"ใต้เท้า... ท่านกำลังบีบคอแผ่นดินด้วยมือเปล่า"
สุ้มเสียงของหลินฟางเซียนราบเรียบ ทว่ากังวานดุจคมมีดที่กรีดผ่านความเงียบสงัดภายในท้องพระโรง อ๋องหนานเจี้ยนที่ประทับอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์หอมมุมห้องเพียงแค่เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มุมปากของเขากระตุกยิ้มอย่างไม่แยแส ก่อนจะวางม้วนเอกสารงบประมาณกองทัพประจำปีลงบนโต๊ะไม้เนื้อแข็งเสียงดัง 'ปัง'
จ้าวเฟยหลง ฮ่องเต้หนุ่มผู้ประทับอยู่บนบัลลังก์มังกรเบื้องหน้ากำหมัดแน่นจนเส้นเลือดที่หลังมือปูดโปน ดวงตาคมกริบของเขาจ้องมองอาของตนเองด้วยความเดือดดาลที่ถูกกดทับไว้ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉย
"งบประมาณกองทัพชายแดนเหนือถูกตัดออกไปสามส่วน" ฮ่องเต้ตรัสขึ้น น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลัง "อ๋องหนานเจี้ยน ท่านคิดจะให้ทหารที่สู้รบเพื่อปกป้องราชวงศ์ต้องอดตายก่อนรบกับศัตรูงั้นหรือ?"
อ๋องหนานเจี้ยนหัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่ฟังดูแห้งแล้งและน่าขนลุก เขาค่อยๆ ลุกขึ้นยืนช้าๆ ร่างกายกำยำในชุดคลุมสีน้ำเงินเข้มปักลายเมฆาดูโอ่อ่าเกินกว่าขุนนางทั่วไป "ฝ่าบาท... คำว่า 'กอบกู้แผ่นดิน' มิได้สร้างด้วยดาบและโล่เพียงอย่างเดียว แต่สร้างด้วยเสบียงและเงินทอง ในยามที่คลังหลวงร่อยหรอ ข้าเพียงแค่จัดสรรทรัพยากรให้คุ้มค่าที่สุด หรือพระองค์จะทรงปฏิเสธว่าทหารใต้บังคับบัญชาของแม่ทัพตระกูลหลินไม่เคยเบียดบังงบประมาณเข้ากระเป๋าตัวเอง?"
ฟางเซียนที่ยืนอยู่เบื้องหลังฮ่องเต้รู้สึกได้ถึงลมหายใจที่ติดขัดของจ้าวเฟยหลง นี่คือกับดักที่เขาวางไว้ล่วงหน้า เขากำลังโยนความผิดให้บิดาของนางที่เพิ่งถูกประหารไป และใช้เป็นข้ออ้างในการดึงงบประมาณกองทัพกลับมาเป็นของตนเอง
"สิ่งที่ข้าต้องการไม่ใช่คำแก้ตัว แต่คือเหตุผลว่าเหตุใดเงินที่ควรไปถึงค่ายทหารกลับถูกโอนเข้าบัญชีลับของกรมคลังที่ท่านดูแล" ฟางเซียนก้าวออกมาข้างหน้าหนึ่งก้าว ดวงตางดงามคู่นั้นจ้องมองศัตรูอย่างไม่ลดละ นางรู้ดีว่าหากวันนี้พ่ายแพ้ต่อคำพูดของเขา บัลลังก์ของจ้าวเฟยหลงก็จะสั่นคลอนจนยากจะกลับมามั่นคง
อ๋องหนานเจี้ยนหรี่ตาลง มองสตรีเพียงหนึ่งเดียวท่ามกลางเหล่าขุนนางด้วยแววตาดูแคลน "แม่นางหลิน เจ้าเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งที่ยังไม่รู้สถานะของตนเอง การพูดจาสามหาวต่อหน้าข้าในท้องพระโรงเช่นนี้... เจ้ากำลังลากฮ่องเต้ลงเหวไปพร้อมกับเจ้า"
"แล้วถ้าข้าบอกว่า... เงินจำนวนนั้นถูกส่งถึงมือทหารครบทุกอีแปะ แต่มีใครบางคนในราชสำนักปลอมแปลงเอกสารบัญชีเพื่อใส่ร้ายตระกูลหลินล่ะเจ้าคะ?" ฟางเซียนสวนกลับทันควัน น้ำเสียงของนางเยือกเย็นราวกับน้ำค้างแข็ง
อากาศภายในท้องพระโรงราวกับถูกสูบออกจนหมดสิ้น ความเงียบเข้าปกคลุมจนได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นรัวของเหล่านางกำนัลที่หมอบอยู่ไกลๆ จ้าวเฟยหลงเหลือบมองฟางเซียนด้วยสายตาที่ซับซ้อน เขารู้ดีว่านางกำลังเล่นกับไฟ
