เสียงถ้วยชาเคลือบหยกขาวที่กระแทกกระทั้นลงบนโต๊ะไม้จันทน์แดงดังสนั่น ก้องกังวานไปทั่วตำหนักเงียบสงบ ทว่ากลับสร้างความสะพรึงกลัวให้แก่ขุนนางผู้เฒ่าที่คุกเข่าอยู่เบื้องล่างจนตัวสั่นเทา
"เจ้าว่าอย่างไรนะ... สัญญาซื้อขายเกลือล็อตล่าสุด เหตุใดจึงไปโผล่อยู่ในมือของกรมคลังฝ่ายตรงข้ามได้เล่า!"
น้ำเสียงทุ้มต่ำแต่ทรงอำนาจของอ๋องหนานเจี้ยนแฝงไว้ด้วยไอสังหารหนེบหนาวราวกับลมหนาวเหนือ เม็ดเหงื่อกาฬผุดพรายเต็มหน้าผากของใต้เท้าเฉิน ขุนนางอาวุโสผู้ภักดีต่อฝ่ายอ๋องหนานมาเนิ่นนาน เขาก้มหมอบจนหน้าผากแนบชิดกับพื้นหินอ่อนเย็นเฉียบ
"ทะ... ท่านอ๋อง โปรดทรงพระอาญา! กระหม่อมรอบคอบยิ่งยวดยิ่งนัก เอกสารฉบับนั้นถูกเก็บไว้ในห้องลับที่มีเพียงคนสนิทไม่กี่คนเท่านั้นที่ล่วงรู้..." ใต้เท้าเฉินละล่ำละลักแก้ตัว เสียงสั่นเครือจนแทบฟังไม่ได้ศัพท์
อ๋องหนานเจี้ยนหรี่ตาลงแคบ รังสีอำมหิตแผ่ซ่านออกจากร่างกำยำในชุดคลุมปักลายห้าเล็บ ดวงตาคมปลาวาฬจ้องมองสุนัขรับใช้เบื้องล่างด้วยความระแวงสงสัยที่ก่อตัวขึ้นลึกในใจ ดั่งไฟใต้น้ำที่กำลังลุกลาม ในยามที่ราชสำนักกำลังสั่นคลอนจากการเคลื่อนไหวของฮ่องเต้หนุ่มจ้าวเฟยหลง สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ศัตรูเปิดเผย หากแต่เป็น "หนอนบ่อนไส้" ที่ซุกซ่อนอยู่ข้างกาย
ในขณะเดียวกัน ณ ตำหนักบูรพา หลินฟางเซียนกำลังยืนทอดสายตาผ่านหน้าต่างแกะสลักลวดลายวิจิตร มองไปยังท้องน้ายามราตรีที่ไร้ดาวจันทน์ นางสวมชุดกระโปรงยาวสีม่วงเข้ม ขับเน้นให้ผิวพรรณผุดผ่องยิ่งดูเยือกเย็นและลึกล้ำ นางกำลังถือจดหมายลับฉบับหนึ่งในมือ—จดหมายที่นางจงใจส่งผ่านช่องทางลับเพื่อให้ไปถึงมือของอ๋องหนานเจี้ยนโดยตรง เพื่อจุดชนวนความระแวงสงสัยในหมู่พรรคพวกของอีกฝ่ายให้แตกหักจากภายใน
"ทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่พระสนมคาดการณ์ไว้เพคะ" จินฮวา สาวใช้คนสนิทก้าวเข้ามาด้วยฝีเท้าแผ่วเบา รายงานเสียงกระซิบ "สายข่าวรายงานว่า อ๋องหนานเจี้ยนเริ่มเรียกตัวองครักษ์เงาและสอบสวนคนสนิททีละคนแล้ว บรรยากาศในจวนอ๋องตอนนี้ตึงเครียดเสียยิ่งกว่าสนามรบ"
