ปลายพู่กันขนกระต่ายป่าตวัดลงบนกระดาษเปี่ยมซวนจื่ออย่างมั่นคง หมึกสีดำสนิทซึมซาบลงสู่เนื้อกระดาษประหนึ่งแผนที่แห่งชะตากรรมที่นางกำลังขีดเขียนขึ้นด้วยมือของตนเอง หลินฟางเซียนมิได้เงยหน้าขึ้นมองขันทีน้อยที่คุกเข่าตัวสั่นอยู่เบื้องล่าง นางเพียงแต่ปล่อยให้ความเงียบงันภายในตำหนักบูรพาทำหน้าที่บั่นทอนขวัญกำลังใจของผู้ส่งสารทีละน้อย
"ทูลท่านอ๋อง แผนการล่อเสือออกจากถ้ำ... สำเร็จลุล่วงด้วยดีพ่ะย่ะค่ะ"
ประโยครายงานจากหน่วยข่าวกรองเมื่อยามสามยังคงก้องกังวานอยู่ในห้วงความคิด แม้จะเป็นข่าวที่ควรน่ายินดี ทว่าในยามที่กองกำลังของอ๋องหนานเจี้ยนเคลื่อนพลเข้าประชิดประตูเมืองชั้นนอกตามแผนลวง ฟางเซียนกลับสัมผัสได้ถึงความหนقเหน็บที่แล่นริ้วขึ้นมาจากปลายนิ้ว
"สำเร็จหรือ..." เสียงหวานใสทว่าราบเรียบราวน้ำแข็งก้อนใหญ่เอ่ยขึ้น นางวางพู่กันลงบนแท่นหยกอย่างเชื่องช้า ก่อนจะปรายตามองรายงานลับในมือ "อ๋องหนานเจี้ยนผู้เจ้าเล่ห์ย่อมไม่ยอมทุ่มกำลังพลทั้งหมดมาเสี่ยงโชคเพียงเพราะข่าวลือเรื่องเสบียงสำรองทางเหนือหรอกค่ะ ข้าเกรงว่า... นี่จะเป็นเพียงการหยั่งเชิงระลอกแรกเท่านั้น"
ขันทีน้อยก้มหน้าต่ำจนหน้าผากแทบชิดพื้น "พระชายา... หรือว่าฝ่าบาททางนั้นจะ..."
"ฝ่าบาททรงทำหน้าที่ของพระองค์ได้ดีเยี่ยมแล้วในการดึงดูดสายตาของพวกมันที่ท้องพระโรง" ฟางเซียนขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด นางลุกขึ้นยืน ชายผ้าไหมปักลายหงส์สีทองสะท้อนกับแสงตะเกียงวับแวม ร่างระหงก้าวเดินไปยังเบื้องหน้าแผนที่ทางเดินลับใต้ดินที่กางอยู่บนโต๊ะทรงอักษร "ในเมื่อพวกมันเลือกที่จะเล่นเกมนี้ เราก็ต้องเปิดประตูต้อนรับให้สมเกียรติ... แต่ประตูวังหลวงแห่งนี้ จะเปิดหรือปิด ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้ถือลูกกุญแจ"
ยามนี้ ภายในเขตพระราชฐานชั้นใน บรรยากาศตึงเครียดเสียยิ่งกว่าเส้นลวดที่ถูกดึงจนถึงขีดสุด หลินฟางเซียนในฐานะผู้บัญชาการกองกำลังสนับสนุนภายในวังตามพระราชโองการลับของฮ่องเต้จ้าวเฟยหลง นางไม่มีเวลาให้หวาดกลัว สิ่งที่นางต้องทำคือการควบคุมทุกตารางนิ้วของวังหลวงแห่งนี้ให้อยู่ในกำมือ มิให้หนอนบ่อนไส้หน้าไหนมีโอกาสส่งสัญญาณออกไปภายนอกได้
"รายงาน! หน่วยลาดตระเวนพบความเคลื่อนไหวบริเวณตำหนักเย็น ฝ่ายในมีความผิดปกติพ่ะย่ะค่ะ!" เสียงรายงานดังขึ้นพร้อมกับการก้าวเข้ามาอย่างเร่งรีบขององครักษ์เงา
ฟางเซียนหรี่ตาลงเล็กน้อย แววตาดุดันฉายวาบขึ้นภายใต้ความเยือกเย็น "ตำหนักเย็นอย่างนั้นหรือ? ช่างเลือกสถานที่ซ่อนตัวได้ไม่เลวเลยนี่... นางสนมเอกฮวาคงคิดว่าความวุ่นวายนี้จะช่วยให้พวกมันฉวยโอกาสเปิดประตูทิศประจิมสินะคะ"
นางหยิบกระบี่ประจำกายที่วางพาดอยู่ขึ้นมาถือไว้ น้ำหนักของเหล็กกล้าเย็นเฉียบช่วยเรียกสติและความมั่นใจให้กลับคืนมา "จัดกำลังองครักษ์เสื้อแพรสองกองร้อยตามข้ามา เราจะไปเยี่ยมเยียน 'สหายเก่า' ที่ตำหนักเย็นกันสักหน่อย"
การเดินทัพภายในเขตพระราชฐานยามวิกาลเต็มไปด้วยความเงียบงัด มีเพียงเสียงฝีเท้าหนักแน่นของทหารองครักษ์ที่สวมเกราะเหล็กกระทบกันเป็นจังหวะ หลินฟางเซียนก้าวเดินนำหน้าอย่างองอาจ นางหาใช่สตรีในห้องหอที่รอคอยความช่วยเหลือจากบุรุษอีกต่อไปแล้ว บาดแผลจากอดีตและความแค้นที่ครอบครัวถูกใส่ร้ายได้หล่อหลอมให้นางกลายเป็นหงส์เพลิงที่พร้อมแผดเผาทุกคนที่ขวางทาง
เมื่อมาถึงตำหนักเย็นที่ทรุดโทรมและไร้ผู้คนอยู่อาศัย บรรยากาศรอบด้านกลับวังเวงผิดปกติ ประตูไม้บานเก่าปิดสนิท ทว่ามีเงาดำเคลื่อนไหวอยู่หลังหน้าต่างกระดาษสา
