หงส์เคียงบัลลังก์มังกรสะท้านภพ•ตอนที่ 43

รอยร้าวของกลุ่มกบฏ

ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
เงาร่างสีดำสนิทบนหลังคาตำหนักไท่เหอมลายหายไปดั่งควันไฟ เหลือเพียงความว่างเปล่าและเกล็ดหิมะที่โปรยปรายลงมาเงียบเชียบ ทว่าแรงกดดันในห้องทรงพระอักษรกลับทวีความรุนแรงขึ้นจนแทบหายใจไม่ออก ดวงเนตรคมกริบของจ้าวเฟยหลงกวาดมองออกไปนอกหน้าต่างแวบหนึ่ง ก่อนจะตวัดกลับมาจ้องร่างระหงของหลินฟางเซียนที่ยังคงยืนนิ่งสงบ นางไม่แม้แต่จะกะพริบตา ความเยือกเย็นที่ฉายชัดอยู่บนดวงหน้าเนียนละเอียดทำให้อารมณ์คุกรุ่นในพระHưอกของฮ่องเต้หนุ่มสงบลงได้บ้างอย่างน่าประหลาด "เจ้าเห็นมันหรือไม่ ฟางเซียน" น้ำเสียงทุ้มต่ำหลุดลอดออกมาจากไรพระโอษฐ์ที่เม้มเข้าหากันจนเป็นเส้นตรง "เงาร่างนั้น... คือสายลับของอ๋องหนานเจี้ยน หรือเป็นสุนัขรับใช้ตัวใหม่ที่คอยชักใยอยู่เบื้องหลังกันแน่" "ทูลฝ่าบาท หม่อมฉันเกรงว่า... เรื่องราวจะไม่ได้เรียบง่ายเพียงแค่การทรยศหักหลังภายในราชสำนักเพ่งเล็งแค่บัลลังก์อีกต่อไปแล้วเพคะ" หลินฟางเซียนกล่าวตอบ น้ำเสียงของนางราบเรียบ ทว่าทุกถ้อยคำกลับหนักแน่นราวกับค้อนเหล็กที่ตอกลงบนใจกลางปัญหา นางก้าวเท้าเข้ามาใกล้โต๊ะทรงพระอักษรช้าๆ ปลายนิ้วเรียวยาวแตะลงบนแผนที่แคว้นทางเหนือที่ถูกกางไว้ "เมื่อครู่ที่เงาดำปรากฏ สายตาของมันไม่ได้มองมาที่พระองค์ด้วยความหวาดกลัว แต่เป็นสายตาของ... ผู้ถือไพ่เหนือกว่า" จ้าวเฟยหลงแค่นพระHưสำราญออกมาเบาๆ พระHưนตึงเครียดขึ้นอย่างเห็นได้ชัด "เหนือกว่างั้นหรือ? ในแผ่นดินนี้ ผู้ใดจะกล้าเหนือกว่าฮ่องเต้และอ๋องหนานเจี้ยนผู้กุมอำนาจครึ่งหนึ่งของราชสำนักกัน!" "นั่นคือสิ่งที่พวกเราต้องสืบหาเพคะ... แต่อย่าลืมว่า ภายในค่ายของอ๋องหนานเจี้ยนเอง ก็ใช่ว่าจะมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน" แววตาของหลินฟางเซียนทอประกายลึกล้ำ นางยกชาขึ้นจิบเบาๆ เพื่อซ่อนรอยยิ้มมุมปาก "สุนัขที่หิวโซนานเกินไป ย่อมไม่อาจทนมองเจ้านายกินเนื้อชิ้นใหญ่โดยที่ตนได้เพียงกระดูกชิ้นเล็กได้หรอกเพคะ" ณ จวนอ๋องหนานเจี้ยนอันโอ่อ่าและหนתทึบไปด้วยกลิ่นอายแห่งอำนาจ บรรยากาศภายในห้องโถงใหญ่กลับเย็นเยียบราศีกำลังจะแข็งตัว อ๋องหนานเจี้ยนประทับนั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้จันทน์แดงสลักลายหงส์มังกร พระเนตรหรี่แคบลงมองรายงานลับในพระHưที่เพิ่งถูกส่งมาถึงเมื่อครู่ ตัวอักษรบนกระดาษแผ่นนั้นทำให้พระHưของอ๋องเฒ่ากระตุกวูบ ความระแวงสงสัยที่ถูกสะสมมาหลายวันบัดนี้ปะทุขึ้นราวกับไฟลามทุ่ง เบื้องล่าง โจวอี้... แม่ทัพคู่ใจผู้ติดตามรับใช้มานานนับทศวรรษ ยืนคุกเข่ารอคอยด้วยสีหน้าเรียบเฉย ทว่าหากสังเกตให้ดี จะเห็นหยาดเหงื่อกาฬผุดซึมอยู่ตามไรผมของชายร่างกำยำผู้นี้ "โจวอี้..." น้ำเสียงแหบพร่าแต่ทรงพลังดังขึ้น ทำลายความเงียบงันจนน่าอึดอัด "เจ้าตามติดข้ามาเนิ่นนาน รู้จักทุกย่างก้าว ทุกแผนการ และทุกซอกมุมของกองกำลังพยัคฆ์ทมิฬของข้าเป็นอย่างดี... ใช่หรือไม่?" โจวอี้เงยหน้าขึ้นเล็กน้อย แววตาไหววูบไปชั่วขณะ "กระหม่อมรับใช้ท่านอ๋องด้วยความจงรักภักดีด้วยชีวิต