หงส์เคียงบัลลังก์มังกรสะท้านภพ•ตอนที่ 38

ตกลงสู่หุบเหว

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
"หากเจ้าไม่สามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนได้ภายในชั่วยามนี้ เลือดของเจ้าคงต้องสังเวยแด่ความวิบัติของแผ่นดินที่เจ้าเป็นผู้ก่อขึ้นแล้ว!" เสียงประกาศก้องของอ๋องหนานเจี้ยนดังกังวานไปทั่วท้องพระโรงที่เต็มไปด้วยเหล่าขุนนางที่พร้อมใจกันก้มหน้าหลบสายตา หลินฟางเซียนยืนเด่นอยู่กลางลานหินอ่อนที่เย็นเยียบ ความหนาวเหน็บไม่ได้มาจากอากาศรอบกาย แต่มันซึมลึกมาจากความจริงที่นางเพิ่งกระจ่างแจ้งในใจ—อ๋องหนานเจี้ยนไม่ได้ต้องการเพียงแค่บัลลังก์ เขาต้องการลากนางลงไปในโคลนตม เพื่อให้จ้าวเฟยหลงไร้ซึ่งแขนซ้ายที่ไว้ใจที่สุด ฟางเซียนค่อยๆ เงยหน้าขึ้น เส้นผมดำขลับที่หลุดลุ่ยเล็กน้อยไม่ได้ทำให้ความสง่างามของนางลดน้อยลงแม้แต่น้อย ดวงตาเรียวคมของนางตวัดมองร่างสูงสง่าบนบัลลังก์มังกร จ้าวเฟยหลงนั่งนิ่งอยู่ตรงนั้น แผ่นหลังที่มักจะดูแข็งแกร่งกลับดูโดดเดี่ยวอย่างน่าใจหาย เขากำพระหัตถ์แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน ทว่ากลับไม่เอ่ยปากปกป้องนางแม้แต่คำเดียว "ท่านอ๋องกล่าวหาว่าหม่อมฉันเป็นนางแม่มด เพราะความแห้งแล้งที่กินเวลามาสามเดือน และโรคระบาดในเขตชายแดน" ฟางเซียนเอ่ยขึ้น เสียงของนางเรียบสนิทราวกับผิวน้ำที่ไร้กระแสลม "แต่ในเมื่อท่านกล้ากล่าวหาข้าด้วยข้อหาอุกฉกรรจ์เช่นนี้ ท่านคงมี 'หลักฐาน' ที่มั่นคงพอที่จะโน้มน้าวฝ่าบาทได้ มิใช่เพียงวาจาพล่อยๆ ที่พ่นออกมาจากปากของคนทรยศแผ่นดินหรอกใช่หรือไม่?" "บังอาจ!" ขุนนางฝ่ายอ๋องก้าวออกมาชี้นิ้วใส่ "เจ้าใช้มนต์ดำอาคม สั่งการให้ตุ๊กตากระดาษสาในตำหนักของเจ้าเรียกวิญญาณร้ายมาดูดกลืนโชคลาภของแผ่นดิน ข้ามีพยานเป็นนางกำนัลในตำหนักเจ้าที่เห็นเจ้าทำพิธีตอนเที่ยงคืน!" ฟางเซียนแค่นหัวเราะในลำคอ นางกวาดสายตามองไปที่เหล่าขุนนางที่ยืนเรียงรายกันอยู่ พวกเขาดูหวาดกลัว... ไม่ใช่กลัวคำสาปแช่ง แต่นางเห็นความละโมบในดวงตาที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังความหวาดหวั่นนั้น "พยาน? หรือว่าเบี้ยที่ท่านส่งเข้าไป?" ฟางเซียนก้าวเท้าเข้าไปหาอ๋องหนานเจี้ยนทีละก้าว แม้ขุนนางฝ่ายทหารจะชักดาบออกมาขวางทาง แต่นางหาได้สะทกสะท้าน "ฝ่าบาท... เพคะ" นางหันไปหาจ้าวเฟยหลง ชายผู้เป็นดั่งดวงใจและเป็นดั่งมหาศัตรูในคราเดียวกัน ในวินาทีนั้น ฟางเซียนเห็นความเจ็บปวดลึกๆ ในแววตาของเขา เขากำลังถูกบีบให้เลือกระหว่างอำนาจที่เขากำลังจะสูญเสีย กับสตรีที่เขารักสุดหัวใจ "หากข้าคือแม่มดที่ทำให้บ้านเมืองวิบัติ เหตุใดฝ่าบาทถึงยังไม่ประหารข้าเสียล่ะเพคะ?" ฟางเซียนถามด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า "หรือว่าเป็นเพราะฝ่าบาทเองก็รู้... ว่าสิ่งที่ทำให้แผ่นดินวิบัติ ไม่ใช่มนต์ดำของข้า