ฟางเซียนมิได้เอ่ยคำใด นางเพียงคลี่ยิ้มบางเบา รอยยิ้มที่เคลือบยาพิษความงามอันตราย นางจิบชาร้อนกรุ่นที่เริ่มอุ่นลงช้าๆ "คนพวกนั้นกระหายอำนาจมานาน เมื่ออำนาจเริ่มสั่นคลอน ความโลภและหวาดระแวงก็จะกัดกินจิตใจพวกเขาเอง... เราไม่ต้องลงมือให้เปื้อนเลือด แค่ปล่อยให้พวกเขาห้ำหั่นกันเองก็เพียงพอแล้ว"
ทว่า ในขณะที่เกมการเมืองกำลังดำเนินไปอย่างเชือดเฉือน จ้าวเฟยหลง ฮ่องเต้หนุ่มผู้ปราดเปรื่อง กลับกำลังเผชิญหน้ากับความกดดันอีกด้านหนึ่งในท้องพระโรง
พระองค์ประทับบนบัลลังก์ทองคำ ทอดพระเนตรฎีกาจากหัวเมืองชายแดนที่รายงานถึงการเคลื่อนไหวผิดปกติของกองกำลังส่วนตัวของอ๋องหนานเจี้ยน แม้พระองค์จะทรงพระเยาว์ แต่พระเนตรคมกริบนั้นฉายแววเด็ดเดี่ยวเกินพระชนม์ชีพ ไร้ซึ่งความหวาดกลัวต่ออาผู้ทรงอิทธิพลอีกต่อไป
"เสด็จอา..." จ้าวเฟยหลงพึมพำกับความเงียบงันในท้องพระโรง "ท่านคิดจะเล่นเกมนี้ไปถึงไหนกัน"
การเปลี่ยนแปลงในราชสำนักครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแย่งชิงอำนาจระหว่างฮ่องเต้กับอ๋องผู้ทะเยอทะยานเท่านั้น แต่มันคือสงครามจิตวิทยาที่เดิมพันด้วยลมหายใจของทุกคนที่เกี่ยวข้อง ท่ามกลางความตึงเครียดที่พุ่งถึงขีดสุดนี้เอง ประตูตำหนักบูรพาก็ถูกผลักเปิดออกกะทันหันด้วยแรงลมกรรโชกยามดึก
เงาร่างสูงโปร่งในชุดคลุมสีดำสนิทก้าวเข้ามาอย่างเงียบเชียบ ปราศจากการประกาศตน ทว่าทันทีที่แสงคบเพลิงกระทบเข้ากับใบหน้าของบุคคลผู้มาเยือน ดวงตาของหลินฟางเซียนก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความตกตะลึงระคนไม่คาดคิด
คนผู้นั้นไม่ใช่ใครอื่น... แต่เป็นแม่ทัพใหญ่แห่งตระกูลอวี้ ผู้ที่ควรจะนำทัพอยู่หายนะแดนไกลหลายพันลี้ กลับมายืนอยู่เบื้องหน้าของนางพร้อมกับคราบเลือดแห้งกรังบนดาบประจำกาย และรอยยิ้มเยียบเย็นที่ส่งตรงมาถึงนางเท่านั้น
"พระสนม... กระหม่อมกลับมาทวงสัญญาที่พระองค์ทรงให้ไว้แล้วพ่ะย่ะค่ะ"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ติดตามและร่วมลุ้นไปกับหงส์เคียงบัลลังก์มังกรสะท้านภพนะคะ หลิวเยี่ยนซีสัญญาว่าจะพาทุกท่านไปพบกับจุดพลิกผันที่สะเทือนแผ่นดินยิ่งกว่าเดิมในตอนหน้าค่ะ!
หงส์เคียงบัลลังก์มังกรสะท้านภพ•ตอนที่ 34
การเปลี่ยนแปลงในราชสำนัก
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงบัลลังก์มังกรสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!