"เจ้ากำลังคิดว่าข้าโง่งมถึงเพียงนั้นเชียวหรือ ฟางเซียน?"
น้ำเสียงของจ้าวเฟยหลงเย็นเยียบดุจน้ำค้างแข็งในเหมันตฤดู เขากระแทกม้วนตำราฎีกาลงบนโต๊ะไม้จันทน์หอมจนเกิดเสียงดังสนั่น ในห้องทรงงานที่เงียบสงัด กลิ่นกำยานที่เคยหอมรื่นกลับกลายเป็นความอึดอัดที่บีบคั้นจนแทบหายใจไม่ออก
หลินฟางเซียนยืนนิ่งอยู่เบื้องหน้าบุรุษผู้ครองแผ่นดิน นางมิได้หลบสายตาที่ดุดันคู่นั้น แม้ในใจจะเกิดความหวั่นไหวราวกับคลื่นกระทบฝั่ง แต่นางรู้ดีว่าในเกมการเมืองนี้ ใครเผยความกลัวก่อน ผู้นั้นคือผู้แพ้
"ฝ่าบาททรงหมายถึงเรื่องใดหรือเพคะ?" นางถามกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย หากแต่แฝงไว้ด้วยความนัยที่คมกริบ "หากท่านหมายถึงข้อมูลที่ข้าหามาได้จากจวนอ๋องหนานเจี้ยน ข้าทำไปเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตระกูลหลิน และเพื่อความมั่นคงของบัลลังก์ที่พระองค์ทรงหวงแหน"
จ้าวเฟยหลงลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขาเยื้องย่างเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นร้อนปะทะเข้ากับใบหน้าของนาง กลิ่นอายบุรุษเพศที่ทรงพลังและเปี่ยมไปด้วยแรงกดดันทำให้ฟางเซียนต้องขยับถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว ทว่าฝ่ามือแกร่งกลับคว้าข้อมือนางไว้มั่น ดวงตาคมกริบคู่นั้นวาวโรจน์ด้วยความสับสนที่ปะปนกับความโกรธ
"ความมั่นคงของบัลลังก์... หรือความทะเยอทะยานที่เจ้าซ่อนไว้ใต้ใบหน้าที่เย็นชานั่นกันแน่!" เขากัดฟันพูด นิ้วมือที่บีบข้อมือนางเริ่มสั่นเล็กน้อย "ข้าไว้วางใจเจ้า ให้เจ้าเข้าใกล้ชิดกว่าใครในราชสำนัก แต่สิ่งที่ข้าได้รับคือรอยยิ้มที่เคลือบยาพิษและข้อมูลที่ข้าไม่อาจแน่ใจได้เลยว่า... เจ้ากำลังหลอกใช้ข้าเพื่อล้างแค้นให้ตระกูลของเจ้าเอง"
ฟางเซียนมองลึกเข้าไปในดวงตาของฮ่องเต้หนุ่ม ที่นั่น... นางเห็นความโดดเดี่ยวที่สั่นคลอน ความอ่อนแอที่เขาพยายามปิดบังไว้ภายใต้หน้ากากของผู้ปกครอง ความใกล้ชิดในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาที่พวกเขาต้องร่วมมือกันวางแผนลับ ทำให้กำแพงในใจของทั้งคู่เริ่มร้าวฉาน
นางตัดสินใจก้าวเข้าไปใกล้เขาอีกนิดจนระยะห่างลดน้อยลงจนน่าใจหาย ปลายนิ้วเรียวของนางเอื้อมไปสัมผัสที่ปกเสื้อของเขาอย่างแผ่วเบา สัมผัสที่ทำให้อีกฝ่ายชะงักค้าง
"หากข้าต้องการล้างแค้นโดยไม่สนสิ่งใด ข้าคงไม่ต้องเสียเวลามาเสี่ยงตายอยู่เคียงข้างพระองค์ในที่แห่งนี้หรอกเพคะ" น้ำเสียงของนางอ่อนลง ทว่าแฝงไปด้วยความเวทนาที่จริงใจ "ฝ่าบาททรงเป็นฮ่องเต้ที่ถูกล้อมกรอบด้วยงูพิษ รอบกายพระองค์ไม่มีใครให้วางใจได้เลย แม้แต่ข้า... ท่านก็ยังไม่กล้าให้ความไว้วางใจอย่างหมดหัวใจใช่หรือไม่"
