กลิ่นอายอับชื้นของห้องใต้ดินใต้ฐานศิลาโบราณคละคลุ้งไปด้วยกลิ่นฝุ่นผงแห่งกาลเวลาและคราบสนิมเหล็กที่กัดกินหัวใจประวัติศาสตร์ราชสำนักจนแทบไม่เหลือชิ้นดี
ฉินมู่หลานปัดฝุ่นละอองที่เกาะอยู่บนอาภรณ์ปักลายเมฆสีครามเข้มของตนอย่างไม่ใส่ใจนัก ปลายเล็บเรียวเรียบเนียนจรดอยู่บนรอยต่อของแท่นหินแกะสลักรูปพยัคฆ์หมอบ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ประจำตัวของหน่วยองครักษ์ลับขึ้นตรงต่อองค์รัชทายาท แสงคบเพลิงวับแวมสาดส่องกระทบใบหน้าด้านข้างของนางที่คมคายดั่งภาพวาดพู่กันจีน ทว่าแววตากลับเปล่งประกายความเยือกเย็นดุจน้ำแข็งพันปี
"ไม่นึกเลยเพคะว่าใต้ฐานศิลาของหอจดหมายเหตุหลวง จะซุกซ่อนรอยต่อแห่งความโลภที่โยงใยไปถึงตำหนักบูรพาได้ลึกถึงเพียงนี้"
น้ำเสียงหวานใสดังกังวานขึ้นท่ามกลางความเงียบงัด ซ่อนความเย้ยหยันไว้ภายใต้ความเรียบเฉยอย่างมิดชิด ร่างสูงโปรสง่าในชุดคลุมยาวสีดำปักดิ้นทองของเซียวเหยียนเจ๋อพลอยก้าวเข้ามาหยุดยืนเบื้องหลังนาง ระยะห่างระหว่างคนทั้งสองแทบแนบชิดจนสัมผัสได้ถึงไออุ่นระอุจากกายหนาที่แผ่ซ่านท่ามกลางความหนาวเหน็บ
ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นดุร้ายปรายตามองแผนผังแผ่นหนังแพรโบราณที่กางอยู่บนแท่นหิน ดวงเนตรคมกริบดุจพญาเหยี่ยวหรี่แคบลงเล็กน้อย รอยยิ้มหยันผุดขึ้นที่มุมพระoษฐ์หยักลึกอย่างน่ากลัว
"รัชทายาทพี่ใหญ่ของเปิ่นหวางช่างรอบคอบนัก... ซ่อนคลังอาวุธลับและเส้นทางลำเลียงเสบียงนอกกฎหมายไว้ใต้จมูกฮ่องเต้มาได้หลายปีดีดัก" เซียวเหยียนเจ๋อตรัสด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ ทว่าแฝงไว้ด้วยกระแสจิตสังหารที่ทำให้อากาศรอบกายลดฮวบทันที "แต่เขาลืมไปว่า บางครั้งรากฐานที่มั่นคงที่สุด ก็มักเป็นจุดเริ่มต้นของการพังทลายที่ง่ายดายที่สุดเช่นกัน"
มู่หลานมิได้ตอบคำ นางกวาดสายตาไล่เรียงตัวอักษรและลายแทงบนแผ่นหนังแพรนั้นอย่างรวดเร็ว สมองอันปราดเปรื่องประมวลผลทุกตัวเลขและสัญลักษณ์อย่างแม่นยำ ทุกเส้นทางที่เชื่อมโยงในแผนผังนี้คือหลักฐานชิ้นสำคัญที่จะลากคอผู้บงการเบื้องหลังคดีทุจริตชายแดนเมื่อสามปีก่อนมาลงทัณฑ์ ซึ่งนั่นหมายถึงตระกูลฉินของนางได้รับการชำระมลทินแล้วครึ่งหนึ่ง... แต่อีกครึ่งหนึ่งยังคงต้องชำระด้วยเลือดของพวกมันเอง
"ฝ่าบาททรงไว้ใจพระองค์เพียงใด ถึงส่งท่านมาควานหาหลักฐานชิ้นนี้ในเงาจันทร์เช่นนี้เพคะ ท่านอ๋อง" นางเอ่ยถามโดยไม่หันกลับไปมอง ทว่าเรียวปากกลับคลี่ยิ้มบางเบา
เซียวเหยียนเจ๋อยื่นพระหัตถ์หนาออกไป ครอบครองแผ่นหลังบางของนางไว้ในวงแขนอย่างถือวิสาสะ นิ้วแกร่งไล้เบาๆ บนลาดไหล่ภายใต้ผ้าแพรเนื้อดี ก่อนจะโน้มพระพักตร์ลงกระซิบชิดริมใบหูขาวผ่อง
"ฮ่องเต้ทรงระแวงทุกคน... แต่เปิ่นหวางเชื่อใจแค่เจ้าคนเดียว มู่หลาน"
ถ้อยคำอุกอาจที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังทำให้นางชะงักไปชั่วลมหายใจ กลิ่นกายบุรุษเจือกลิ่นอายสนธยาและจันทร์เพ็ญโอบล้อมกักขังนางไว้ในอาณาเขตของเขา ความใกล้ชิดนี้หนักแน่นและมั่นคงดั่งหินผา ท่ามกลางเกมการเมืองเรือนหลังและราชสำนักที่พร้อมจะกลืนกินคนได้ทุกเมื่อ มีเพียงอ้อมแขนของบุรุษผู้นี้ที่เปรียบเสมือนเกราะเหล็กกล้าคอยปกป้องนางจากคมดาบซ่อนเร้น
"พระองค์ทรงตรัสล้อเล่นเกินไปแล้วเพคะ หม่อมฉันเป็นเพียงหมากตัวหนึ่ง..."
