กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือด กับท่านอ๋องผู้ถือเข็มทิศสังหาร•ตอนที่ 2

รอยประทับแห่งโชคชะตา

ผลงานโดย เงียบแต่ฟาดเรียบ
เสียงกราวของกำไลหยกเนื้อดีกระทบกันเบาๆ ยามที่นิ้วเรียวดั่งลำเทียนตวัดพู่กันขนกระต่ายป่าลงบนกระดาษซวนจื่อแผ่นบาง หมึกสีดำสนิทซึมซาบลงสู่เนื้อกระดาษอย่างเชื่องช้า ทว่าหนักแน่นและมั่นคง ราวกับเส้นทางชีวิตที่ฉินมู่หลานกำลังรจนาขึ้นใหม่ด้วยมือของนางเอง ในชาติภพก่อน ในยามนี้ นางคือสตรีผู้โง่เขลา ปล่อยให้เวลาในยามเช้าหมดไปกับการเลือกเครื่องประดับและรอคอยความเมตตาจากบุรุษผู้เห็นนางเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดานอำนาจ ผลลัพธ์คือกลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งไปทั่วเรือนพัก และเสียงกรีดร้องของบิดามารดาก่อนที่ตระกูลฉินจะถูกกวาดล้างจนไม่เหลือแม้แต่เถ้าธุลี แต่วันนี้... ทุกอย่างจะต้องเปลี่ยนไป "คุณหนูเจ้าคะ สำรับเช้าวันนี้ฮูหยินใหญ่จัดเตรียมมาให้เป็นพิเศษ เป็นรังนกตุ๋นโสมภูเขาเจ้าค่ะ" อาอิน สาวรับใช้คนสนิทเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง พร้อมกับวางถาดกระเบื้องเคลือบสีฟ้าครามลงบนโต๊ะไม้ฮวาหลี ฉินมู่หลานมิได้เงยหน้าขึ้นจากกระดาษตรงหน้า ดวงตาคู่หงส์ที่ลึกล้ำดั่งหุบเขาหมอกกวาดมองตัวอักษรที่นางเพิ่งเขียนเสร็จ มันคือรายชื่อของพ่อค้าคนกลางผู้กุมเส้นทางลำเลียงเสบียงของกองทัพพยัคฆ์บูรพา ซึ่งในอนาคตอันใกล้จะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการใส่ร้ายป้ายสีตระกูลฉินว่าเป็นกบฏ "นำกลับไปเถอะค่ะ บอกท่านแม่ว่ามู่หลานไม่สบายท้อง เกรงว่าจะรับของบำรุงล้ำค่าเช่นนี้ไม่ไหว" น้ำเสียงของนางราบเรียบ เย็นชา และเด็ดขาด จนอาอินถึงกับชะงักงัน "แต่ว่า... ฮูหยินตั้งใจส่งมาให้ท่านโดยเฉพาะ หากปฏิเสธ เกรงว่า..." "ไม่มีคำว่าแต่ค่ะ" มู่หลานวางพู่กันลงอย่างนุ่มนวล นางเงยหน้าขึ้นสบตากับสาวรับใช้ด้วยแววตาที่ทรงพลังอำนาจจนอาอินต้องรีบก้มหน้าหลบ "อีกอย่าง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป งดอาหารหวานและของมันในเรือนทั้งหมด อาหารทุกมื้อข้าจะตรวจสอบด้วยตนเอง หากมีสิ่งใดแปลกปลอมเข้ามาแม้แต่ปลายเส้นผม เจ้าจงรู้ไว้ว่าหัวของเจ้าจะหลุดออกจากบ่าเป็นคนแรก" อาอินตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว นางไม่เคยเห็นคุณหนูผู้เคยอ่อนหวานและเจ้าน้ำตาผู้นี้มีความเด็ดเดี่ยวเยือกเย็นถึงเพียงนี้มากยิ่งกว่านายหญิงในจวนเสียอีก นางรีบรับคำแล้วถอยหลังออกไปอย่างลนลาน เมื่อความเงียบกลับคืนมาอีกครั้ง ฉินมู่หลานจึงลุกขึ้นยืน ชายกระโปรงผ้าไหมปักลายดอกเหมยสีขาวพลิ้วไหวตามจังหวะการก้าวเดิน นางเดินไปที่หน้าต่างไม้แกะสลัก เปิดออกรับสายลมเย็นเยียบยามเหมันต์ที่พัดพาเอาเกล็ดหิมะโปรยปรายเข้ามา กลิ่นอายของความหนาวเหน็บนี้ช่างคุ้นเคย มันคือกลิ่นอายของเกมการเมืองที่นางพร้อมจะลงสนามเพื่อฟาดฟันศัตรูให้ย่อยยับ การเบี่ยงเบนเส้นทางโศกนาฏกรรมมิใช่เรื่องง่าย ทุกย่างก้าวล้วนเต็มไปด้วยขวากหนาม หากนางขยับหมากผิดเพียงตัวเดียว ชีวิตของคนนับร้อยในตระกูลฉินจะต้องดับสูญเช่นเดิม แต่นางหาได้หวาดกลัวไม่ เพราะในใจของนางตอนนี้ มีทั้งความแค้นที่สุมอก และเงาร่างของบุรุษผู้หนึ่งที่คอยเฝ้ามองนางจากความมืดมิด เซียวเหยียนเจ๋อ... ท่านอ๋องผู้เยือกเย็นดุร้ายผู้ซ่อนคมเขี้ยวไว้ภายใต้รอยยิ้มหยัน ในชาติก่อน นางมองข้ามเขาไปอย่างน่าเสียดาย มัวแต่วิ่งไล่ตามบุรุษผู้ไร้หัวใจอย่างองค์รัชทายาท จนกระทั่งวันที่ตระกูลฉินล่มสลาย มีเพียงบุรุษผู้กุมกองกำลังลับผู้นี้ที่ยอมเสี่ยงชีวิตฝ่าวงล้อมเข้ามาเพื่อส่งกระบี่เล่มสุดท้ายให้นางได้ปลิดชีวีศัตรู แม้ในตอนนั้นนางจะปฏิเสธความช่วยเหลือของเขาด้วยความหยิ่งทะนง แต่วันนี้... หมากตานี้ นางจะไม่ยอมเดินพลาดเป็นครั้งที่สอง "โครม!" เสียงประตูห้องรับรองด้านนอกถูกถีบเปิดออกอย่างแรง พร้อมกับร่างของบ่าวชายผู้หนึ่งที่ล้มกลิ้งเข้ามานอนจมกองเลือดต่อหน้าธรณีประตู กลิ่นคาวเลือดสดๆ ลอยฟุ้งเข้ามาปะปนกับกลิ่นหอมของกำยานในห้องทันที ฉินมู่หลานขมวดคิ้วเล็กน้อย นางมิได้ตกใจจนเสียกิริยา หากแต่ก้าวเดินออกมาด้วยท่าทีสง่างาม ดวงตาดอกท้อหรี่ลงมองผู้มาเยือนใหม่ที่ก้าวข้ามผ่านร่างของบ่าวผู้นั้นเข้ามาอย่างไม่แยแส บุรุษร่างสูงโปร่งในชุดคลุมผ้าไหมปักลายพญาอินทรีย์สีทองเข้ม เส้นผมสีดำสนิทถูกรวบขึ้นด้วยกدارหยกมังกรคู่ ดวงตาคมกริบดุจพญาเหยี่ยวคู่นั้นกวาดมองสำรวจทั่วเรือนพัก ก่อนจะมาหยุดนิ่งอยู่ที่ใบหน้าของนาง มุมปากหยักลึกยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอันตรายและเย้ายวนใจในคราเดียวกัน "คุณหนูฉิน ช่างใจกว้างนัก ถึงกับปล่อยให้บ่าวไพร่ในเรือนต้อนรับแขกด้วยเลือดสดๆ เช่นนี้เชียวหรือ" เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้นอย่างเย้ยหยัน เซียวเหยียนเจ๋อ... ท่านอ๋องผู้เลื่องลือในความโหดเหี้ยม ปรากฏตัวขึ้นกลางเรือนของนางโดยไม่มีแม้แต่สัญญาณเตือน ฉินมู่หลานสูดลมหายใจเข้าลึก 1 ครั้งเพื่อตั้งสติ ก่อนจะย่อกายลงทำความเคารพตามธรรมเนียมอย่างงดงามไร้ที่ติ โดยที่แววตาหาได้มีความหวาดกลัวแม้แต่น้อยนิด "หม่อมฉันไม่ทราบว่าลมเพลมพัดอันใด ถึงได้พัดท่านอ๋องผู้สูงศักดิ์มาเยือนเรือนพักอันต่ำต้อยของสตรีถูกทอดทิ้งเช่นนี้ หรือว่า... ข่าวลือที่ว่าท่านอ๋องทรงว่างงานจนต้องมาเดินตรวจตราร้านขายของชำชาวบ้านจะเป็นความจริงเพคะ?" คำพูดเหน็บแนมอย่างสุภาพแต่เชือดเฉือนนี้ ทำให้เซียวเหยียนเจ๋อถึงกับหรี่ตาลง รอยยิ้มบนมุมปากของเขาหายวับไป กลายเป็นความสนอกสนใจที่ฉายชัดขึ้นในแววตาคมกริบ เขาเดินเข้ามาใกล้จนได้กลิ่นหอมเย็นจางๆ จากกายของนาง ก่อนจะโน้มใบหน้าลงกระซิบข้างใบหูด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาที่ทำเอาบรรยากาศรอบกายหนาหนักขึ้นทันตา "ข้าไม่ได้มาตรวจร้านค้า... แต่ข้ามาดูว่า สตรีที่บังaniอาจแอบเปลี่ยนบัญชีลับของกองทัพพยัคฆ์บูรพาเมื่อคืนนี้ เป็นคนโง่เขลาเบาปัญญาหรือเป็นปีศาจจำแลงกายกันแน่..." หัวใจของฉินมู่หลานกระตุกวูบไปชั่วขณะ นางซ่อนความตกใจไว้ภายใต้ใบหน้าที่นิ่งสงบดั่งผิวน้ำในบึงใหญ่ บัญชีลับที่นางเพิ่งเผาทำลายไปเมื่อยามค่ำคืน... เขา Catched มันได้ทันทีหรือนี่? ก่อนที่นางจะทันได้เอ่ยคำแก้ตัวใดๆ เซียวเหยียนเจ๋อversion มือหนาเอื้อมออกไปเชยคางสُวสวยของนางขึ้นบังคับให้สบตา พร้อมกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่ส่งตรงมา "ดูท่า... เกมที่เจ้ากำลังเล่นอยู่ จะสนุกกว่าที่ข้าคิดไว้มากนักนะ... พระชายาในอนาคตของข้า" ขอขอบพระคุณนักอ่านทุกท่านที่ร่วมเดินทางย้อนเวลาและล้างแค้นไปพร้อมกับกุนซือหญิงของเรานะคะ น้อมรับทุกคอมเมนต์ด้วยใจค่ะ
สารจากนักเขียน (เงียบแต่ฟาดเรียบ)
ดูโปรไฟล์ →

"สวัสดีคุณรี้ดทุกคนค่ะ ขอบคุณที่ติดตามผลงานเรื่อง กุนซือหญิงผู้ย้อนรอยเลือด กับท่านอ๋องผู้ถือเข็มทิศสังหาร นะคะ ฝากกดหัวใจและคอมเมนต์เป็นกำลังใจให้ไรท์ด้วยนะคะ รักทุกคนค่ะ 💕"

ความคิดเห็น (0)

ร่วมพูดคุยและส่งกำลังใจให้ไรท์

ยังไม่มีความคิดเห็นในตอนนี้

เป็นคนแรกที่เริ่มพูดคุยและส่งกำลังใจให้คุณไรท์!

บ่มเพาะไข่ไดโนเสาร์60%