เหตุใดท่านอ๋องจึงตรัสเช่นนี้เล่าพ่ะย่ะค่ะ?" "ความจงรักภักดี?" อ๋องหนานเจี้ยนแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงนั้นแหบแห้งและน่าขนพองสยองเกล้า พระหัตถ์หนาปาแผ่นกระดาษรายงานลับลงตรงหน้าของโจวอี้ กระดาษแผ่นนั้นร่อนลงแทบเท้าของแม่ทัพหนุ่มพอดี "แล้วเหตุใด รายงานจากชายแดนจึงระบุว่า เสบียงกองทัพสามหมื่นหีบที่ควรจะถูกส่งมายังค่ายลับทางใต้ กลับถูกเปลี่ยนเส้นทางไปยังค่ายพักแรมส่วนตัวของ 'ตระกูลโจว' ของเจ้าเล่า!" ดวงตาของโจวอี้เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ความตกใจฉายชัดผ่านแววตาเพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะรีบก้มหน้าลงเพื่อซ่อนประกายความหวาดกลัว "ท่านอ๋องทรงเข้าใจผิดแล้วพ่ะย่ะค่ะ! นั่นเป็นแผนการลวงศัตรู... กระหม่อมเพียงแต่..." "แผนการลวงงั้นรึ!" อ๋องหนานเจี้ยนตบโต๊ะข้างกายเสียงดังสนั่น ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลังปราณกดดันแผ่ซ่านออกมาจนกระเบื้องใต้เท้าถึงกับร้าว "เจ้าคิดว่าข้าแก่จนเลอะเลือนแล้วหรือไร โจวอี้! เจ้าแอบติดต่อลับๆ กับคนของราชสำนัก หรือว่า... เจ้าเริ่มคิดจะหาเจ้านายใหม่ที่ดีกว่าข้าแล้ว!" ความตึงเครียดพุ่งทะยานขึ้นถึงขีดสุด โจวอี้รู้ดีว่าในเวลานี้ หากตอบผิดแม้แต่คำเดียว หัวของเขาคงหลุดออกจากบ่าในพริบตาเดียว แต่อารมณ์ภายในอกที่ถูกกดขี่มานานวันก็เริ่มสั่งให้เขาไม่ยอมจำนนเช่นกัน ในขณะเดียวกัน ภายในตำหนักไท่เหอ หลินฟางเซียนกำลังก้าวเดินอย่างเชื่องช้าไปตามระเบียงทางเดินที่ทอดยาว นางหยิบจดหมายฉบับหนึ่งออกจากแขนเสื้อขึ้นมาพิจารณา ข้อความสั้นๆ ที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ แต่น่ากลัว ทำให้รอยยิ้มของนางลึกล้ำขึ้น 'ปลาติดเบ็ดแล้วเพคะ ฝ่าบาท' นางพึมพำกับตนเองเบาๆ ขณะแหงนมองท้องฟ้าที่เริ่มมีหิมะโปรยปรายลงมาหนาแน่นขึ้น ทว่า ในวินาทีที่นางกำลังจะหันหลังกลับเพื่อเข้าไปถวายรายงานต่อฮ่องเต้ เสียงฝีเท้าหนักหน่วงและเร่งรีบก็ดังขึ้นจากปลายระเบียง ขันทีหนุ่มวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามาคุกเข่าลงแทบเท้านาง ตัวสั่นเทายิ่งกว่าลูกนกตกน้ำ "ฮูหยินหลิน... เกิดเรื่องใหญ่แล้วพ่ะย่ะค่ะ!" ขันทีหนุ่มละล่ำละลักละลอกพูดออกมาด้วยเสียงสั่นเครือ "แม่ทัพโจว... แม่ทัพโจวอี้มือขวาคนสนิทของอ๋องหนานเจี้ยน แอบนำกองกำลังส่วนตัวบุกเข้าล้อมพระราชวังนอกเขตหวงฮั่นแล้วพ่ะย่ะค่ะ! เขาส่งสาส์นประกาศกร้าว... ว่าต้องการทวงคืนความยุติธรรมให้ตนเองจากฮ่องเต้และทรราชผู้ทรยศ!" หลินฟางเซียนชะงักกึก รอยยิ้มบนมุมปากแข็งค้างไปชั่วขณะ ดวงเนตรคู่สวยเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจเป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน กลุ่มกบฏไม่ได้แค่ร้าว... แต่มันกำลังจะระเบิดเป็นเสี่ยงๆ และหันปากกระบอกปืนเข้าหาบัลลังก์มังกรเร็วกว่าที่นางคาดการณ์ไว้เสียอีก! แล้วร่างเงาลึกลับที่อยู่บนหลังคาเมื่อครู่เล่า... เกี่ยวข้องอันใดกับความบ้าคลั่งของโจวอี้ในครั้งนี้กันแน่? โปรดติดตามตอนต่อไปนะคะ — หลิวเยี่ยนซี
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงบัลลังก์มังกรสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%