กลิ่นอับชื้นของคุกใต้ดินตระกูลอ๋องคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นคาวเลือดและสนิมเหล็ก แสงจากคบเพลิงวับแวมสาดส่องกระทบใบหน้าครึ่งซีกที่เต็มไปด้วยรอยฟกช้ำของสตรีสูงวัยผู้หนึ่ง นางคือ ‘ฮูหยินผู้สูงอายุสกุลถัง’ ผู้เป็นป้าแท้ๆ ของหลินฟางเซียน และข้างกายกันคือ ‘ถังอี๋ว์’ ลูกพี่ลูกน้องของนาง ทั้งสองถูกล่ามโซ่ตรึงไว้กับเสาหินหนาทึบ สภาพอิดโรยไร้เรี่ยวแรงจากการถูกทรมานข้ามคืน
ฟางเซียนยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้า ร่างเพรียวบางภายใต้ชุดผ้าแพรสีนิลสั่นเทาน้อยๆ ไม่ใช่ด้วยความกลัว แต่มันคือความโกรธเกรี้ยวที่ถูกแผดเผาจนกลายเป็นความเย็นเยียบดั่งน้ำแข็งในฤดูเหมันต์
"หลานข้า... เจ้าไม่ควรมาที่นี่เลย" เสียงแหบแห้งเอ่ยลอดริมฝีปากที่แตกแห้งของฮูหยินผู้สูงอายุถัง ดวงตาฝ้าฟางมองหลานสาวด้วยความห่วงใยระคนหวาดกลัว "นี่คือ... กับดัก"
"ข้าทราบแล้วเจ้าค่ะท่านป้า" ฟางเซียนกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงที่พยายามควบคุมไม่ให้สั่นไหว นัยน์ตาดอกท้อคู่สวยกวาดมองสภาพอันน่าเวทนาของคนในครอบครัวสายมารดา หัวใจของนางเจ็บแปล๊บราวกับถูกเข็มนับพันเล่มทิ่มแทง นางระวังตัวแจในหมากกระดานนี้ ป้องกันทุกช่องทางไม่ให้ใครล่วงรู้ถึงสายสัมพันธ์ลับระหว่างนางกับสกุลถัง เหตุใด... อ๋องหนานเจี้ยนจึงล่วงรู้ได้
"ฉลาดนักสมกับที่เป็นสตรีที่ฝ่าบาททรงโปรดปราน"
เสียงปรบมือดังขึ้นท่ามกลางความเงียบงัน พร้อมกับเงาร่างสูงใหญ่ของอ๋องหนานเจี้ยนที่ก้าวออกมาจากความมืดมิดของมุมห้องคุก รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฏบนใบหน้าของบุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดในราชสำนักยามนี้ แววตาของเขาพราวระยับด้วยชัยชนะ ราวกับแมวที่กำลังเล่นสนุกกับเหยื่อในกรง
ฟางเซียนหันขวับไปเผชิญหน้ากับอีกฝ่าย แววตาเยือกเย็นปราศจากความหวาดหวั่น "ท่านอ๋องเล่นสกปรกถึงเพียงนี้ จับสตรีไม่มีทางสู้เพื่อมาต่อรองกับเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ไม่คิดว่ามันน่าละอายแก่เกียรติยศของท่านบ้างหรือเพคะ"
อ๋องหนานเจี้ยนหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นทุบทำลายบรรยากาศอึมครึมให้ยิ่งน่าอึดอัด "เกียรติยศหรือ? สิ่งนั้นมีไว้ใช้กับผู้มีอำนาจคู่ควรเท่านั้น หลิวฟางเซียน... เจ้าคิดว่ากุญแจทองคำนั่นจะช่วยปกป้องบัลลังก์ของฮ่องกงหนุ่มน้อยผู้นั้นได้จริงหรือ? หึ กุญแจดอกนั้นก็เป็นเพียงเศษเหล็กไร้ค่า หากแลกไม่ได้กับลมหายใจของคนที่เจ้าัก"
สิ้นคำพูดของอ๋องหนานเจี้ยน ทหารยามผู้หนึ่งก็ก้าวเข้ามา พร้อมกับดาบเล่มคมกริบที่จ่อลงบนลำคอระหงของถังอี๋ว์ เสียงสะอื้นไห้ของถังอี๋ว์ดังระงมด้วยความหวาดกลัวสุดขีด
"หยุดนะ!" ฟางเซียนเผลอตะโกนออกมาอย่างลืมตัว กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้ากับเนื้อฝ่ามือ โลหิตสีสดซึมไหลผ่านร่องนิ้ว แต่นางไม่รู้สึกเจ็บเท่ากับความบีบคั้นในอก
จ้าวเฟยหลง... ฮ่องเต้หนุ่มผู้ดื้อรั้นและเปี่ยมด้วยอุดมการณ์ หากพระองค์ทรงทราบว่านางนำตนเองมาแลกกับความปลอดภัยของญาติฝ่ายแม่ ฮ่องเต้ผู้มีทิฐิสูงส่งผู้นั้นจะต้องบุกเข้ามาช่วยนางอย่างแน่นอน และนั่นคือหายนะที่อ๋องหนานเจี้ยนรอคอย! นี่ไม่ใช่แค่การจับตัวประกันเพื่อข่มขู่ แต่มันคือ ‘แผนล่อเสือออกจากถ้ำ’ เพื่อกำจัดทั้งนางและฮ่องเต้ไปพร้อมๆ กันในคราวเดียว
