กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งจนแสบจมูก ผสมปนเปกับกลิ่นอับชื้นของละอองฝนที่โปรยปรายลงมาเคลือบแผ่นศิลาเบื้องหน้าประตูวังหลวงจนลื่นปื๊ด เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหวราวกับเสียงคำรามของอสูรร้ายในขุมนรกโลกันตร์ กองทหารรักษาพระองค์สวมเกราะทองคำประดับลายวิหคเพลิงกำลังถอยร่นกรูเกลียวเข้ามาอย่างไม่เป็นขบวน ธนูเพลิงนับร้อยดอกแหวกอากาศพุ่งทะยานลงมาปักระเนระนาดบนพื้นกระเบื้อง เกิดเป็นเปลวไฟสีส้มฉานที่สะท้อนกับหยาดฝนจนดูคล้ายหางของมังกรเพลิงกำลังดิ้นรนเฮือกสุดท้าย
"ตั้งแถวรับ! อย่าให้พวกมันเหยียบเข้ามาในเขตพระrฐานชั้นในได้แม้แต่ก้าวเดียว!"
เสียงคำรามของแม่ทัพไป๋เหวินเซียวดังลั่นฝ่าสายฝน ใบหน้าคมเข้มเต็มไปด้วยรอยแผลฉกรรจ์และหยาดเหงื่อที่ปะปนกับคราบโลหิต เขากระชับกระบี่ในมือแน่นจนข้อต่อกระดูกขึ้นสีขาวซีด เบื้องหลังของเขาคือหลินฟางเซียนที่ยืนนิ่งสงบ ทว่าอาภรณ์สีครามเข้มของนางกลับเปียกชุ่มไปด้วยหยาดฝนและละอองเลือด ดวงตากลมโตคู่สวยไม่ได้ทอประกายความหวาดกลัวแม้แต่น้อย มีเพียงประกายความเย็นเยียบราวน้ำแข็งพันปีที่กำลังจ้องมองไปยังเงาร่างเบื้องหน้า
เงาร่างที่เพิ่งก้าวผ่านบานประตูใหญ่ที่ถูกทำลายลง...
บุรุษในชุดเกราะโลหิตชุ่มโชก แววตาคมกริบดั่งเหยี่ยวทะเลทรายคู่นั้นกวาดมองความโกลาหลเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกสนุกสนานราวกับกำลังชมมหรสพชั้นดี รอยยิ้มเหยียดหยันที่มุมปากประดับอยู่บนใบหน้าครึ่งหนึ่งที่พ้นเงามืด แสงไฟจากคบเพลิงสาดส่องกระทบโครงหน้าคมคายนั้นอย่างชัดเจน—มันคือใบหน้าของคนที่ควรจะนอนจมกองเลือดอยู่ ณ ชายแดนบูรพาเมื่อสามเดือนก่อน!
"ฝ่าบาท..."
หลินฟางเซียนพึมพำออกมาแผ่วเบา ริมฝีปากบางเฉียบสั่นระริกเล็กน้อย นางหันไปสบตากับจ้าวเฟยหลงที่กำลังก้าวออกมายืนเคียงข้าง ฮ่องเต้หนุ่มในชุดฉลองพระองค์สีเหลืองทองปักลายมังกร 5 เล็บ แม้พระองค์จะทรงมีพระพักตร์ซีดเผือดจากการเสียเลือดที่พระอังสา (หัวไหล่) ในการปะทะระลอกแรก แต่พระเนตรทั้งคู่กลับลุกโชนด้วยเพลิงโทสะและอำนาจแห่งกษัตริย์อย่างไม่ยอมแพ้
"เสด็จอา..." จ้าวเฟยหลงเค้นเสียงลอดไรฟัน ตรัสเรียกชื่อผู้มีศักดิ์เป็นอาว์ที่ทรยศแผ่นดิน "เจ้ากล้าดียังไงถึงเหยียบย่างเข้ามาในเขตพระราชฐานด้วยกองกำลังกบฏ!"
