หงส์เคียงบัลลังก์มังกรสะท้านภพ•ตอนที่ 16

ข่าวร้ายจากทัพหลวง

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
"ตราพยัคฆ์ประทับลงบนเอกสารทรยศนั่นแล้ว... ข้าถามเจ้าอีกครั้ง แม่ทัพเหลียงยอมรับเงินใต้โต๊ะจากอ๋องหนานเจี้ยนจริงหรือ" สุ้มเสียงของหลินฟางเซียนเย็นเยียบราวกับน้ำค้างแข็งบนยอดเขาหิมาลัย นางจ้องมองม้วนกระดาษลับที่เพิ่งได้รับมาจากสายลับในทัพหลวงด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก แสงเทียนวูบไหวในห้องทรงอักษรของฮ่องเต้ทำให้เงาของนางทาบทับลงบนแผนที่แผ่นใหญ่ที่กางอยู่บนโต๊ะไม้จันทน์หอม จ้าวเฟยหลงไม่ได้ตอบในทันที พระองค์กำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน ใบหน้าที่เคยเรียบเฉยบัดนี้แดงก่ำด้วยโทสะที่ถูกกดทับเอาไว้ ร่างสูงโปร่งก้าวเดินไปมาภายในห้องราวกับสิงโตที่ถูกกักขังอยู่ในกรงทอง ก่อนจะหยุดลงและกวาดเครื่องเขียนบนโต๊ะลงพื้นจนแตกกระจาย "เหลียงจง... แม่ทัพที่ข้าไว้วางใจที่สุด คนที่ข้าแต่งตั้งให้คุมทัพหน้าเพื่อปกป้องชายแดน เขากลับทรยศแผ่นดินเพียงเพื่อสมบัติและตำแหน่งที่อาของข้าหยิบยื่นให้!" "ฝ่าบาท โปรดระงับโทสะก่อนเถิดเพคะ" ฟางเซียนก้าวเข้าไปใกล้ นางไม่ได้แสดงท่าทีตื่นตระหนก แต่ดวงตาคู่นั้นกลับฉายแววครุ่นคิดล้ำลึก "หากแม่ทัพเหลียงถูกซื้อตัวไปแล้ว นั่นหมายความว่าแผนการของอ๋องหนานเจี้ยนเริ่มเข้าสู่ระยะสุดท้ายแล้ว หากเขายึดกุมทัพหลวงได้เบ็ดเสร็จ อำนาจที่ฝ่าบาทมีอยู่ก็ไม่ต่างอะไรกับชื่อที่ไร้ความหมาย" จ้าวเฟยหลงหันมาจ้องหน้านาง ดวงตาที่เคยมีแต่ความเมตตาบัดนี้แฝงไปด้วยความร้าวราน "ข้าจะทำอย่างไรได้ ฟางเซียน? ทหารในค่ายหลวงล้วนได้รับคำสั่งจากแม่ทัพเหลียง หากข้าส่งกองทัพส่วนตัวออกไปตอนนี้ ก็เท่ากับเป็นการเปิดศึกกลางเมืองหลวง อ๋องหนานเจี้ยนย่อมมีข้ออ้างในการประกาศว่าข้าไร้ความสามารถในการปกครอง หรือแย่กว่านั้น... เขาอาจใช้ความวุ่นวายนี้ทำรัฐประหารโดยสมบูรณ์" ฟางเซียนนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง นางเดินไปที่หน้าต่างไม้แกะสลัก เปิดออกรับอากาศยามดึกที่ไร้ซึ่งความอบอุ่น "อ๋องหนานเจี้ยนไม่ได้ต้องการแค่ชัยชนะทางทหารเพคะ เขากำลังเล่นเกมจิตวิทยา เขารู้ว่าฝ่าบาทรักทหารเหล่านั้นเพียงใด และเขารู้ว่าฝ่าบาทจะไม่ยอมให้เลือดของคนในชาติไหลนองเพียงเพื่อบัลลังก์เดียว" "เจ้ากำลังจะบอกให้ข้าละทิ้งหน้าที่งั้นหรือ?" "หม่อมฉันกำลังจะบอกให้ฝ่าบาท 'ยืมมือ' ของผู้ที่ทรยศท่านนั่นแหละ ทำลายแผนการของอ๋องหนานเจี้ยนเสียเอง" ฟางเซียนหมุนตัวกลับมา สายตาของนางคมกริบราวกับใบมีด "แม่ทัพเหลียงถูกซื้อด้วยทองคำและตำแหน่ง แต่คนจำพวกนี้ล้วนมีจุดอ่อนที่น่ากลัวที่สุดอย่างหนึ่ง... นั่นคือความโลภที่ไม่รู้จักพอ" ในขณะที่ทั้งสองกำลังวางแผนการที่เดิมพันด้วยชะตาของแผ่นดิน เสียงฝีเท้าหนักๆ ขององครักษ์รักษาพระองค์ก็ดังขึ้นที่หน้าประตู ตามมาด้วยการเคาะจังหวะที่เร่งร้อนและผิดปกติ "ฝ่าบาท! แม่ทัพเหลียงส่งสาส์นด่วนมาพ่ะย่ะค่ะ!" จ้าวเฟยหลงขมวดคิ้ว "เข้ามา" องครักษ์หนุ่มก้าวเข้ามาในห้องด้วยสีหน้าซีดเผือด