เสียงปิดประตูหอสมุดหลวงดังขึ้นเพียงแผ่วเบา แต่กลับสะท้อนก้องกังวานอยู่ในโสตประสาทของหลินฟางเซียนราวกับเสียงอสุนบาต นางไม่แม้แต่จะหันกลับไปมองว่าขันทีผู้ดูแลประตูจะถอยออกไปไกลเพียงใด เพราะสายตาคู่คมกริบดั่งหงส์เพลิงกำลังจดจ้องอยู่กับแผ่นกระดาษสาเก่าคร่ำคร่าในมือ สตรีในชุดคลุมผ้าไหมปักลายเมฆสีนิลยืนนิ่งสนิทอยู่หน้าชั้นตำราประวัติศาสตร์ราชวงศ์ แสงจากตะเกียงน้ำมันหอมหมื่นลี้วับแวมสาดส่องใบหน้าที่ซีดขาวแต่ทว่าเปี่ยมด้วยความเด็ดเดี่ยว เม็ดเหงื่อกาฬผุดขึ้นตามไรผม แม้ลมราตรีในเดือนสิบจะพัดผ่านช่องหน้าต่างเข้ามาจนเยือกเย็นถึงกระดูก
"เจ้าแน่ใจแล้วหรือ... ว่าสิ่งที่อยู่เบื้องหลังกระดานไม้นั่น ไม่ใช่กับดักระเบิดเพลิงของพวกมัน"
สุ้มเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจเอ่ยขึ้นจากมุมมืดของแถวชั้นหนังสือ จ้าวเฟยหลงก้าวออกมาจากเงาสลัว พระองค์ไม่ได้ฉลองพระองค์ด้วยชุดมังกรเต็มยศ หากแต่สวมชุดลำลองสีเข้มเข้มเช่นเดียวกับนาง เพื่ออำพรางตัวหลบเลี่ยงสายตาของสายลับอ๋องหนานเจี้ยนที่เดินตรวจตราอยู่ด้านนอก พระเนตรคมกลาบของฮ่องเต้หนุ่มฉายแวววิตกกังวลอย่างที่หาได้ยากยิ่ง พระหัตถ์หนากำด้ามกระบี่ประจำพระองค์แน่นจนข้อพระหัตถ์ขาวซีด
ฟางเซียนมิได้ตอบทันที นางสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความสั่นเทาของปลายนิ้ว ก่อนจะค่อยๆ คลี่แผ่นกระดาษแผ่นที่สองออก กลิ่นอับชื้นของกระดาษโบราณคละคลุ้งปะปนกับกลิ่นหมึกจีนราคาแพง สิ่งที่ปรากฏแก่สายตาไม่ใช่เพียงแค่ตัวอักษรโบราณ แต่เป็นรอยหมึกวาดเส้นแผนที่ภูมิประเทศของช่องแคบผาอัคคี—จุดยุทธศาสตร์สำคัญที่กองทัพพยัคฆ์พิทักษ์เหนือของอ๋องหนานเจี้ยนใช้ซ่อนเสบียงและกำลังพลหลัก
"ฝ่าบาท..." นางเอ่ยเสียงแผ่วเบา ทว่าทุกคำกลับหนักแน่นราวกับตอกลงบนศิลา "นี่ไม่ใช่กับดัก... แต่นี่คือจุดอ่อนที่สุดของอ๋องหนานเจี้ยนเพคะ"
ฟางเซียนก้าวเข้าไปใกล้พระองค์อีกนิด นางเงยหน้าขึ้นสบพระเนตรที่เต็มไปด้วยความคาดหวังและภาระอันหนักอึ้งของแผ่นดิน "ในแผนที่ฉบับนี้ระบุเส้นทางลับใต้ภูเขา ที่สามารถทะลวงเข้าสู่คลังเสบียงใหญ่โดยที่ทหารยามของฝ่ายนั้นไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย หากพระองค์ทรงส่งกองกำลังลับกลุ่มเล็กเข้าโจมตีจุดนี้ในคืนวันเพ็ญที่จะถึง... เสบียงทั้งหมดจะตกเป็นของเรา และกองทัพของอ๋องหนานเจี้ยนจะอดตายโดยไม่ต้องรบพุ่งให้เสียเลือดเนื้อแม้แต่หยดเดียว"
จ้าวเฟยหลงนิ่งงัน พระองค์ก้มมองแผนที่ในมือของสตรีตรงหน้า สายพระเนตรกวาดผ่านเส้นสายสีแดงที่ตัดผ่านหุบเขาอันซับซ้อน ความเงียบงันเข้าปกคลุมหอสมุดหลวงชั่วขณะ มีเพียงเสียงเปลวไฟจากตะเกียงที่ปะทุเบาๆ เป็นระยะ ท่ามกลางความตึงเครียดนี้ พระองค์ทรงตระหนักดีว่า หากแผนการนี้รั่วไหลออกไป แม้แต่ชีวิตของพวกเขาและราชสำนักทั้งหมดก็คงไม่เหลือซาก
"เจ้ากล้าหาญเกินไปแล้ว... หลินฟางเซียน" จ้าวเฟยหลงตรัสด้วยพระสุ้มเสียงที่อ่อนลง แววตาที่เคยแข็งกร้าวตามประสาฮ่องเต้ผู้ถูกกดขี่ บัดนี้กลับเจือด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ลึกซึ้งเกินกว่าคำว่าเจ้านายและข้าราชบริพาร พระหัตถ์ยื่นออกไปหมายจะแตะลงบนไหล่บางที่ต้องแบกรับภาระอันหนักอึ้ง แต่นางกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างแนบเนียน พร้อมกับม้วนแผนที่เก็บเข้าไว้ในอกเสื้ออย่างรวดเร็ว