"หมากที่กล้าตลบหลังกระดานแผ่นใหญ่จนราชสำนักปั่นป่วนเช่นนี้ มีเพียงเจ้าคนเดียวในใต้หล้า" เซียวเหยียนเจ๋อตัดบทอย่างนุ่มนวล ทว่าเด็ดขาด พระหัตถ์อีกข้างเอื้อมไปหยิบแผนผังลับนั้นขึ้นมาม้วนเก็บอย่างระมัดระวัง "บัญชีเลือดนี้... ใกล้ถึงเวลาชำระเต็มทีแล้ว"
ทว่า ในวินาทีที่ความเงียบสงบอันน่าระทึกใจกำลังปกคลุมบรรยากาศ เสียงฝีเท้าฝูงใหญ่ที่ก้าวเข้ามาอย่างเร่งรีบและเป็นระเบียบเรียบร้อยก็ดังขึ้นก้องกังวานจากทางเดินหินด้านบน!
*ตึง! ตึง! ตึง!*
เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นศิลาพร้อมกับแสงคบเพลิงสว่างวาบสาดส่องลงมาตามบันไดวน เซียวเหยียนเจ๋อดึงร่างของมู่หลานเข้าหาพระoรส์แนบแน่นในเสี้ยววินาที รวบเอวบางไว้ด้วยแขนข้างเดียวพร้อมกับมืออีกข้างที่ชักกระบี่ออกจากฝักอย่างรวดเร็ว แววตาของท่านอ๋องวาบประกายความเหี้ยมเกรียมดุจพญาเสือโคร่งยามล่าเหยื่อ
"มีคนล่วงรู้แผนการของเรา..." มู่หลานขมวดคิ้วมุ่นยามวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรวดเร็ว "ไม่ใช่คนของตำหนักบูรพา... แต่เป็นกองกำลังรักษาพระองค์?"
เงาร่างในชุดเกราะเงินยวงนับสิบชีวิตพรูพรั่งกรูลงมาปิดล้อมทางออกเบื้องบนจนมิดชิด ผู้นำขบวนก้าวออกมาจากแถวพร้อมรอยยิ้มเย็นเยียบที่ประดับอยู่บนใบหน้าคมสันอันคุ้นตา—แม่ทัพใหญ่แห่งกองกำลังพิทักษ์เมืองหลวง ผู้เป็นสุนัขรับใช้คนสนิทของฮองเฮา!
"ท่านอ๋อง... และคุณหนูฉิน ช่างขยันขันแข็งเสียจริงยามวิกาลเช่นนี้" เสียงทุ้มแหบเอ่ยเยาะหยัน "ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้เชิญเสด็จท่านอ๋องเข้าเฝ้าด่วน ส่วนคุณหนูฉิน... คงต้องให้กองอาญาหลวงเชิญตัวไปสอบปากคำฐานบุกรุกเขตหวงห้าม!"
เซียวเหยียนเจ๋อยืนบังร่างบางของฉินมู่หลานไว้มิดชิด กระบี่ในมือสะท้อนแสงไฟวับวับน่ากลัว พระพักตร์เยือกเย็นราวน้ำแข็งขั้วโลก ไม่มีความหวาดหวั่นแม้แต่น้อยนิด สะท้อนความเด็ดเดี่ยวที่พร้อมจะฟาดฟันทุกอุปสรรคให้ราบคาบ
ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางและฟาดฟันความอยุติธรรมไปพร้อมกับข้าพเจ้าในตอนนี้มากๆ นะคะ
กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือด กับท่านอ๋องผู้ถือเข็มทิศสังหาร•ตอนที่ 16
ความลับใต้ฐานศิลา
ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
โหมดอ่านสะดวกมือ (Hands-Free)
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือด กับท่านอ๋องผู้ถือเข็มทิศสังหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"
ความคิดเห็น (0)
ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้
เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!