เขายื่นม้วนสาส์นตราประทับสีแดงฉานซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของกองทัพแดนหน้าให้แก่ฮ่องเต้ มือของจ้าวเฟยหลงสั่นเล็กน้อยในขณะที่เปิดอ่าน ข้อความในนั้นไม่ได้มีเพียงการรายงานสถานการณ์ แต่เป็นคำขาดที่เหยียบย่ำเกียรติยศของกษัตริย์อย่างสิ้นเชิง 'แด่ฝ่าบาทผู้สูงส่ง ทหารในค่ายทัพหลวงขาดแคลนเสบียงและเบี้ยหวัดมานานเกินไป หากภายในเจ็ดวันไม่มีคำสั่งปลดแม่ทัพใหญ่คนปัจจุบันและแต่งตั้งคนใหม่ที่ราชสำนักไว้วางใจได้ ทหารทั้งสามแสนนายจะยกทัพกลับเมืองหลวงเพื่อทวงถามความยุติธรรมด้วยคมดาบ' "สามแสนคน..." จ้าวเฟยหลงพึมพำด้วยเสียงที่สั่นพร่า "พวกเขาจะยกทัพกลับเมืองหลวง... นี่ไม่ใช่แค่การขู่ แต่นี่คือการประกาศกบฏอย่างเป็นทางการ" ฟางเซียนคว้าสาส์นนั้นมาอ่าน สายตาของนางกวาดผ่านตัวอักษรอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ ทว่าเสียงหัวเราะนั้นกลับเย็นเยียบจนองครักษ์ถึงกับขนลุกชัน "ไม่ใช่แม่ทัพเหลียงที่เขียนจดหมายฉบับนี้เพคะ" "เจ้าว่าอย่างไรนะ?" "ฝ่าบาทโปรดดูที่รอยประทับตราพยัคฆ์ ลายเส้นนี้แม้จะเหมือนทุกประการ แต่น้ำหนักมือที่กดลงไปนั้นหนักหน่วงเกินกว่านิสัยของแม่ทัพเหลียงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนละเอียดอ่อน นี่คือตราที่ปลอมขึ้นมาโดยฝีมือของคนใกล้ชิดอ๋องหนานเจี้ยนต่างหาก" นางเขวี้ยงสาส์นลงบนโต๊ะด้วยท่าทีสงบนิ่ง "คนผู้นี้กำลังรีบร้อนเกินไป เพราะเขาต้องการบีบให้ฝ่าบาทตัดสินใจผิดพลาดก่อนที่ฤดูเหมันต์จะมาถึง" "หากเขาไม่ได้เขียน แล้วแม่ทัพเหลียงอยู่ที่ไหน?" จ้าวเฟยหลงถามด้วยความกังวล ฟางเซียนเดินเข้าไปใกล้ฮ่องเต้ ขยับเข้าไปกระซิบที่ข้างพระกรรณด้วยน้ำเสียงที่ทำให้ลมหายใจของคนฟังสะดุด "แม่ทัพเหลียงอาจจะไม่มีชีวิตอยู่เพื่อเขียนอะไรได้อีกต่อไปแล้วเพคะ... แต่ตอนนี้ สิ่งที่สำคัญกว่าคือมีคนผู้หนึ่งเพิ่งก้าวเข้ามาในวังหลวงด้วยท่าทีที่ไม่มีใครคาดคิด" "ใคร?" "บุตรสาวของแม่ทัพเหลียงที่อ๋องหนานเจี้ยนอ้างว่าถูกส่งไปเป็นตัวประกันที่ชายแดน... นางเพิ่งมาถึงหน้าประตูวัง พร้อมกับหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะเปลี่ยนเกมนี้ไปตลอดกาล" เสียงฝีเท้าจากโถงทางเดินดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เป็นเสียงรองเท้าส้นสูงที่ก้าวอย่างมั่นคงและสง่างาม ประตูห้องทรงอักษรเปิดออกอย่างช้าๆ เผยให้เห็นหญิงสาวในชุดสีขาวล้วนที่เปื้อนคราบเลือดและดินโคลน นางก้าวเข้ามาพร้อมกับห่อผ้าในมือ ก่อนจะคุกเข่าลงแทบเท้าของฮ่องเต้ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความแค้นเคือง "ฝ่าบาท... หม่อมฉันนำศีรษะของบิดามาถวาย เพื่อแลกกับโอกาสในการลากตัวอ๋องหนานเจี้ยนลงจากอำนาจเพคะ" ขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมเดินทางและลุ้นระทึกไปกับความสัมพันธ์และเล่ห์เหลี่ยมทางการเมืองในบทนี้กับหลินฟางเซียนและจ้าวเฟยหลงนะคะ หวังว่าจะถูกใจทุกท่านค่ะ!
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงบัลลังก์มังกรสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%