"เจ้าคิดว่าความตายของบิดาเจ้าเพียงพอจะชดใช้ความผิดที่เจ้าบังอาจสอดมือเข้ามาในเกมกระดานของข้าแล้วหรืออย่างไร ฟางเซียน?"
เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าดุจเสียงใบไม้แห้งกรอบเสียดสีกันดังขึ้นท่ามกลางความมืดมิด กลิ่นอับชื้นของดินและคาวเลือดจางๆ อบอวลอยู่ในอากาศ หลินฟางเซียนมิได้ตอบในทันที นางรับรู้ถึงความเย็นเยียบของเหล็กที่พาดผ่านลำคอขาวผ่อง พลางขยับกายที่ถูกพันธนาการไว้กับเสาไม้เก่าคร่ำด้วยความระมัดระวัง แม้หัวใจจะเต้นรัวด้วยความตระหนก แต่ดวงตาคู่สวยกลับนิ่งสงบดั่งผิวน้ำในคืนไร้จันทร์
นางเงยหน้าขึ้นสบตาอ๋องหนานเจี้ยน ชายผู้เป็นดั่งเงามืดที่คอยกลืนกินราชสำนักของจ้าวเฟยหลง ดวงตาของเขาฉายแววกระหายอำนาจอย่างไม่ปิดบัง
"อ๋องหนานเจี้ยน..." ฟางเซียนเค้นเสียงหัวเราะเบาๆ ในลำคอ แม้ร่างกายจะอ่อนล้าจากการถูกกระชากลากถูมาถึงค่ายกบฏกลางหุบเขาลึก แต่นางไม่ยอมให้อีกฝ่ายเห็นความพ่ายแพ้ "การที่ท่านต้องลงมือลักพาตัวสตรีตัวเล็กๆ คนหนึ่งมาด้วยวิธีสกปรกเช่นนี้ แสดงว่าท่านกำลังหวาดกลัว... กลัวว่าแผนการครองแผ่นดินของท่านจะถูกฮ่องเต้เปิดโปงในอีกไม่ช้า"
เพียะ!
ฝ่ามือหยาบกร้านฟาดลงบนใบหน้าของนางอย่างจังจนหันไปตามแรงปะทะ รสคาวเลือดคละคลุ้งในปาก ฟางเซียนกัดฟันแน่น ไม่ยอมให้เสียงครางเล็ดลอดออกมา สายตาของนางที่เหลือบกลับมามองเขายังคงเย็นชาและดื้อรั้นเช่นเดิม
"ท่านประเมินค่าในตัวข้าสูงเกินไป" นางกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่คมกริบ "หากท่านหวังจะใช้ข้าเป็นตัวประกันเพื่อบีบให้ฝ่าบาทสละบัลลังก์ ท่านคิดผิดถนัด... ฮ่องเต้ที่ข้ารู้จัก ไม่เคยยอมจำนนต่อคนทรยศ"
อ๋องหนานเจี้ยนก้าวเข้ามาใกล้จนลมหายใจของเขาปะทะใบหน้า "เจ้ายังไม่รู้อะไรอีกมากฟางเซียน ฮ่องเต้ของเจ้าน่ะหรือ? เขาก็แค่เด็กหนุ่มที่กำลังหลงระเริงในอำนาจปลอมๆ ที่เจ้าหยิบยื่นให้ แต่เมื่อข้าสังหารเจ้าต่อหน้าเขา... ข้าอยากรู้นักว่าแววตาที่เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานนั้นจะแปรเปลี่ยนเป็นความโศกเศร้าจนเสียสติไปได้อย่างไร"
ฟางเซียนนิ่งงันไปครู่หนึ่ง หัวใจของนางบีบรัดด้วยความเจ็บปวดมิใช่เพราะความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามา แต่เป็นเพราะชื่อของจ้าวเฟยหลงที่เขาเอ่ยถึง นางรู้ดีว่าฮ่องเต้หนุ่มอาจบุ่มบ่ามพอที่จะนำกองกำลังเพียงน้อยนิดบุกมาที่นี่เพื่อช่วยนาง และนั่นคือกับดักที่อ๋องหนานเจี้ยนเตรียมไว้เพื่อรวบหัวรวบหางกวาดล้างทั้งคู่ในคราวเดียว
ท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดจนแทบหายใจไม่ออก ประตูกระโจมผ้าหนาหนักก็ถูกเปิดออกอย่างแรง ลมเย็นเยียบกรูเข้ามาพร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักๆ ของชายฉกรรจ์คนหนึ่งที่เดินเข้ามากระซิบข้างหูอ๋องหนานเจี้ยน สีหน้าของศัตรูร้ายเปลี่ยนไปในฉับพลัน
"เกิดเรื่องแล้วพ่ะย่ะค่ะ! มีกองกำลังปริศนาบุกเข้ามาทางทิศตะวันออก เสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่วค่าย!"
