หงส์เคียงบัลลังก์มังกรสะท้านภพ•ตอนที่ 28

พันธมิตรใหม่

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
“หากท่านแม่ทัพยังลังเลแม้เพียงครึ่งก้าว กองทัพชายแดนที่ท่านสั่งสมมานับสิบปีก็จะกลายเป็นเพียงฝุ่นผงใต้เท้าของอ๋องหนานเจี้ยน... ท่านแน่ใจหรือคะว่าต้องการเอาชีวิตทหารนับแสนไปสังเวยให้กับความว่างเปล่า?” เสียงหวานทว่าเฉียบคมของหลินฟางเซียนดังกังวานอยู่ในกระโจมบัญชาการท่ามกลางกลิ่นอายดินปืนและสนิมเหล็ก นางจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่กร้านโลกของแม่ทัพเว่ยหลาง ชายผู้กุมอำนาจกองทัพพยัคฆ์ประจิม มือเรียวบางของนางขยับม้วนคัมภีร์ลับที่เพิ่งได้รับมาวางลงบนโต๊ะไม้เนื้อหยาบ กลิ่นกำยานที่จุดไว้เริ่มมอดไหม้จนเกือบหมดสิ้น ทิ้งให้บรรยากาศในกระโจมตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก เว่ยหลางวางจอกสุราลงแรงๆ จนของเหลวสีอำพันกระฉอกออกมา เขาแค่นหัวเราะในลำคอ “พระสนมหลิน ท่านเป็นเพียงสตรีในวังหลัง เหตุใดจึงกล้าหยิบยื่นความตายให้แก่ข้า? ฮ่องเต้ที่ถูกกักขังอยู่ในกรงทองจะเอาอำนาจใดมาปกป้องข้าจากคมดาบของอ๋องหนานเจี้ยนกันเล่า?” จ้าวเฟยหลง ซึ่งนั่งนิ่งเงียบอยู่ข้างๆ ในชุดอาภรณ์สีเข้มเรียบง่ายพลันขยับกาย ฮ่องเต้หนุ่มไม่ได้เอ่ยปากโต้เถียงทันที แต่ทรงลุกขึ้นช้าๆ เดินไปหยุดอยู่หน้าแผนที่ยุทธศาสตร์ขนาดใหญ่ที่กางอยู่บนผนัง กระแสกดดันมหาศาลแผ่ออกมาจากพระวรกายโดยไม่ต้องเอื้อนเอ่ยสิ่งใด “ข้าอาจจะไม่มีอำนาจเบ็ดเสร็จในราชสำนัก... แต่ข้ายังมีสายเลือดของมังกรที่อ๋องหนานเจี้ยนไม่อาจลบเลือน” จ้าวเฟยหลงเอ่ยน้ำเสียงราบเรียบแต่หนักแน่นดั่งขุนเขา “แม่ทัพเว่ย ท่านจงจำไว้ว่าการเป็นกลางในสงครามที่แผ่นดินลุกเป็นไฟ มิใช่ความฉลาด แต่มันคือการรอวันถูกเผาจนมอดไหม้ไปพร้อมกับผู้ชนะที่ท่านไม่ได้เลือก” สายตาของทั้งสามคนประสานกันท่ามกลางความเงียบงันที่ลากยาว เว่ยหลางกวาดสายตามองฮ่องเต้หนุ่มที่ดูจะสุขุมขึ้นผิดหูผิดตา ก่อนจะหันไปสบตากับหลินฟางเซียน นางไม่ได้หลบสายตา แต่ทว่ากลับเผยรอยยิ้มบางเบาที่แฝงไปด้วยความหมายที่ทำให้หัวใจของแม่ทัพผู้เกรียงไกรถึงกับสั่นคลอน “ข้ามิได้มาเพื่อขอให้ท่านจงรักภักดีด้วยคำสาบานลมๆ แล้งๆ” ฟางเซียนขยับเข้าไปใกล้จดหมายลับที่วางอยู่บนโต๊ะ “แต่ข้านำ ‘ความจริง’ มามอบให้ท่าน... ความจริงที่ว่าอ๋องหนานเจี้ยนได้วางแผนปลดท่านออกจากตำแหน่งและส่งคนสนิทไปควบคุมกองทัพพยัคฆ์ประจิมในอีกสามวันข้างหน้า โดยอ้างเหตุผลเรื่องสุขภาพที่ย่ำแย่ของท่าน” ใบหน้าของเว่ยหลางเปลี่ยนเป็นสีเขียวคล้ำ มือหนาหยาบกร้านกำด้ามดาบประจำกายแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ความโกรธแค้นประทุขึ้นในดวงตา เขาเป็นถึงแม่ทัพผู้ปกป้องดินแดน แต่กลับถูกสุนัขจิ้งจอกเฒ่าในวังหลวงวางแผนหักหลังอย่างเลือดเย็น “ท่านแน่ใจหรือ?” เว่ยหลางเค้นเสียงถาม “หลักฐานชิ้นนี้เขียนด้วยลายมือของคนสนิทที่นางเป็นสายลับให้ท่านมาตลอดสิบปี” ฟางเซียนตอบเสียงนิ่ง “เขาทรยศท่านแล้วแม่ทัพเว่ย... เหลือเพียงท่านเท่านั้นที่จะเลือก จะเป็นขุนพลผู้ปกป้องบัลลังก์ หรือจะเป็นเพียงเหยื่อที่ถูกเชือดทิ้งในกองไฟของความขัดแย้ง” เว่ยหลางหลับตาลงเนิ่นนาน ลมหายใจเข้าออกเป็นจังหวะที่บ่งบอกถึงการตัดสินใจครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิต การก้าวข้ามเส้นแบ่งระหว่างความปลอดภัยกับการเดิมพันด้วยชีวิตนั้นช่างหนักอึ้ง แต่เมื่อเขาลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง แววตานั้นก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง มันคือแววตาของแม่ทัพผู้พร้อมจะกรำศึกเพื่อสิ่งที่ตนเองศรัทธา เขาก้าวลงจากเก้าอี้บัญชาการ แล้วคุกเข่าลงเบื้องหน้าจ้าวเฟยหลง เสียงเกราะเหล็กกระทบพื้นดังกังวานเป็นจังหวะที่น่าเกรงขาม “กองทัพพยัคฆ์ประจิมห้าหมื่นนาย พร้อมเป็นดาบให้ฝ่าบาททวงคืนอำนาจเหนือบัลลังก์!” จ้าวเฟยหลงยื่นมือไปประคองแม่ทัพเว่ยหลางขึ้นมา สายพระเนตรเปี่ยมด้วยความหวังที่แท้จริงเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ครองราชย์ “ข้าจะจำวันนี้ไว้แม่ทัพเว่ย... วันที่แผ่นดินเริ่มกลับมาเป็นของประชาชนอีกครั้ง” ทว่า ในจังหวะที่บรรยากาศกำลังคุกรุ่นไปด้วยความมุ่งมั่นนั้น เสียงฝีเท้าหนักๆ ของทหารองครักษ์ก็ดังแทรกเข้ามาจากหน้ากระโจม ผ้าม่านถูกเลิกออกอย่างรุนแรงโดยไม่ต้องรอคำอนุญาต นายกองหนุ่มผู้หนึ่งวิ่งเข้ามาด้วยใบหน้าที่ซีดเผือดจนไร้สีเลือด “ใต้เท้าแม่ทัพ! ฝ่าบาท! เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!” ทหารนายนั้นคุกเข่าลงแทบพื้นตัวสั่นเทา “ข่าวจากเมืองหลวง... อ๋องหนานเจี้ยนประกาศกักตัวฮองเฮาไว้ในตำหนักเย็น และมีรับสั่งให้กองทัพหลวงล้อมจวนตระกูลหลินไว้หมดแล้ว พ่ะย่ะค่ะ!” ฟางเซียนชะงักไปชั่วครู่ ลมหายใจของนางสะดุดลงทันทีที่ได้ยินชื่อตระกูลของตน จ้าวเฟยหลงหันขวับมามองนางด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลและโกรธแค้น ทว่า ท่ามกลางความตื่นตระหนกนั้นเอง มือของทหารนายนั้นที่ก้มหน้าอยู่พลันขยับวูบ มีดสั้นปลายพิษสีเขียวมรกตถูกชักออกมาจากแขนเสื้ออย่างรวดเร็วเกินกว่าใครจะคาดคิด เขาพุ่งเข้าใส่จ้าวเฟยหลงด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาดในขณะที่ทุกคนยังคงไม่ทันตั้งตัว! ฟางเซียนที่อยู่ใกล้ที่สุดร้องเตือนสุดเสียง แต่ทว่า... คมมีดกลับไม่ได้พุ่งไปยังฮ่องเต้ หากแต่เปลี่ยนทิศทางในเสี้ยววินาทีเพื่อพุ่งเข้าหาร่างของนางโดยตรง! ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความสั่นคลอนของชะตากรรมไปพร้อมกับหลิวเยี่ยนซีนะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงบัลลังก์มังกรสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%