"วางถ้วยชาลงเสีย แล้วคุกเข่าต่อหน้าข้า... หวังว่าเจ้าคงไม่คิดจะปฏิเสธสิ่งที่เห็นกับตาหรอกนะ หลินฟางเซียน"
เสียงทรงอำนาจของฮองเฮาผู้กุมอำนาจฝ่ายในดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดทับตำหนักคุนหนิงจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยในแจกันกระเบื้องเคลือบกลับกลายเป็นกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งในจินตนาการของฟางเซียน นางมองร่างของนางกำนัลคนสนิทที่นอนตัวเกร็งชักกระตุกอยู่บนพื้นข้างเท้าฮองเฮา เลือดสีดำคล้ำไหลซึมจากมุมปากของอีกฝ่ายอย่างน่าเวทนา
ฟางเซียนไม่ได้คุกเข่าตามคำสั่ง ดวงตาคู่คมของนางยังคงจ้องมองถ้วยชาที่ตนเป็นผู้ถวายด้วยท่าทีสงบนิ่ง แม้ในใจจะตระหนักดีว่านี่คือ 'กับดัก' ที่ถูกขุดไว้ลึกจนยากจะปีนขึ้น แต่ในเมื่อนางเลือกทางเดินนี้แล้ว ความตื่นตระหนกย่อมไม่ใช่สิ่งที่นางจะแสดงออกมา
"หม่อมฉันถวายชาด้วยมือตนเองก็จริงเพคะ แต่หากจะกล่าวหาว่าหม่อมฉันเป็นผู้ใส่ยาพิษ พระองค์คงต้องตอบให้ได้ก่อนว่า เหตุใดถ้วยชาของพระองค์จึงไม่มีพิษ แต่กลับเป็นถ้วยของนางกำนัลที่มาช่วยรับถาดไปวาง กลับเกิดเหตุร้ายขึ้น" ฟางเซียนตอบเสียงเรียบ ใบหน้าไร้ความกังวลจนน่าประหลาด
"เจ้ากล้าเถียงข้าหรือ!" ฮองเฮาตบโต๊ะเสียงดังสนั่น บรรดาขุนนางหญิงและสนมในตำหนักต่างก้าวถอยหลังด้วยความหวาดกลัว
จ้าวเฟยหลง ซึ่งก้าวเข้ามาในตำหนักคุนหนิงในจังหวะที่สถานการณ์กำลังตึงเครียดที่สุด หยุดชะงักที่หน้าประตู สายตาของเขาจับจ้องมาที่ฟางเซียนเพียงชั่วครู่ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาที่ยากจะอ่านออก เขาเดินฝ่าวงล้อมเข้ามาด้วยท่าทีดุดัน ราวกับราชสีห์ที่พร้อมจะขย้ำศัตรู
"เกิดเรื่องอันใดกัน! เหตุใดตำหนักของมารดาแผ่นดินจึงวุ่นวายเช่นนี้?" ฮ่องเต้หนุ่มเอ่ยถาม น้ำเสียงแม้จะราบเรียบแต่แฝงไว้ด้วยอำนาจที่ทำให้ผู้คนตัวสั่น
"ฝ่าบาท... หลินฟางเซียนนางบังอาจวางยาพิษหม่อมฉัน หมายจะปลิดชีพมารดาของแผ่นดิน!" ฮองเฮาโผเข้าหาจ้าวเฟยหลงพร้อมน้ำตานองหน้า
ฟางเซียนเพียงแค่เหลือบมองฮ่องเต้แวบหนึ่ง นางเห็นแววตาของเขาที่พยายามซ่อนความกังวลไว้ภายใต้หน้ากากแห่งความเด็ดขาด จ้าวเฟยหลงไม่ได้มองนาง แต่เขากลับก้าวไปข้างหน้า ประคองฮองเฮาไว้อย่างแช่มช้า ก่อนจะหันมาทางฟางเซียน
"ฟางเซียน... เจ้ามีสิ่งใดจะแก้ต่าง?"
"หม่อมฉันไม่มีสิ่งใดจะแก้ต่าง หากความจริงอยู่ที่พิษในกาน้ำชา" ฟางเซียนก้มศีรษะลงเล็กน้อย มือของนางที่ซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกุมหมัดแน่น "แต่หม่อมฉันขออนุญาตตรวจสอบร่องรอยการสัมผัสจากมือของนางกำนัลผู้เคราะห์ร้าย หากคนผู้นี้มิใช่ผู้คัดเลือกกาน้ำชาด้วยตนเอง เหตุใดมือของนางถึงมีกลิ่นของ 'ผงหญ้าวิญญาณเร้น' ซึ่งเป็นพิษที่ออกฤทธิ์ทันทีเมื่อสัมผัสไอความร้อน"
คำพูดของฟางเซียนทำให้ทั่วทั้งตำหนักเงียบกริบ ฮองเฮาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะแผดเสียง "เจ้าจะกล่าวหาว่านางกำนัลของข้าเป็นผู้ทำร้ายตัวเองงั้นหรือ!"
