“หากท่านกล้าเซ็นชื่อลงไปในกระดาษแผ่นนี้ ชีวิตของท่านและตระกูลที่เหลือรอดจะถูกขีดฆ่าทิ้งทันทีที่ก้าวพ้นประตูตำหนักข้าไป อ๋องหนานเจี้ยน... ท่านคิดว่าอำนาจในมือที่ท่านยึดกุมไว้นั้น หนาแน่นพอจะต้านทานคมดาบที่กำลังจ่อคอหอยท่านอยู่หรือไม่?”
เสียงหวานเรียบเฉยของหลินฟางเซียนดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงันที่กดดันจนแทบหายใจไม่ออก กลิ่นกำยานราคาแพงในตำหนักอ๋องดูเหมือนจะหนักอึ้งขึ้นเป็นเท่าตัว นางยืนอยู่กลางห้องโถงกว้าง มือเรียวบางซ่อนอยู่ในแขนเสื้อกว้าง ในนั้นมีม้วนกระดาษสีเหลืองซีดที่เปลี่ยนชะตาชีวิตคนนับร้อยในราชสำนัก
จ้าวเฟยหลง ซึ่งนั่งอยู่ในเงามืดของมุมห้อง พลันขยับตัวเล็กน้อย ดวงตาคมกริบดุจพญาอินทรีของฮ่องเต้หนุ่มจับจ้องไปยังอ๋องหนานเจี้ยนที่กำลังนั่งสั่นเทาอยู่บนเก้าอี้ไม้แกะสลักลวดลายมังกรที่ดูเกินตัว
อ๋องหนานเจี้ยนแค่นหัวเราะ เสียงแหบพร่าสั่นเครือ “เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นใคร หลินฟางเซียน? สตรีผู้มีมลทินในอดีตเช่นเจ้า มาขู่ข้าด้วยจดหมายลับที่พิสูจน์ไม่ได้ว่าลายมือนี้เป็นของใคร? จงดูให้ดีเถิด... ในบรรดาขุนนางที่เจ้าอ้างถึง ใครบ้างที่ไม่ใช่คนของข้า? ใครบ้างที่ไม่ได้รับสินบนจากข้า? การกำจัดข้าในวันนี้ เท่ากับเจ้ากำลังเผาเรือนของฮ่องเต้จนวอดวายไปพร้อมกัน!”
หลินฟางเซียนก้าวเข้าไปใกล้ก้าวหนึ่ง ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายคมปลาบ “ข้าไม่จำเป็นต้องทำลายเรือน ข้าเพียงแค่จะเปลี่ยนกัปตันเรือที่กำลังพาพวกเราล่มจม ท่านคิดว่า ‘จดหมายฉบับที่สาม’ นี้ไม่มีความหมายงั้นหรือ? ท่านเข้าใจผิดแล้ว... จดหมายฉบับแรกคือคำเตือน ฉบับที่สองคือการขู่ แต่ฉบับนี้... คือบัญชีรายชื่อที่ข้าแลกมาด้วยเลือดของคนในตระกูลหลินที่ตายไป”
นางสะบัดมือเบาๆ ม้วนกระดาษถูกโยนลงบนโต๊ะกลางห้อง มันคลี่ออกเผยให้เห็นตราประทับสีแดงสดที่ไม่มีผู้ใดในแผ่นดินกล้าปลอมแปลง
จ้าวเฟยหลงลุกขึ้นยืนช้าๆ ความกดดันมหาศาลแผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงสง่า “อาสาม... ข้าให้โอกาสท่านนับครั้งไม่ถ้วน แต่ท่านเลือกที่จะเอาผลประโยชน์ของแผ่นดินไปแลกกับเศษเงินที่พวกกังฉินเหล่านั้นหยิบยื่นให้”
“ฝ่าบาท!” อ๋องหนานเจี้ยนตะโกนลั่น หน้าแดงก่ำ “ท่านกล้าลงมือกับข้าหรือ? ท่านลืมไปแล้วหรือว่าอำนาจกองทัพในมือนั้น ใครเป็นคนคุม!”
