หงส์เคียงบัลลังก์มังกรสะท้านภพ•ตอนที่ 19

แผนการตัดกำลัง

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
"หากเสบียงในคลังเปลี่ยนเป็นเถ้าถ่านก่อนรุ่งสาง ท่านคิดว่าแม่ทัพของอ๋องหนานเจี้ยนจะยังนิ่งเฉยได้อยู่หรือไม่" เสียงกระซิบแผ่วเบาของหลินฟางเซียนดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิดในห้องอักษรลับ แสงเทียนวูบไหวสะท้อนดวงตาที่คมปลาบดุจมีดโกนของนาง จ้าวเฟยหลงที่นั่งอยู่เบื้องหน้าชะงักมือที่กำลังจรดพู่กันเขียนฎีกา เขาเงยหน้าขึ้น สายตาที่เคยอ่อนล้าจากภาระหนักอึ้งบนบ่าฉายแววตระหนกปนชื่นชม "ฟางเซียน... เจ้ากำลังเล่นกับไฟ" ฮ่องเต้หนุ่มวางพู่กันลง เสียงของเขาทุ้มต่ำและสั่นพร่าเล็กน้อย "คลังเสบียงค่ายตะวันตกมีการคุ้มกันหนาแน่นกว่าคุกหลวงเสียอีก หากเจ้าพลาดแม้เพียงก้าวเดียว ศีรษะของเจ้าและคนของเจ้าจะถูกเสียบประจานบนยอดกำแพงเมืองภายในยามสาม" ฟางเซียนยกยิ้มที่มุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ไม่ได้มาพร้อมกับความอบอุ่น แต่เต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมของหมากรุกที่เดินถึงตาจน "ฝ่าบาททรงลืมไปแล้วหรือว่า 'ไฟ' ไม่ได้มีไว้เพื่อเผาผลาญเพียงอย่างเดียว แต่มันยังมีไว้เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของศัตรูที่มัวแต่เฝ้ามองความว่างเปล่า" นางขยับกายลุกขึ้น กลิ่นหอมจางๆ ของดอกเหมยฤดูหนาวที่ติดตัวนางโชยปะทะจมูกของชายหนุ่ม เขาเผลอโน้มตัวเข้าหาโดยไม่รู้ตัว แต่ฟางเซียนกลับก้าวถอยห่างอย่างมีระยะห่างที่รักษาสถานะ 'ผู้ช่วยที่ไร้ใจ' เอาไว้อย่างมั่นคง นางหยิบแผนที่ค่ายเสบียงออกมาคลี่ลงบนโต๊ะไม้กฤษณา "ทหารของอ๋องหนานเจี้ยนขึ้นชื่อเรื่องความละโมบ" นางใช้นิ้วเรียวสวยลากผ่านเส้นทางลับ "แทนที่จะส่งคนไปวางเพลิงซึ่งเสี่ยงเกินไป หม่อมฉันจะใช้ 'มอด' เข้าไปจัดการแทน" จ้าวเฟยหลงขมวดคิ้ว "มอด? เจ้าหมายถึงสิ่งใด" "เมล็ดข้าวที่ถูกอาบด้วยน้ำยาสมุนไพรที่ทำให้มันเน่าเสียอย่างรวดเร็วเมื่อกระทบกับความชื้นในอากาศเพียงเล็กน้อย หม่อมฉันได้วางแผนให้สายลับแฝงตัวเข้าไปในฐานะพ่อค้าเสบียงรายใหม่ที่อ๋องหนานเจี้ยนรับเข้าค่ายเมื่อสามวันก่อน" ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอักษรชั่วขณะ จ้าวเฟยหลงจ้องมองหญิงสาวตรงหน้า เขาเห็นเพียงความเด็ดเดี่ยวในดวงตาคู่นั้น ความเคียดแค้นต่อตระกูลที่ถูกใส่ร้ายกลายเป็นแรงขับเคลื่อนที่น่ากลัวที่สุด เขารู้ดีว่าหากนางทำสำเร็จ กองทัพของอาแท้ๆ ของเขาจะขาดแคลนเสบียงจนต้องยกทัพกลับ หรือไม่ก็ต้องปล้นสะดมชาวบ้านเพื่อประทังชีวิต ซึ่งนั่นจะทำให้พวกเขาหมดความชอบธรรมในสายตาของราษฎรทันที "เจ้ากำลังบีบให้ข้าต้องเลือกว่าจะใช้ความเมตตาหรือความโหดเหี้ยมในการปกครอง" จ้าวเฟยหลงกล่าวด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ ฟางเซียนย่อกายถวายบังคม ร่างกายของนางดูอ่อนช้อยแต่แฝงไปด้วยความแข็งแกร่ง "ในสงครามไม่มีที่ว่างให้ความเมตตาที่ไร้ประโยชน์หรอกเพคะ หากฝ่าบาทไม่ทรงเลือกทางเดินนี้ ต่อไปผู้ที่จะไม่มีที่ยืนในแผ่นดินนี้ก็คือประชาชนของพระองค์เอง... หม่อมฉันไม่ได้กำลังบีบบังคับ แต่หม่อมฉันกำลังสร้างบัลลังก์ที่มั่นคงไว้ให้ฝ่าบาทโดยแลกกับมือที่ต้องเปื้อนเลือดของหม่อมฉันเพียงผู้เดียว" นางหันหลังเดินออกจากห้องอักษร ทิ้งให้ฮ่องเต้หนุ่มจมอยู่กับความว่างเปล่าและความสับสนในจิตใจ ฟางเซียนเดินผ่านระเบียงทางเดินยาว แสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบใบหน้าเรียบเฉยของนาง ลมหนาวพัดผ่านชายผ้าไหมจนปลิวไสว แต่นางไม่รู้สึกถึงความหนาวเหน็บ สิ่งเดียวที่นางโฟกัสคือ 'หมาก' ที่นางเดินไปแล้ว เมื่อกลับถึงตำหนักลับ นางได้รับรายงานจากองครักษ์เงาว่าแผนการเริ่มขึ้นแล้ว ทว่าสิ่งที่น่ากังวลที่สุดไม่ใช่ความปลอดภัยของสายลับ แต่เป็นข่าวลือที่ว่า อ๋องหนานเจี้ยนได้เริ่มจัดตั้งหน่วยตรวจสอบเสบียงเป็นการด่วน เพราะมีคนทูลฟ้องว่าอาจมีการวางยาในคลัง นางยืนมองท้องฟ้ายามราตรี มือสั่นเทาเล็กน้อยเมื่อหยิบจดหมายลับอีกฉบับออกมาอ่าน... จดหมายจากอ๋องหนานเจี้ยนที่ส่งถึงนางโดยตรง 'หลินฟางเซียน เจ้าช่างเป็นหลานสาวที่ตระกูลหลินภูมิใจนัก ข้าหวังว่าเจ้าจะชอบของขวัญที่ข้าส่งไปให้ที่ตำหนักในคืนนี้' ฟางเซียนชะงักไปครู่หนึ่ง สังหรณ์ใจบางอย่างผุดขึ้นมา นางรีบหันหลังกลับหมายจะออกจากตำหนักเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย แต่ทันใดนั้น ประตูตำหนักก็ถูกผลักออกอย่างแรง เงาร่างสูงใหญ่ในชุดเกราะสีดำทมิฬก้าวเข้ามาพร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่โชยมากับลม มันไม่ใช่ทหารของนาง แต่เป็นขุนพลมือขวาที่โหดเหี้ยมที่สุดของอ๋องหนานเจี้ยนที่นางคิดว่าควรจะอยู่ที่ค่ายตะวันตก! เขาก้าวเข้ามาหยุดตรงหน้านาง ปลายดาบที่เปื้อนเลือดสดหยดลงบนพื้นไม้เป็นจังหวะที่น่าสะพรึงกลัว ในมืออีกข้างของเขามีศีรษะคนคนหนึ่งที่นางคุ้นเคยเป็นอย่างดี... สายลับที่นางส่งไปทำภารกิจที่คลังเสบียง "ข้าได้รับคำสั่งมาให้ส่งของขวัญชิ้นนี้ถึงมือแม่นางฟาง" เขากล่าวพลางโยนศีรษะนั้นมาแทบเท้าของนาง "และอ๋องหนานเจี้ยนฝากบอกว่า... หมากกระดานนี้ ยังมีผู้เล่นอีกคนที่เจ้าลืมคำนวณไป" ฟางเซียนตัวแข็งทื่อเมื่อเห็นบุรุษอีกคนก้าวตามหลังขุนพลผู้นั้นเข้ามาในห้อง... บุรุษผู้ที่นางมั่นใจที่สุดว่าจะเป็นพันธมิตรคนสำคัญเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ แต่เขากลับถอดหน้ากากออกเผยให้เห็นใบหน้าที่เหยียดยิ้มอย่างสมเพช "เจ้าคิดว่าข้าจะปล่อยให้ผู้หญิงอย่างเจ้าชักจูงไปตลอดกาลจริงๆ หรือ หลินฟางเซียน?" หลิวเยี่ยนซีหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับการหักมุมครั้งใหญ่ในค่ำคืนนี้ แล้วมาร่วมลุ้นชะตากรรมของนางไปพร้อมกันในตอนหน้าค่ะ!
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงบัลลังก์มังกรสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%