จ้าวเฟยหลงชะงัก สายตาที่เคยแข็งกร้าวอ่อนแสงลงชั่วขณะ ความเงียบเข้าปกคลุมห้องอีกครั้ง แต่คราวนี้มันมิได้เต็มไปด้วยความระแวง หากแต่เป็นความสับสนที่น่าหวั่นไหว เขาโน้มใบหน้าลงมาจนหน้าผากเกือบจะชิดกับหน้าผากของนาง กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวนางทำให้สติสัมปชัญญะของเขากระเจิดกระเจิง
"เจ้ามันปีศาจ... ฟางเซียน" เขากระซิบชิดริมฝีปากนาง "ปีศาจที่ทำให้ข้าลืมเลือนหน้าที่และเป้าหมายไปชั่วขณะ เพียงเพราะแววตาของเจ้า"
ฟางเซียนหัวใจเต้นรัวจนแทบกระดอนออกมาจากอก นางรู้ดีว่าความรู้สึกที่เกิดขึ้นนี้คืออันตรายที่สุดในชีวิต แต่นางกลับไม่อาจบังคับหัวใจให้ถอยห่างได้ ในจังหวะที่หัวใจทั้งสองดวงกำลังจะหลอมรวมเป็นหนึ่งท่ามกลางความขัดแย้งของอำนาจ
ทันใดนั้น... ประตูบานใหญ่ก็ถูกผลักออกอย่างแรงโดยไม่มีการขออนุญาต
"ฝ่าบาท! กระหม่อมมีเรื่องสำคัญจะกราบทูล... อ๊ะ!" เสียงของขันทีหลวงขาดห้วงไปทันทีเมื่อเห็นภาพเบื้องหน้าที่ไม่ควรเห็น
จ้าวเฟยหลงผละออกจากฟางเซียนอย่างรวดเร็ว แววตาของเขากลับมาเย็นชาดุจเดิมในพริบตา ทว่าจังหวะการหายใจที่หอบถี่ของเขากลับทรยศต่อความรู้สึกที่มี ขันทีคนนั้นก้มหน้าต่ำจนแทบจะติดพื้น ร่างกายสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
"เรื่องอะไร!" ฮ่องเต้ตวาดก้อง
"เรียนฝ่าบาท... สายสืบรายงานมาว่า อ๋องหนานเจี้ยนเพิ่งเข้าเฝ้าไทเฮาเป็นการส่วนตัว และบัดนี้มีราชโองการลับจากฝ่ายใน... สั่งปลดคนสนิทข้างกายของพระองค์ทั้งหมด โดยอ้างว่าเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดกับกบฏ... ซึ่งชื่อแรกในรายชื่อนั้น คือนามของแม่นางฟางเซียนพะยะค่ะ!"
หลินฟางเซียนหน้าซีดเผือดลงในทันที นางหันไปมองจ้าวเฟยหลงที่ยืนนิ่งดุจรูปสลัก ความเชื่อใจที่เพิ่งจะก่อตัวขึ้นเมื่อครู่ถูกทำลายลงด้วยราชโองการมรณะนี้เสียแล้ว
หวังว่าทุกท่านจะเพลิดเพลินไปกับรอยร้าวที่ก่อตัวขึ้นท่ามกลางวังวนแห่งอำนาจนี้ หลิวเยี่ยนซีจะรอพบทุกท่านในตอนต่อไปนะคะ
หงส์เคียงบัลลังก์มังกรสะท้านภพ•ตอนที่ 9
รอยร้าวในความสัมพันธ์
ผลงานโดย หลิวเยี่ยนซี
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (หลิวเยี่ยนซี)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง หงส์เคียงบัลลังก์มังกรสะท้านภพ นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!