อ๋องหนานเจี้ยนหัวเราะลั่น เสียงหัวเราะทุ้มต่ำดังก้องกังวานสะท้อนไปทั่วกำแพงวังสูงชัน เขายกมือขึ้นปาดคราบเลือดบนแก้มออกอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะก้าวเดินช้าๆ เข้ามาท่ามกลางศพของทหารทั้งสองฝ่ายที่นอนเกลื่อนกลาด เสียงรองเท้าบูทหนังเหยียบย่ำลงบนแอ่งน้ำนองเลือดดัง *ฉับ... ฉับ...* ทุกย่างก้าวสร้างแรงกดดันมหาศาลจนทหารฝ่ายฮ่องเต้หลายคนถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้น
"ฮ่าๆๆ ฝ่าบาท... ลูกหลานกตัญญูของหม่อมฉัน" อ๋องหนานเจี้ยนหยุดยืนห่างออกไปเพียงสิบก้าว รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏชัดเจน "บัลลังก์มังกรนี้บรรพบุรุษสร้างขึ้นด้วยหยาดเหงื่อและเลือดเนื้อ แต่ท่านกลับนั่งมันด้วยความไร้เดียงสา คิดหรือว่าแผ่นดินกว้างใหญ่ใบนี้จะยอมจำนนต่อเด็กอมมือที่เอาแต่หลบอยู่หลังกระโปรงสตรี?"
สายตาดุดันของอ๋องหนานเจี้ยนกวาดมาหยุดอยู่ที่หลินฟางเซียน รอยยิ้มของเขาเปลี่ยนเป็นความเย้ยหยัน "ไม่น่าเชื่อเลยนะหลินฟางเซียน เจ้าฉลาดเป็นกรด วางแผนหักเหลี่ยมตระกูลหลินของตัวเองเพื่อไต่เต้ามาเป็นที่ปรึกษาข้างบัลลังก์... แต่สุดท้าย เจ้าก็เป็นได้แค่หมากตัวหนึ่งที่กำลังจะถูกเตะกระเด็นตกกระดานอยู่ดี"
บรรยากาศรอบด้านเงียบงันลงชั่วขณะ เสียงหอบหายใจและเสียงฝนตกกลายเป็นฉากหลังอันวังเวง หลินฟางเซียนสูดหายใจเข้าลึก3 เพื่อดึงสติและความเยือกเย็นกลับคืนมา นางขยับกายก้าวขึ้นมาบังหน้าฮ่องเต้เล็กน้อย แม้สถานะของนางจะเป็นเพียงสตรีใต้เงาอำนาจ แต่นางรู้ดีว่าเวลานี้มิอาจแสดงความอ่อนแอให้ศัตรูเห็นเด็ดขาด
"ท่านอ๋องทรงลำบากพระทัยยิ่งนัก ถึงกับต้องยอมเป็นกบฏขายชาติเพื่อแย่งชิงเก้าอี้ที่ท่านโหยหามาครึ่งชีวิต" หลินฟางเซียนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าทุกคำพูดกลับเชือดเฉือนลึกถึงกระดูกดำ "แต่ท่านคงลืมไปแล้วกระมัง ว่าสุนัขที่วิ่งตามกลิ่นคาวเลือด สุดท้ายก็มักจะจบลงที่การถูกเจ้าของตัดหัวสังเวย"
"สามหอม!" อ๋องหนานเจี้ยนตวาดกร้าว แววตาคมกริบวับโรจน์ด้วยความโกรธเกรี้ยว "นังสารเลว ปากเก่งนักนะ! วันนี้ต่อให้เจ้ามีแผนการร้อยเล่ห์พันกล ขุนนางในราชสำนักก็อยู่ข้างข้า กองทัพพิทักษ์เมืองหลวงก็อยู่ในกำมือข้า ราชบัลลังก์นี้... เป็นของข้า!"
สิ้นเสียงคำราม อ๋องหนานเจี้ยนก็ยกมือขึ้นสูง ทันใดนั้น เสียงโห่ร้องราวกับคลื่นทะเลคลั่งก็ดังมาจากด้านนอกกำแพงวัง เงาร่างของทหารรับจ้างนับพันในชุดเกราะสีดำสนิทปีนป่ายกำแพงสูงขึ้นมาอย่างรวดเร็วดุจฝูงลิงป่า อาวุธในมือสะท้อนแสงไฟวับวาว กองกำลังรักษาพระองค์ที่มีอยู่เพียงน้อยนิดเริ่มต้านทานไม่ไหว แนวป้องกันหน้าพระลานกำลังจะพังทลายลงในไม่ช้า
จ้าวเฟยหลงขบกรามแน่น พระหัตถ์ที่กำด้ามกระบี่สั่นเทาด้วยความแค้น พระองค์หันมามองหลินฟางเซียน แววตาเต็มไปด้วยความรู้สึกซับซ้อน—ทั้งความผิดหวัง ความโกรธ และความรู้สึกผิดที่ลากนางเข้ามาเผชิญความตายในวังวนการเมืองนี้
"ฟางเซียน..." พระองค์ตรรัสเรียกเสียงพร่า "เจ้า... เสียใจหรือไม่ที่เลือกเดินตามเส้นทางนี้?"
