให้ไกลจากสายตาของข้าเสีย ไม่อย่างนั้น ครั้งหน้าข้าจะไม่ทิ้งชีวิตหมาๆ ของเจ้าไว้ให้หายใจรดแผ่นดินสำนักอีก" เขาสะบัดแขนเสื้อแล้วเดินจากไปพร้อมกับสมุนอีกสองคน ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและความปวดร้าวที่กัดกินหัวใจ ข้าหยัดกายขึ้นอย่างยากลำบาก เลือดที่หยดลงบนพื้นหินไม่ได้ทำให้ข้าสั่นคลอนแม้แต่น้อย ในความทรงจำที่แตกกระจัดกระจาย ข้าพบเพียงเศษเสี้ยวของความอัปยศและการถูกเหยียดหยาม แต่ภายในดวงจิตของข้านั้น—ปรมาจารย์กระบี่ผู้เคยสะบั้นดวงดาวด้วยเพียงเศษกิ่งไม้—กำลังเดือดพล่านด้วยโทสะแห่งมหาเทพ กระบี่ไร้ลักษณ์... สถิตอยู่ในจิตวิญญาณแห่งข้าเสมอ แม้กายหยาบนี้จะบอบช้ำเพียงใด แต่การรับรู้ถึงพลังปราณที่ยังหลงเหลืออยู่ในอากาศรอบตัวไม่ได้จางหายไป ข้าใช้มือยันกำแพง พยายามก้าวเดินไปข้างหน้าอย่างไร้ทิศทาง ท่ามกลางความมืดมิดของยามค่ำคืน เสียงฝีเท้าเบาหวิวแต่ทรงพลังของใครบางคนดังขึ้นมาจากเงาไม้ด้านหลัง กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยหิมะโชยมาพร้อมกับไอเย็นที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวดูเยือกเย็นลงอย่างประหลาด "เจ้ายังไม่ตาย... เป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจนัก" น้ำเสียงนั้นเย็นชาดุจน้ำค้างแข็งแต่กลับมีความกังวานที่บาดลึกถึงขั้วหัวใจ ข้าหันกลับไปมอง พบร่างระหงในชุดคลุมสีขาวบริสุทธิ์ยืนตระหง่านอยู่บนกิ่งไม้ นางคือสตรีที่งามล้ำเกินมนุษย์ ใบหน้าเรียบเฉยไร้อารมณ์ ทว่าดวงตาสีนิลคู่นั้นกลับจับจ้องมาที่ข้าด้วยแววตาที่ข้าอ่านไม่ออก เซียนจื่อเวย... ผู้คุมหอตำราสวรรค์แห่งนี้ "ศิษย์สวะเช่นข้า จะตายหรืออยู่นั้นสำคัญต่อท่านด้วยหรือ?" ข้าแค่นยิ้มมุมปาก ความทะนงตนในน้ำเสียงทำให้สตรีผู้นั้นชะงักไปเล็กน้อย คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันอย่างไม่คุ้นเคย นางกระโดดลงมาจากกิ่งไม้ ร่างกายเบาดุจขนนกที่ร่อนลงสู่ผืนดิน นางเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นไอวิเศษที่แผ่ออกมาจากตัวนาง ก่อนจะหยุดลงตรงหน้าข้าเพียงไม่กี่ก้าว นิ้วเรียวงามดุจหยกขาวเชิดคางข้าขึ้นอีกครั้ง แต่มิใช่ด้วยความดูแคลนเฉกเช่นบุรุษผู้นั้น ทว่าเป็นความสงสัยที่ลึกซึ้ง "เจ้าเปลี่ยนไป" นางกล่าวเสียงเรียบ "แววตาของเจ้า... มันไม่ใช่สายตาของคนที่เพิ่งผ่านความตายมา แต่มันคือสายตาของคนที่พร้อมจะพิชิตฟ้า" นางล้วงหยิบขวดหยกขนาดเล็กออกมาจากแขนเสื้อก่อนจะยัดใส่มือข้า "จงดื่มยาเม็ดนี้เสีย หากเจ้าตายที่นี่ คำพยากรณ์ที่ข้าเฝ้าถวิลหาคงพังทลายลงก่อนจะได้เริ่มต้น" ก่อนที่ข้าจะได้ถามถึงความหมายของคำว่า 'คำพยากรณ์' ลมปราณรอบตัวก็แปรปรวนอย่างกะทันหัน เมฆหมอกบนท้องฟ้าถูกแหวกออกด้วยแสงสีทองที่พุ่งตรงลงมาจากยอดเขาสูงสุดของสำนัก เสียงกระบี่สั่นสะเทือนดังลั่นไปทั่วผืนป่าราวกับมีบางสิ่งบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กำลังตื่นจากการหลับใหล เซียนจื่อเวยหันไปมองท้องฟ้า สีหน้าของนางเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียด "มหาเทพกระบี่ปรากฏกายแล้ว... เจ้าจงรีบหนีไปเสีย หลี่มู่เฉิน วันนี้เจ้าอาจจะรอด แต่พายุที่เจ้ากำลังจะเผชิญนั้น... มันกำลังจะเริ่มขึ้นแล้ว" นางหันหลังเตรียมจะจากไป ทว่าข้ากลับคว้าข้อมือของนางไว้แน่น แรงบีบที่แฝงด้วยเจตจำนงของปรมาจารย์ทำให้แม้แต่ยอดหญิงผู้สูงศักดิ์เช่นนางยังต้องตกตะลึง ข้าจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของนางแล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด "บอกข้ามา... ใครคือคนที่กำลังจะฆ่าข้า และกระบี่ในมือของข้าเล่มนี้... จะต้องสังหารผู้ใดก่อน?" ในจังหวะนั้นเอง เปลือกตาของนางเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย เมื่อข้าคลายมือออก สิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าเราทั้งคู่มิใช่แสงจันทร์ยามค่ำคืน แต่เป็นคมกระบี่สีนิลกาฬที่พุ่งทะลุผ่านความมืดมิดลงมาปักลงบนพื้นเบื้องหน้าข้า เสียงฟ้าคำรามลั่นราวกับโลกทั้งใบกำลังจะแตกสลาย และในเงาของคมกระบี่นั้น... ใบหน้าของชายผู้ที่เพิ่งซ้อมข้าจนปางตายก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับกองกำลังศิษย์ชั้นในกว่าสิบชีวิตที่ปิดล้อมข้าไว้ทุกทิศทาง! ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางไปกับ "หมื่นกระบี่คืนรัง" ในตอนแรกนี้ด้วยกันนะครับ
สารจากนักเขียน (หมื่นกระบี่คืนรัง)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนครับ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง วิถีกระบี่ไร้ลักษณ์ สลักนามเซียนผู้ทระนง นะครับ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะครับ ขอบคุณทุกคนครับ 🙏✨"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

Dino Egg common
บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%