“หากเจ้าคิดว่าการสังหารอาผู้นี้จะทำให้บัลลังก์ของเจ้ามั่นคงขึ้น จ้าวเฟยหลง... เจ้าก็คิดผิดถนัด!”
เสียงคำรามของอ๋องหนานเจี้ยนแหบพร่าแต่น่าเกรงขาม เขากระอักเลือดออกมาคำโตขณะที่ปลายมีดของผู้ลอบสังหารปริศนาแทงทะลุแผ่นหลังจดมิดด้าม อ๋องหนานเจี้ยนไม่อาจหันกลับไปมองใบหน้าของผู้ที่ทรยศตนได้ แต่สายตาของเขายังคงจดจ้องที่ฮ่องเต้หนุ่มเบื้องหน้าด้วยความอาฆาต
จ้าวเฟยหลงไม่ตอบโต้ด้วยวาจา ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวของเขาไม่ได้จับจ้องที่อาของตนแม้แต่น้อย แต่เขากวาดสายตามองผ่านร่างของผู้คนไปที่เรือนร่างระหงของ ‘หลินฟางเซียน’ ซึ่งถูกจับมัดไว้กับเสาหินกลางโถงพิธี ใบหน้าของนางซีดเผือด ทว่าดวงตากลับฉายแววเด็ดเดี่ยวปนความเจ็บปวด
“ปล่อยนางเสีย” จ้าวเฟยหลงสั่ง เสียงของเขาเรียบนิ่งทว่าเย็นยะเยือกจนน่าขนลุก
“ฝ่าบาท... ทรงมาทำไม...” ฟางเซียนพึมพำ น้ำตาที่เคยกลั้นไว้รินไหลอาบแก้ม “ที่นี่คือกับดัก... พวกเขารอกระชากวิญญาณพระองค์อยู่...”
ฮ่องเต้หนุ่มก้าวเท้าเดินข้ามร่างที่เริ่มไร้วิญญาณของอ๋องหนานเจี้ยนอย่างไม่ใยดี กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบรรยากาศ แต่เขาหาได้สนใจไม่ เป้าหมายเดียวในเวลานี้คือโซ่ตรวนที่พันธนาการสตรีผู้เป็นดั่งดวงใจ เมื่อเข้าใกล้ถึงตัวนาง เขากลับชะงักไปเล็กน้อย มือที่เอื้อมออกไปนั้นสั่นเทาด้วยความโกรธแค้นที่ไม่อาจปิดบังได้มิด
“ข้าเคยบอกเจ้าแล้วมิใช่หรือว่า... ชีวิตของเจ้าเป็นของข้า” จ้าวเฟยหลงกระซิบข้างหูนาง ก่อนจะใช้มีดสั้นเล่มบางตัดเชือกอย่างคล่องแคล่ว “ข้าไม่สนบัลลังก์ ไม่สนแผ่นดิน หากต้องแลกมาด้วยการเสียเจ้าไป”
“พระองค์กำลังทำเรื่องโง่เขลาที่สุดในชีวิต!” ฟางเซียนสวนกลับ ทันทีที่อิสรภาพกลับคืนมา นางกลับผลักพระองค์ออกห่างด้วยแรงทั้งหมดที่มี “ถ้าพระองค์ตายที่นี่ ใครจะเป็นคนปกป้องราษฎร? ใครจะเป็นคนที่หยุดยั้งความเสื่อมถอยของแคว้นนี้!”
“ข้าถึงได้บอกอย่างไรเล่า ว่าข้าต้องการเจ้า” จ้าวเฟยหลงจับไหล่นางไว้แน่น “ฟางเซียน มองตาข้า... แผนการของเจ้าที่วางไว้ให้ข้าใช้เพื่อครองอำนาจ ข้าขอเปลี่ยนมันเป็นแผนการเดียว... คือการพาเจ้าออกไปจากนรกขุมนี้ให้จงได้!”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังโต้เถียง ท่ามกลางความเงียบงันที่น่าอึดอัดของโถงกว้าง พลันมีเสียงปรบมือดังขึ้นเบาๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ เงาร่างหนึ่งก้าวออกมาจากหลังม่านไหมพรมที่หรูหรา ใบหน้าของเขาถูกซ่อนไว้ภายใต้หน้ากากครึ่งซีก ทว่ารอยยิ้มที่มุมปากนั้นช่างคุ้นตาอย่างประหลาด
“ช่างเป็นภาพที่น่าซาบซึ้งใจยิ่งนัก... ฮ่องเต้ผู้รักสตรีเหนือบัลลังก์” บุรุษลึกลับกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “แต่น่าเสียดาย... ความรักมักทำให้คนเรามองข้ามสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไปเสมอ”
จ้าวเฟยหลงรีบดึงฟางเซียนมาหลบหลังตน มือขวาชักกระบี่ประจำกายออกมาจ่อไปเบื้องหน้า “เจ้าเป็นใคร! สมุนที่เหลือของอ๋องหนานเจี้ยนหรือ?”