อ๋องหนานเจี้ยนหันมามองฟางเซียนด้วยสายตาอาฆาตก่อนจะชักกระบี่ออกมาหมายจะปลิดชีพนางเสียให้สิ้นซาก "ในเมื่อข้าไม่ได้สิ่งที่ต้องการ งั้นก็อย่าได้หวังว่าใครหน้าไหนจะได้ครอบครองเจ้า!"
ฟางเซียนหลับตาลงเตรียมรับความตาย ความมืดมิดเข้าครอบงำสติสัมปชัญญะ ทว่าในวินาทีที่คมกระบี่จะสัมผัสถึงผิวเนื้อ กลับมีเสียงธนูแหวกอากาศดังสนั่น ก่อนที่ร่างของทหารยามหน้ากระโจมจะล้มลงแน่นิ่ง เสียงอุทานด้วยความตกใจของอ๋องหนานเจี้ยนดังขึ้นตามมา
"ใคร! ใครบังอาจบุกค่ายของข้า!"
ฟางเซียนลืมตาขึ้น ภาพตรงหน้าทำให้หัวใจของนางแทบหยุดเต้น เงาร่างสูงโปร่งในชุดเกราะสีดำทมิฬที่คุ้นตาปรากฏขึ้นที่หน้ากระโจม แสงจันทร์ยามค่ำคืนสาดกระทบใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อและแววตาดุดันของบุรุษผู้หนึ่งที่นางไม่คิดว่าจะกล้าทำเช่นนี้
จ้าวเฟยหลง... เขามาที่นี่จริงๆ ด้วยตัวคนเดียวพร้อมกำลังเสริมเพียงหยิบมือ
เขาสบตานางเพียงชั่วครู่ แววตาของฮ่องเต้หนุ่มไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย เขาสะบัดกระบี่ในมือฟาดฟันศัตรูที่ขวางหน้าอย่างคล่องแคล่ว ก่อนจะพุ่งตรงมาที่นาง แต่ในจังหวะนั้นเอง อ๋องหนานเจี้ยนที่ซ่อนตัวอยู่หลังเสาไม้กลับกระชากคอเสื้อนางไว้แน่น แล้วจ่อมีดสั้นเข้าที่ลำคอนาง พร้อมกับหัวเราะลั่น
"ช้าก่อนฝ่าบาท! หากท่านก้าวเข้ามาอีกเพียงก้าวเดียว คอของหญิงผู้นี้ขาดกระเด็นแน่!"
จ้าวเฟยหลงชะงักฝีเท้า เขายืนนิ่งอยู่กลางกองทัพกบฏ ท่ามกลางวงล้อมของคมดาบที่พุ่งเข้าใส่เขาจากทุกทิศทาง ทว่าเขากลับทำในสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด... เขาโยนกระบี่ทิ้งลงกับพื้น เสียงโลหะกระทบพื้นดินดังสนั่นไปทั่วบริเวณ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นจนทำให้นางสั่นสะท้าน
"ปล่อยนางเสีย แล้วข้าจะยอมเป็นเชลยของท่านแต่โดยดี... โดยที่ท่านไม่ต้องสูญเสียไพร่พลแม้แต่คนเดียว"
ฟางเซียนเบิกตากว้าง น้ำตาที่นางพยายามกักเก็บมาตลอดกลับเอ่อล้นออกมา ความลับที่ซ่อนอยู่ใต้เงาจันทร์ในค่ำคืนนี้มิใช่แค่แผนการกบฏ หากแต่เป็นชะตากรรมที่ฮ่องเต้หนุ่มพร้อมจะเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้อง 'หงส์' ที่เขารักยิ่งกว่าบัลลังก์ที่เขาสั่งสมมาทั้งชีวิต... และในวินาทีที่จ้าวเฟยหลงก้าวเข้าไปหาอ๋องหนานเจี้ยนด้วยมือเปล่า ปลายมีดในมือของศัตรูร้ายกลับสั่นสะท้าน เพราะเบื้องหลังของอ๋องหนานเจี้ยน เงาที่สองค่อยๆ ปรากฏขึ้นพร้อมกับมีดที่จ่อเข้าที่หัวใจของเขาจากด้านหลัง!
ขอบพระคุณทุกท่านที่ยังคงติดตามการเดินทางของหลินฟางเซียนผ่านมรสุมชีวิตในครั้งนี้ด้วยใจจริงนะคะ หลิวเยี่ยนซีขอฝากให้ทุกท่านร่วมลุ้นกันต่อว่า ใครกันแน่คือผู้กุมชะตาที่แท้จริงในคืนนี้ค่ะ
หงส์เคียงบัลลังก์มังกรสะท้านภพ•ตอนที่ 31
ความลับใต้เงาจันทร์
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงบัลลังก์มังกรสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!