"หม่อมฉันไม่ได้กล้าหาญเพคะ... แต่หม่อมฉันไม่มีทางเลือกอื่น เช่นเดียวกับฝ่าบาท" นางกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไร้ซึ่งความหวาดหวั่น ทว่าแฝงไว้ด้วยความร้าวรานลึกๆ "หากเราพ่ายแพ้ ตระกูลหลินของหม่อมฉันจะกลายเป็นเพียงวิญญาณเร่ร่อนไร้ความเป็นธรรม และบัลลังก์มังกรของพระองค์ก็จะกลายเป็นเพียงเก้าอี้หุ่นเชิดของอ๋องหนานเจี้ยนไปชั่วนิรันดร์"
ความจริงอันโหดร้ายนี้กรีดลึกลงในใจของฮ่องเต้หนุ่ม จ้าวเฟยหลงหลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อซ่อนความเจ็บแค้น ก่อนจะลืมตาขึ้นอีกครั้งด้วยประกายตาที่เฉียบคมดั่งพยัคฆ์ตื่นจากหลับใหล "ดี... ในเมื่อพวกมันเล่นสกปรกกับเรามานานถึงเพียงนี้ ก็อย่าหาว่าเราไร้ความเมตตาเลย หากเราได้แผนที่นี้มาครอง กองทัพพยัคฆ์พิทักษ์เหนือก็ไม่ต่างอะไรกับเสือสิ้นลาย"
ทันทีที่พระองค์ตรัสจบ บรรยากาศรอบกายพลันเปลี่ยนแปรเป็นเยือกเย็นผิดปกติ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงหลายคู่ดังขึ้นที่ระเบียงทางเดินด้านนอก—ไม่ใช่เสียงฝีเท้าของขันทีหรือนางกำนัลทั่วไป แต่เป็นเสียงรองเท้าบูทหนังขององครักษ์เสื้อแพร หน่วยลาดตระเวนยามวิกาลที่มักจะไม่อยู่ใกล้เขตหอสมุดหลวงในช่วงเวลานี้
*ตึง!*
เสียงประตูด้านนอกถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับเสียงหัวเราะทุ้มต่ำน่าสะพรึงกลัวที่ดังลอดเข้ามาในความมืด "ฮ่าๆๆ ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ... ดึกดื่นป่านนี้แล้ว พระองค์ยังทรงขยันขันแข็งมาศึกษาประวัติศาสตร์ร่วมกับพระชายาในนาม... เอ้ย ไม่สิ กับบุตรีท่านราชองครักษ์หลินผู้ล่วงลับ ถึงเพียงนี้เชียวหรือ?"
เงาร่างสูงใหญ่ของแม่ทัพต่งอี้ มือขวาคนสนิทของอ๋องหนานเจี้ยนก้าวเข้ามาในหอสมุดหลวง พร้อมด้วยทหารองครักษ์นับสิบชีวิตที่ถือคบเพลิงสว่างจ้า แสงไฟสีส้มสาดกระทบใบหน้าเหี้ยมเกรียมและรอยยิ้มเยาะหยันที่มุมปากของมัน ดวงตากวาดมองสำรวจทั่วห้อง ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ร่างของหลินฟางเซียนที่ยืนบังชั้นตำราไว้เบื้องหลัง
จ้าวเฟยหลงก้าวออกมาบังร่างของหญิงสาวไว้ทันที พระเนตรวาวโรจน์ด้วยโทสะ "ต่งอี้! ใครอนุญาตให้เจ้าบุกรุกเข้ามาในหอสมุดหลวงโดยไม่มีพระราชราชานุญาต!"
แม่ทัพต่งอี้ยกยิ้มเหี้ยมเกรียม มันไม่แม้แต่จะคุกเข่าถวายบังคมตามธรรมเนียม กลับเดินเข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนได้ยินเสียงเกราะกระทบกันกุ๊กกัก "กระหม่อมเพียงแต่เป็นห่วงความปลอดภัยของฝ่าบาทก็เท่านั้นพ่ะย่ะค่ะ... ได้ข่าวว่าช่วงนี้มีหนูสกปรกแอบเข้ามาขโมยเอกสารสำคัญของหอสมุดหลวง เกรงว่าฝ่าบาทจะทรงถูกหลอกใช้โดยคนทรยศเสียมากกว่า"
มันป้องมือคารวะแบบขอไปที สายตาคมปลาบจ้องเขม็งมาที่อกเสื้อของหลินฟางเซียน ซึ่งซ่อนแผนที่พลิกแผ่นดินเอาไว้
"ส่งแผนที่ฉบับนั้นมาเสียแต่โดยดี... แล้วกระหม่อมจะทูลขอให้อ๋องหนานเจี้ยนไว้ชีวิตพวกท่านทั้งสองคน!"
ขอบพระคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความสั่นคลอนของชะตากรรมไปพร้อมกับหลิวเยี่ยนซีนะคะ
หงส์เคียงบัลลังก์มังกรสะท้านภพ•ตอนที่ 29
แผนลับในหอสมุด
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงบัลลังก์มังกรสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!