ชายผู้นั้นไม่ตอบ เขาค่อยๆ ถอดหน้ากากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่แท้จริง ซึ่งทำให้ทั้งฟางเซียนและจ้าวเฟยหลงต้องชะงักค้างไปพร้อมกัน
“ท่านอัครมหาเสนาบดี... ท่าน?” ฟางเซียนอุทาน ลมหายใจสะดุดกึก
“ข้ามิได้สังหารอ๋องหนานเจี้ยนเพื่อช่วยฝ่าบาทหรอกนะ” อัครมหาเสนาบดีกล่าวพลางหยิบตราประทับมังกรขึ้นมาหมุนเล่นในมือ “ข้ากำจัดตัวหมากที่หมดประโยชน์เพื่อเคลียร์ทางให้กับ 'เจ้าของใหม่' ของแผ่นดินนี้ต่างหาก... และคนที่กำลังจะตายในวันนี้ มิใช่เพียงแค่อ๋องหนานเจี้ยน แต่มันรวมถึงพระองค์ด้วย... จ้าวเฟยหลง”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าของทหารนับร้อยก็ดังก้องขึ้นจากรอบทิศทาง พวกเขาไม่ได้ล้อมอ๋องหนานเจี้ยนอีกต่อไป แต่กำลังล้อมพระองค์กับฟางเซียนไว้จนมิด! แสงคบเพลิงวูบไหวสะท้อนกับคมหอกที่นับไม่ถ้วน เงาของนักฆ่าที่ซ่อนตัวอยู่บนขื่อคานค่อยๆ กระโดดลงมาปิดทางออกสุดท้ายจนสิ้น
ฟางเซียนมองไปรอบกาย ความสิ้นหวังพุ่งเข้าเกาะกุมหัวใจ แต่นางกลับไม่ร้องไห้อีกแล้ว นางหยิบมีดสั้นที่พื้นขึ้นมา ประสานสายตากับจ้าวเฟยหลงอย่างสื่อความหมาย
“ถ้าต้องตาย... ข้าจะขอเป็นคนสุดท้ายที่พระองค์เห็นก่อนสิ้นลม” ฟางเซียนกล่าว น้ำเสียงของนางมั่นคงขึ้น
จ้าวเฟยหลงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ เขาหันไปจ้องหน้าอัครมหาเสนาบดีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความดุร้าย “ถ้าเจ้าคิดว่าการล้อมข้าไว้จะทำให้เจ้าชนะ... เจ้าประเมินข้าต่ำไป ท่านเสนาบดี”
ฮ่องเต้หนุ่มดึงป้ายอาญาสิทธิ์ออกจากชายเสื้อขึ้นมาชูเหนือหัว ในวินาทีนั้นเอง เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหวมาจากทางเข้าหลักของวังหลวง! ฝุ่นควันตลบอบอวลพร้อมกับเสียงโห่ร้องของกองทัพที่ควรจะอยู่ที่ชายแดน แต่กลับปรากฏกายขึ้นใจกลางพระนคร
“แผนบุกเดี่ยวของข้า... มิใช่การมาตายคนเดียว แต่เป็นการล่อให้สุนัขจิ้งจอกเผยหางออกมาต่างหาก!”
ทว่าในจังหวะที่ความหวังกำลังจุดประกาย ทหารคนสนิทที่ยืนอยู่ข้างกายอัครมหาเสนาบดีกลับหันดาบเข้าหา 'ฟางเซียน' อย่างรวดเร็ว! คมดาบนั้นไม่ได้มุ่งหวังชีวิต แต่มุ่งหวังจะจับนางเป็นตัวประกันอีกครั้ง ฟางเซียนเบิกตากว้างเมื่อเห็นเงาสะท้อนในดวงตาของจ้าวเฟยหลงที่เปลี่ยนจากความเด็ดขาดเป็นความตื่นตระหนกสุดขีดเมื่อเห็นนางถูกคนจากด้านหลังกระชากตัวไป!
“ฝ่าบาท! อย่าเข้ามา!” ฟางเซียนตะโกนลั่นเมื่อเห็นจ้าวเฟยหลงกำลังจะทิ้งกระบี่ในมือเพื่อแลกกับตัวนาง
นี่คือการตัดสินใจที่แขวนอยู่บนเส้นด้ายระหว่างอำนาจที่ได้กลับคืนมา กับหัวใจที่กำลังจะหลุดมือไปตลอดกาล... หลิวเยี่ยนซีขอฝากจินตนาการไว้เพียงเท่านี้ก่อน แล้วมาลุ้นกันต่อในตอนหน้าว่าฮ่องเต้จะเลือกเส้นทางใดนะคะ!
หงส์เคียงบัลลังก์มังกรสะท้านภพ•ตอนที่ 32
แผนบุกเดี่ยว
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงบัลลังก์มังกรสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!