"ห้อมล้อมไว้! อย่าให้หลุดรอดไปได้แม้แต่คนเดียว" ฟางเซียนออกคำสั่งเสียงเฉียบขาด
*ปัง!*
นางใช้เท้าถีบประตูไม้ผุพังให้เปิดออกอย่างไร้ความปรานี ฝุ่นละอองตลบอบอวลไปทั่ว ทว่าสิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับมิใช่สนมฮวาหรือสายลับของอ๋องหนานเจี้ยนอย่างที่คาดคิด แต่เป็นร่างของขันทีเฒ่าคนสนิทของไทเฮาที่กำลังเผากระดาษลับบางอย่างอยู่ในอ่างดินเผา แสงไฟสีส้มสาดสะท้อนใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความตกใจ
"พระ... พระชายา!" ขันทีเฒ่าทรุดตัวลงคุกเข่า ตัวสั่นเทายิ่งกว่าลูกนกตกน้ำ
ฟางเซียนก้าวเข้าไปใกล้ ใช้ปลายกระบี่เขี่ยเศษกระดาษที่ยังไหม้ไม่หมดขึ้นมาดู แม้จะเหลือเพียงเศษเสี้ยว แต่นางก็จำลายมือหวัดๆ นั้นได้ทันที... มันคือตราประทับลับของตระกูลฮวาที่เชื่อมโยงกับอ๋องหนานเจี้ยน!
"เจ้ากำลังทำลายหลักฐานอะไรอยู่หรือคะ ขันทีหลี่?" ฟางเซียนเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มเย็นเยียบ รอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกราวกับถูกโยนลงไปใน
ขันทีหลี่เหงื่อกาฬแตกพลั่ก ละล่ำละลักตอบ "หม่อมฉัน... หม่อมฉันแค่... อ๊าก!"
ยังไม่ทันที่ขันทีเฒ่าจะได้เอ่ยคำแก้ตัว ลูกธนูอาบยาพิษดอกหนึ่งก็พุ่งแหวกอากาศเข้ามาปักเข้าที่ลำคอของเขาอย่างแม่นยำ ร่างของขันทีหลี่ชักกระตุกไม่
กี่ครั้งก็แน่นิ่งไป ดวงเบิกกว้างด้วยความตายที่มาเยือนอย่างกะทันหัน
"ระวัง! มีมือสังหาร!" องครักษ์ตะโกNก้องพร้อมกับชักดาบขึ้นตั้งรับ
ฟางเซียนมิได้ตื่นตระหนก นางกวาดสายตามองไปยังหลังคาตำหนักที่ผุพัง ท่ามกลางเงาจันทร์สลัว ร่างในชุดดำสนิทนับสิบชีวิตปรากฏตัวขึ้นพร้อมอาวุธครบมือ พวกมันหาใช่โจรป่า แต่เป็นนักฆ่ามืออาชีพที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีเพื่อการนี้โดยเฉพาะ!
"ปกป้องพระชายา!"
การปะทะกันอย่างดุเดือดเริ่มต้นขึ้นภายในเขตตำหนักเย็น เสียงดาบกระทบกันดังสนั่นหวั่นไหว เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนกำแพงสีขาวหม่น ฟางเซียนตวัดกระบี่ในมือรับการโจมตีจากมือสังหารที่พุ่งเข้ามาอย่างแม่นยำ ท่วงท่าการต่อสู้ของนางงดงามราวกับการร่ายรำ ทว่าเฉียบคมและไร้ความปรานี
ในจังหวะที่นางสามารถปลิดชีพมือสังหารคนสุดท้ายที่พุ่งเข้ามาได้ สายตากลับเหลือบไปเห็นวัตถุบางอย่างที่ตกอยู่บริเวณซอกเสา... ป้ายคำสั่งของกองกำลังทหารรักษาพระองค์ประจำประตูวังหลวงชั้นใน!
หัวใจของฟางเซียนกระตุกวูบ ความเย็นเยียบแล่นพล่านไปทั่วสันหลัง
ป้ายคำสั่งนี้ไม่ได้อยู่กับแม่ทัพผู้ภักดี... แต่มันควรจะอยู่กับคนที่อยู่สูงที่สุดในวังหลังต่างหาก!
ก่อนที่นางจะได้ฉุกคิดอะไรไปมากกว่านั้น เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังขึ้นจากด้านนอก พร้อมกับการปรากฏตัวของขันทีคนสนิทประจำตำหนักไทเฮา ที่ก้าวเข้ามาพร้อมกับรอยยิ้มแปลกประหลาด
"ทูลพระชายา... ฝ่าบาททรงถูกควบคุมตัวไว้ที่ตำหนักโสมสวรรค์แล้วพ่ะย่ะค่ะ และตอนนี้... พระพันปีหลวงมีรับสั่งให้เชิญพระชายาไปเข้าเฝ้าเป็นการด่วนเพคะ"
ขอบคุณรี้ดเดอร์ที่น่ารักทุกท่านที่อยู่เคียงข้างและเดินทางร่วมกันมาจนถึงบทนี้นะคะ
หงส์เคียงบัลลังก์มังกรสะท้านภพ•ตอนที่ 48
กลยุทธ์การตั้งรับ
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงบัลลังก์มังกรสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!