"หากพระองค์มั่นใจว่าหม่อมฉันเป็นคนทำ ก็ย่อมพิสูจน์ได้ไม่ยากเพคะ" ฟางเซียนเดินเข้าไปใกล้นางกำนัลที่สิ้นใจ แล้วหยิบเข็มเงินยาวออกมาจากมวยผมท่ามกลางความตื่นตระหนกของทุกคน นางจ่อเข็มนั้นลงไปที่ปลายนิ้วของศพ "พิษนี้ร้ายแรงนัก หากสัมผัสเพียงนิด ผิวหนังย่อมเปลี่ยนเป็นสีม่วงคล้ำภายในสามลมหายใจ... และในยามนี้ มิใช่เพียงปลายนิ้วของนาง แต่เป็นนิ้วมือของใครบางคนที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุดในที่นี้ต่างหาก ที่กำลังมีรอยจางๆ นั้นปรากฏอยู่"
สายตาของทุกคนพุ่งเป้าไปที่ขันทีคนสนิทของฮองเฮาที่ยืนตัวสั่นเทาอยู่ข้างหลังสุด เขาพยายามซ่อนมือไว้ใต้แขนเสื้อ แต่ฟางเซียนกลับก้าวไปถึงตัวเขาอย่างรวดเร็วราวกับเงาพราย นางกระชากแขนเสื้อของขันทีผู้นั้นขึ้น เผยให้เห็นรอยด่างสีม่วงที่กำลังลามขึ้นมาถึงข้อมือ!
"ฝ่าบาท! หม่อมฉันถูกใส่ร้าย!" ขันทีผู้นั้นร้องลั่น ก่อนจะชักมีดสั้นออกมาหมายจะแทงฟางเซียนเพื่อปิดปาก แต่ก่อนที่คมมีดจะถึงตัว จ้าวเฟยหลงกลับคว้าข้อมือของมันไว้ด้วยความเร็วที่เหนือชั้นกว่า ก่อนจะหักข้อมือของมันจนเสียงกระดูกลั่นดังชัดเจน
"ใครเป็นคนบงการเจ้า!" ฮ่องเต้ตะคอกใส่หน้ามัน
ขันทีผู้นั้นหัวเราะร่า รอยยิ้มบิดเบี้ยวเต็มไปด้วยความเคียดแค้น "ไม่มีผู้ใดบงการข้าทั้งสิ้น! ข้าเพียงแค่ทำตามคำสั่งของท่านอ๋อง... ท่านอ๋องหนานเจี้ยน!"
ทว่า ในวินาทีที่มันกำลังจะเอ่ยชื่อผู้บงการจนจบสิ้น จู่ๆ เข็มอาบยาพิษเล่มเล็กก็พุ่งมาจากมุมมืดของตำหนัก ปักเข้าที่ขมับของขันทีผู้นั้นทันที ร่างของมันล้มลงสิ้นใจในทันที ท่ามกลางความตื่นตะลึงของทุกคนในตำหนัก
จ้าวเฟยหลงรีบดึงฟางเซียนเข้ามากอดไว้แน่น สายตาคมกริบของเขากวาดมองไปรอบตำหนักที่ตอนนี้เต็มไปด้วยความโกลาหล ฟางเซียนสัมผัสได้ถึงหัวใจที่เต้นรัวของฮ่องเต้ แต่นางกลับสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง...
ไม่ใช่ทหารองครักษ์ ไม่ใช่คนของอ๋องหนานเจี้ยน แต่เป็น 'หยกลายมังกร' ที่ตกอยู่ข้างศพของขันที ซึ่งเป็นตราประทับเฉพาะของฮ่องเต้องค์ก่อน!
"ฟางเซียน" เสียงของจ้าวเฟยหลงกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูของนาง "เจ้าเพิ่งทำลายหมากตัวสำคัญของข้า... และตอนนี้ เจ้าก็กลายเป็นเป้าหมายที่แท้จริงของคนทั้งวังหลวงแล้ว"
เขาสบตานาง แววตาของเขาเปลี่ยนไปจากฮ่องเต้ผู้เมตตา กลายเป็นชายหนุ่มที่พร้อมจะเผาผลาญทุกอย่างเพื่อบัลลังก์ ในขณะที่ประตูตำหนักคุนหนิงถูกเปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับการปรากฏตัวของอ๋องหนานเจี้ยน ที่เดินเข้ามาด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ มือของเขาถือฎีกาที่เตรียมไว้พร้อมเพื่อถอดถอนฟางเซียนจากการเป็นสนมอย่างเป็นทางการ
"ถวายบังคมฝ่าบาท... ดูเหมือนว่าตำหนักคุนหนิงในวันนี้ จะมีเรื่องสนุกให้ข้าได้ร่วมตัดสินโทษมากกว่าที่คิดนะพ่ะย่ะค่ะ"
หลิวเยี่ยนซีหวังว่าทุกท่านจะยังคงลมหายใจไว้ให้มั่น เพราะเกมที่แท้จริงเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นในตอนหน้านะคะ
หงส์เคียงบัลลังก์มังกรสะท้านภพ•ตอนที่ 11
มรสุมที่ตำหนักคุนหนิง
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงบัลลังก์มังกรสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!