หลินฟางเซียนหันกลับมาสบพระเนตรของฮ่องเต้ รอยยิ้มจางๆ ผุดขึ้นบนริมฝีปากของนาง—รอยยิ้มที่งดงามที่สุด ทว่าเศร้าสร้อยและเด็ดเดี่ยวที่สุดในคราเดียวกัน
"หม่อมฉันไม่เคยเสียใจเพคะฝ่าบาท..." นางเอ่ยกระซิบเบาๆ แต่หนักแน่นราวกับคำสัตย์ปฏิญาณ "เพราะชีวิตของหม่อมฉัน... ได้ตายไปตั้งแต่วันที่ตระกูลหลินถูกตราหน้าว่าเป็นกบฏแล้ว การได้มีชีวิตอยู่เพื่อลากพวกมันลงนรกไปพร้อมกัน คือสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดในชาตินี้"
นางหันกลับไปเผชิญหน้ากับอ๋องหนานเจี้ยนอีกครั้ง มือเรียวบางสอดเข้าไปในแขนเสื้อเพื่อหยิบบางสิ่งออกมา—ป้ายหยกมังกรทองคำบริสุทธิ์ที่จ้าวเฟยหลงมอบให้ไว้สำหรับสั่งการกองกำลังลับพยัคฆ์ทมิฬ
แต่วินาทีที่นางกำลังจะชูมันขึ้นเพื่อส่งสัญญาณสุดท้าย...
*ฉึก!*
เสียงแปลกประหลาดดังขึ้นท่ามกลางความโกลาหล หลินฟางเซียนรู้สึกถึงแรงกระแทกอย่างแรงที่กลางหลัง ตามด้วยความเจ็บปวดแปลบปลาบที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างจนลมหายใจสะดุด นางก้มลงมองผ่านหน้าอกของตนเอง—ปลายดาบคมกริบอาบโลหิตสีแดงฉานโผล่พ้นเสื้อผ้าออกมาอย่างน่าสยดสยอง
ดวงตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงสุดขีด นางค่อยๆ หันกลับไปช้าๆ...
และภาพเบื้องหน้าก็ทำให้หัวใจของนางหยุดเต้นสนิท—บุรุษที่ยืนถือดาบเล่มนั้นอยู่เบื้องหลังนาง หาใช่ทหารศัตรูไม่... หากแต่เป็นแม่ทัพไป๋เหวินเซียว ผู้เป็นสหายร่วมเป็นร่วมตายและโล่ป้องกันอันดับหนึ่งของนางเอง!
"เจ้า..." หลินฟางเซียนกระอักเลือดออกมาคำโต ร่างกายทรุดฮวบลงสู่อ้อมแขนของจ้าวเฟยหลงที่พุ่งเข้ามาคว้าตัวนางไว้ได้ทันท่วงที
ไป๋เหวินเซียวลดดาบลงช้าๆ ใบหน้าที่เคยองอาจกลับไร้ซึ่งความรู้สึก ดวงตาคู่นั้นเย็นชาไร้ก้นบึ้ง ราวกับไม่เคยรู้จักสตรีในอ้อมแขนผู้นี้มาก่อนในชีวิต ก่อนที่เขาจะหันไปประสานมือคำนับอ๋องหนานเจี้ยนที่กำลังเดินยิ้มเยาะเข้ามาใกล้
"ทูลท่านอ๋อง แผนการล่อเสือออกจากถ้ำ... สำเร็จลุล่วงด้วยดีพ่ะย่ะค่ะ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ทุกท่านที่ติดตามและร่วมเดินทางเคียงข้างกันมาจนถึงตอนนี้นะคะ หลิวเยี่ยนซีซาบซึ้งใจยิ่งนักค่ะ
หงส์เคียงบัลลังก์มังกรสะท้านภพ•ตอนที่ 47
กำแพงวังที่สั่นคลอน
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงบัลลังก์มังกรสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!