"เจ้ามีหลักฐานหรือไม่" อ๋องหนานเจี้ยนแค่นยิ้ม "หากไม่มี สิ่งที่เจ้าพูดก็เป็นเพียงลมปากไร้ค่าที่ควรค่าแก่การตัดลิ้นเสีย"
ฟางเซียนคลี่ยิ้มบางๆ เป็นยิ้มที่ไม่ได้ส่งถึงดวงตา แต่มันทำให้ความมั่นใจของอ๋องหนานเจี้ยนชะงักไปครู่หนึ่ง นางหยิบม้วนกระดาษเล็กๆ ออกมาจากแขนเสื้อแล้วค่อยๆ คลี่ออก "ข้าไม่มีหลักฐานทางบัญชี... แต่ข้ามี 'รายชื่อ' ของขุนนางที่รับเงินทอนจากการตัดงบประมาณกองทัพในครั้งนี้ และเชื่อหรือไม่ว่า... รายชื่อที่อยู่ลำดับสุดท้าย คือคนใกล้ชิดที่สุดของท่าน"
นางเว้นจังหวะ ก่อนจะเอ่ยชื่อหนึ่งออกมาเบาๆ ทว่าดังก้องในโสตประสาทของทุกคน
"กงกงคนสนิทของอ๋องหนานเจี้ยน... หวังจื้อ"
ทันใดนั้น บานประตูไม้แกะสลักของท้องพระโรงก็ถูกผลักออกอย่างแรง ทหารองครักษ์นับสิบกรูเข้ามาพร้อมกับชายวัยกลางคนในชุดขันทีผู้หนึ่งที่ถูกมัดมือไพล่หลัง ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยรอยเลือดและเขม่าดินปืน
"ฝ่าบาท! ข้าไม่เกี่ยว! อ๋องหนานเจี้ยนเป็นคนสั่งให้ข้าทำ!" หวังจื้อตะโกนลั่นพลางคลานเข่าเข้ามาแทบเท้าฮ่องเต้ ความวุ่นวายปั่นป่วนเกิดขึ้นทันที ขุนนางหลายคนหน้าซีดเผือด บางคนเริ่มถอยห่างจากกลุ่มของอ๋องหนานเจี้ยน
อ๋องหนานเจี้ยนกำมือแน่นจนสั่น เขาสบตากับฟางเซียน แววตาที่เคยเหยียดหยามบัดนี้เปลี่ยนเป็นความอาฆาตแค้นสุดขีด แต่ในจังหวะที่สถานการณ์กำลังเข้าทางฮ่องเต้ เสียงฝีเท้าหนักๆ ของแม่ทัพใหญ่แห่งกองทัพรักษาพระนครก็ดังแทรกเข้ามา
"พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท!" แม่ทัพใหญ่คุกเข่าลง "มีรายงานด่วนจากชายแดน... กองทัพของอ๋องหนานเจี้ยนที่แอบตั้งค่ายอยู่ในหุบเขาพันธมิตรได้เริ่มเคลื่อนพลมุ่งหน้ามายังเมืองหลวงแล้ว พ่ะย่ะค่ะ!"
จ้าวเฟยหลงลุกขึ้นจากบัลลังก์ทันที ใบหน้าของเขากลายเป็นสีเขียวคล้ำ ฟางเซียนใจหายวาบ นางรู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่แค่การตัดงบประมาณ... แต่นี่คือจุดเริ่มต้นของสงครามกลางเมืองที่พวกเขายังไม่พร้อมจะรับมือ
"ท่านไม่ได้กะจะแค่ตัดงบประมาณ" ฟางเซียนกระซิบข้างหูฮ่องเต้ด้วยมือที่สั่นเทา "ท่านจะชิงบัลลังก์ในค่ำคืนนี้เลย... ฝ่าบาท เพคะ!"
ทว่าก่อนที่จ้าวเฟยหลงจะได้ออกคำสั่ง เสียงปรบมือดังช้าๆ มาจากเงามืดหลังเสามังกร ชายผู้หนึ่งก้าวออกมา เขาคือเสนาบดีกรมยุติธรรมที่ทุกคนคิดว่าตายไปแล้วในเหตุการณ์กบฏครั้งก่อน พร้อมกับกริชอาบยาพิษในมือที่จ่อเข้าที่คอหอยของหลินฟางเซียนจากด้านหลัง
"ขออภัยที่ขัดจังหวะการสนทนาของทั้งสองพระองค์ แต่ดูเหมือนว่า... เกมนี้จะจบลงเร็วกว่าที่คิดนะพ่ะย่ะค่ะ"
หลิวเยี่ยนซีหวังเป็นอย่างยิ่งว่ารี้ดเดอร์ทุกท่านจะร่วมลุ้นและเอาใจช่วยฟางเซียนไปพร้อมกับหม่อมฉันในตอนต่อไปนะคะ
หงส์เคียงบัลลังก์มังกรสะท้านภพ•ตอนที่ 4
เล่ห์เหลี่ยมขุนนางกังฉิน
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงบัลลังก์มังกรสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!