“กองทัพนั้นเป็นของแผ่นดิน ไม่ใช่ของคนทรยศ” หลินฟางเซียนเอ่ยแทรก เสียงของนางราบเรียบราวกับผิวน้ำนิ่ง แต่กลับแฝงไปด้วยกระแสเชี่ยว “ข้าได้ส่งสำเนาบัญชีรายชื่อทั้งหมดนี้ไปยังค่ายทหารชายแดนเหนือและตะวันออกแล้ว หากท่านไม่ลงนามสละสิทธิ์ในอำนาจการบริหารศาลยุติธรรมเสียตั้งแต่วันนี้ ทหารเหล่านั้นจะมาถึงเมืองหลวงในเวลาไม่เกินยามจื่อ”
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง อ๋องหนานเจี้ยนเบิกตากว้าง ความมั่นใจที่เคยมีพังทลายลงในพริบตา เขาหันไปมองฮ่องเต้ที่บัดนี้ดูเปี่ยมด้วยบารมีอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน
“ท่านยังมีเวลาอีกไม่มาก” หลิวฟางเซียนเอ่ยพร้อมรอยยิ้มบางๆ ที่มุมปาก “ปากกาพู่กันวางอยู่ตรงนั้น ท่านจะเลือกเซ็นชื่อเพื่อมีชีวิตรอดไปอยู่ในเขตแดนห่างไกล หรือจะเลือกจบชีวิตลงที่นี่พร้อมกับความลับที่ถูกเปิดโปง?”
ในจังหวะที่อ๋องหนานเจี้ยนกำลังคว้าพู่กัน มือของเขาสั่นเทาด้วยความแค้นและหวาดกลัว ทันใดนั้น ประตูตำหนักก็ถูกผลักออกอย่างแรง
เงาร่างหนึ่งก้าวเข้ามาในชุดเกราะสีเงินวาววับ ใบหน้าคมเข้มนั้นเคร่งขรึมและคุ้นตาจนหลินฟางเซียนต้องชะงักลมหายใจ เขาคือแม่ทัพใหญ่เฉิน ผู้ที่ควรจะอยู่ชายแดนเหนือตามแผนที่นางวางไว้ แต่มือของเขากลับเปื้อนคราบเลือดสดๆ ที่ยังไม่แห้งสนิท
“ฝ่าบาท... ห้ามลงนามพะย่ะค่ะ” แม่ทัพเฉินกล่าวพลางกวาดสายตามองหลินฟางเซียนด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก “บัญชีรายชื่อนี้... ไม่ใช่รายชื่อขุนนางกังฉินทั้งหมด แต่มันคือรายชื่อของสายลับที่วางรากฐานไว้เพื่อรอเวลาลอบปลงพระชนม์องค์ฮ่องเต้ในคืนนี้ และคนที่ส่งจดหมายฉบับที่สามให้พระสนมหลิน ก็คือคนทรยศตัวจริงที่ยืนอยู่หลังบัลลังก์ของท่าน!”
สิ้นคำกล่าว ร่างกายของหลินฟางเซียนเย็นเยียบไปถึงกระดูกสันหลัง เมื่อนางหันกลับไปมองจ้าวเฟยหลง ฮ่องเต้ผู้ที่นางคิดว่าได้ร่วมมือกันกอบกู้แผ่นดิน บัดนี้เขากำลังมองนางด้วยสายตาที่เย็นชาดุจน้ำแข็งที่ไม่เคยมีอยู่จริงมาก่อน...
หลิวเยี่ยนซีหวังว่าทุกท่านจะตื่นเต้นไปกับการหักมุมครั้งใหญ่ในค่ำคืนนี้ แล้วมาร่วมลุ้นชะตากรรมของนางไปพร้อมกันในตอนหน้าค่ะ!
หงส์เคียงบัลลังก์มังกรสะท้านภพ•ตอนที่ 20
จดหมายลับฉบับที่สาม
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงบัลลังก์มังกรสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!