ฟางเซียนหลับตาลงชั่วพริบตาเพื่อตั้งสติ สมองอันปราดเปรื่องหมุนวนอย่างรวดเร็วเพื่อหาทางออกในสถานการณ์ที่ไร้ซึ่งทางหนีทีไล่ นางจะยอมจำนนเพื่อช่วยครอบครัว หรือจะยอมเสียสละพวกเขาเพื่อรักษาแผ่นดิน? ทางเลือกใดก็ช่างโหดร้ายทารุณต่อจิตใจของนางเหลือเกิน
"ท่านต้องการอะไร ว่ามาเพคะ" ฟางเซียนลืมตาขึ้น แววตาคู่นั้นสงบนิ่งอย่างน่าประหลาด ราวกับสายน้ำลึกที่ซ่อนกระแสน้ำวนอันเชี่ยวกราดไว้เบื้องล่าง
อ๋องหนานเจี้ยนยิ้มเยาะ เดินเข้าไปใกล้สตรีตรงหน้าทีละก้าว กลิ่นอายกดดันแผ่ซ่านออกมาจากตัวของอ๋องผู้ทะเยอทะยาน "ง่ายมาก... เขียนราชโองการปลอมขึ้นมาฉบับหนึ่ง ประกาศสละราชสมบัติของฮ่องเต้ โดยอ้างเหตุผลเรื่องพระอาการประชวร และมอบอำนาจผู้สำเร็จราชการแผ่นดินให้แก่ข้าแต่เพียงผู้เดียว... ทำเสีย แล้วข้าจะปล่อยครอบครัวของเจ้าไป พร้อมกับมอบอิสรภาพให้พวกเขากลับบ้านนอกโดยปลอดภัย"
ข้อเสนอที่เต็มไปด้วยพิษร้าย ฟางเซียนแค่นหัวเราะในใจ ราชโองการสละราชสมบัติ... หากนางเขียนมันลงไป แผ่นดินนี้จะตกอยู่ในกำมือของทรราชทันที ความพยายามทั้งหมดของนางและจ้าวเฟยหลงในการกอบกู้บ้านเมืองจะพังทลายลงในชั่วพริบตา แต่หากนางปฏิเสธ... ศีรษะของท่านป้าและลูกพี่ลูกน้องจะต้องหลุดออกจากบ่าต่อหน้าต่อตานาง
มือบางเอื้อมไปรับพู่กันและแผ่นกระดาษที่ทหารนำมาวางไว้เบื้องหน้า นิ้วเรียวสั่นเทาน้อยๆ ขณะจรดปลายพู่กันลงบนกระดาษสีขาวสะอาด น้ำหมึกสีดำค่อยๆ ซึมซาบลงบนเนื้อกระดาษทีละหยด ราวกับหยาดน้ำตาแห่งความพ่ายแพ้
อ๋องหนานเจี้ยนยืนมองด้วยความพึงพอใจ รอยยิ้มแห่งชัยชนะฉายชัดบนใบหน้ายับย่นตามวัย เขาเฝ้ารอคอยวันนี้มาเนิ่นนาน วันที่ตระกูลหลินและฮ่องเต้ต้องสยบแทบเท้า
ทว่า ในขณะที่ปลายพู่กันกำลังจะลากเส้นสุดท้ายเพื่อจบสิ้นชะตาของแผ่นดิน จู่ๆ ประตูคุกใต้ดินบานใหญ่ก็พังครืนลงมาด้วยแรงระเบิดอันรุนแรง! ฝุ่นควันตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ พร้อมกับเสียงฝีเท้าหนักแน่นนับร้อยชีวิตที่กรูเข้ามาล้อมรอบพื้นที่ไว้ทั้งหมด
"ฝ่าบาท!" เสียงอุทานด้วยความตกใจดังขึ้นจากปากของทหารฝ่ายอ๋อง
ฟางเซียนเบิกตากว้าง หันขวับไปมองยังทางเข้าคุก ท่ามกลางกลุ่มควันจางๆ ร่างสูงสง่าในชุดคลุมมังกรสีทองอร่ามก้าวเข้ามาอย่างองอาจ นัยน์ตาคมกริบดั่งพญาอินทรีย์คู่นั้นกวาดมองสถานการณ์ทั้งหมดด้วยรัศมีอำนาจที่กดดันจนทุกคนแทบหยุดหายใจ จ้าวเฟยหลงเสด็จมาด้วยพระองค์เอง และที่น่าตกใจยิ่งกว่าคือ... ในพระHustle ของฮ่องเต้หนุ่ม มิได้มีเพียงองครักษ์หลวง แต่ยังมีกองกำลังทหารลับของตระกูลถินที่หายสาบสูญไปนานนับสปีด ยืนเรียงรายอยู่เบื้องหลังพระองค์อย่างพร้อมเพรียง!
จ้าวเฟยหลงปรายพระเนตรมองฟางเซียนแวบหนึ่ง ก่อนจะยิ้มเยาะให้อ๋องหนานเจี้ยนด้วยรอยยิ้มที่เย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก "ท่านอา... คิดว่ามีเพียงท่านคนเดียวหรอกหรือที่รู้ว่าใครคือคนในครอบครัวของนาง?"
ขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและใจจดใจจ่อไปกับเกมการเมืองอันเชี่ยวกราดนี้นะคะ หลิวเยี่ยนซีสัญญาว่าตอนต่อไปจะยิ่งเข้มข้นสะใจจนวางไม่ลงอย่างแน่นอนค่ะ!
หงส์เคียงบัลลังก์มังกรสะท้านภพ•ตอนที่ 24
ภัยจากตระกูลหลิน
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงบัลลังก์มังกรสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!