แต่เป็นเพราะแผนการชั่วช้าที่ใครบางคนกำลังจะล้มล้างราชบัลลังก์อยู่ทุกขณะจิต!" ความเงียบเข้าปกคลุมท้องพระโรง จ้าวเฟยหลงขยับกายเล็กน้อย ราวกับเขากำลังต่อสู้กับอะไรบางอย่างในใจ อ๋องหนานเจี้ยนยิ้มเหี้ยม เขารู้ดีว่าหมากตานี้เขาชนะขาดลอย เพราะไม่ว่าจ้าวเฟยหลงจะเลือกทางไหน เขาก็จะกลายเป็นฮ่องเต้ที่ไร้น้ำยาในสายตาประชาชน "นางกำลังเพ้อเจ้อ!" อ๋องหนานเจี้ยนคำราม "ทหาร! จับนางไปคุมขังในกรงเหล็กกลางลานประหาร ให้คนทั้งเมืองเห็นว่าแม่มดจะได้รับผลกรรมอย่างไร!" ร่างของฟางเซียนถูกทหารรุมล้อม นางไม่ได้ขัดขืนปล่อยให้พวกเขากระชากแขนเสื้อที่ปักลวดลายหงส์จนยับย่น ในขณะที่นางกำลังจะถูกลากผ่านหน้าบัลลังก์ นางชะงักฝีเท้าเล็กน้อยแล้วโน้มตัวลงกระซิบแผ่วเบาที่ข้างหูจ้าวเฟยหลง "ฝ่าบาท... เมื่อท่านยอมให้ข้าตกลงสู่หุบเหวแล้ว ขอให้ท่านแน่ใจว่า... ท่านจะไม่ตกลงไปพร้อมกับข้า" จ้าวเฟยหลงสะดุ้งสุดตัว มือของเขาสั่นระริกขณะมองฟางเซียนถูกลากออกไป ร่างของนางลับหายไปจากประตูบานใหญ่ ทิ้งไว้เพียงกลิ่นหอมของดอกเหมยจางๆ ที่ติดอยู่ในอากาศ ทันใดนั้นเอง ขันทีคนสนิทของฮ่องเต้ก็วิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา พร้อมกับม้วนกระดาษสีเหลืองทองที่เปื้อนคราบเลือด "ฝ่าบาท! ด่วนเพคะ! มีคนบุกจวนอ๋องหนานเจี้ยน และพบ... พบ..." ขันทีหยุดพูดเมื่อเห็นสายตาของอ๋องหนานเจี้ยนที่จ้องเขม็งราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ จ้าวเฟยหลงรีบคว้ากระดาษแผ่นนั้นมาเปิดอ่าน ดวงตาของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรงก่อนจะเปลี่ยนเป็นความเงียบงันที่น่าสะพรึงกลัว เขาค่อยๆ ลุกขึ้นจากบัลลังก์มังกร ก้าวเดินลงมาข้างล่างด้วยท่าทางที่เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เขาหันไปมองอ๋องหนานเจี้ยนที่กำลังยิ้มย่องด้วยความมั่นใจ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบจนถึงขั้วหัวใจ "อาท่าน... ท่านบอกว่าข้าควรประหารนางแม่มดคนนั้นใช่หรือไม่?" จ้าวเฟยหลงหยุดยืนอยู่ตรงหน้าอ๋องหนานเจี้ยน พลางคลี่กระดาษแผ่นนั้นให้เขาดู "งั้นท่านคงต้องตอบข้าให้ได้ก่อนว่า... จดหมายลับที่ลงนามด้วยตราประทับของท่าน ที่ติดต่อกับกองทัพกบฏนอกด่าน... มาอยู่ในมือของฟางเซียนได้อย่างไร ก่อนที่นางจะถูกจับกุมตัว!" อ๋องหนานเจี้ยนหน้าถอดสี รอยยิ้มที่มั่นใจมลายหายไปในพริบตา และในวินาทีที่ความตึงเครียดพุ่งถึงขีดสุด เสียงระเบิดดังสนั่นขึ้นจากทิศทางของลานประหารที่ฟางเซียนถูกนำตัวไป แสงไฟสีแดงฉานพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าพร้อมกับเสียงกรีดร้องของผู้คน ขอบคุณที่ร่วมเดินทางผ่านความมืดมิดและแสงสว่างในเส้นทางของหงส์เคียงบัลลังก์ไปพร้อมกับหลิวเยี่ยนซีนะคะ
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงบัลลังก์มังกรสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%